สิ่งที่ขาดหายไป
ฉันเคยนั่งมองผู้คนที่เดินกันขวักไขว่บนท้องถนน เคยคิด เคยนึกผู้คนที่ฉันเห็นเดินจอแจ ในใจเค้าคิดอะไรกันบ้าง มีความสุข มีความทุกข์ รีบร้อน หรือไม่เร่งรีบ รอคอย หรือสิ้นหวัง
ยามเช้าแสงอาทิตย์สาดส่องผู้คนเริ่มออกเดินทาง บางคนทำงาน บางคนออกกำลังกาย เด็กๆๆเริ่มไปโรงเรียน แม่บ้านเริ่มจ่ายตลาด ช่างวุ่นวายมีสีสัน แต่แดดยามบ่ายร้อนระอุแสบเปรี้ยงจนร้อนแผ่นหลัง
คงเหมือนการเมืองในวันนี้ที่ร้อนระอุ กระวนกระวาย อยากเอาชนะ ชิงดีชิงเด่น ไม่รู้จักพอ นิสัยคนไทย วัฒนธรรมไทย ถ้อยทีถ้อยอาศัยน้ำใจไมตรี รู้รักสามัคคีเจือจางเลือนหายไปทุกวัน
สิ่งนี้ขาดหายไปเพราะอะไร....อำนาจ...บารมี....การแสวงหาความไม่รู้จักพอ....ความจริงใจ....
มีเงินแล้วเสาะแสวงหากันสิ่งเหล่านี้...
มีความสุขกันไหมฉันนั่งมองลุงชราคนหนึ่งเดินทอดทาบบนพื้นถนนจังหวะเดินที่ก้าว
อย่างอ่อนระโหยโรยแรงตามวัยบางครั้งแอบเห็นลุงเลียริมฝีปากกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ
พร้อมเม็ดเหงื่อแต่ใบหน้ากับปนเปื้อนด้วยรอยยิ้มที่ส่งให้คนข้างๆเป็นระยะป้ากับลุงวัยชราเข็นรถช่วยกัน
ขายข้าวแกงอย่างเป็นสุขแม้แดดจะแผดเผาแต่ใจกับสงบนิ่งพอใจกับสิ่งที่มีอยู่...
แต่ทำไมคนที่มีพร้อมกันทุกสิ่งหน้าเจือรอยยิ้มกันทุกคนแต่ใจกับไหม้ขมร้อนระอุยิ่ง
กว่าเปลวแดดที่ทอทาบระยิบระยับ
อยากฝากบอก....สิ่งที่ขาดหายไป...ทำไมไม่ช่วยกันรักษาไว้...ประเทศไทยของใครกัน......
ด้วยกำลังมุ่งมั่นร่วมฟันฝ่า
ด้วยศรัทธาน้อมนำทำหน้าที่
อ้างอวดศักดิ์ดามากบารมี
สุดท้ายที่ถกเถียงและเกี่ยงกัน
อิทธิพลเหนืออื่นใดใครกำหนด
หวังลาภยศหัวโขนจนไม่เห็น
ประเทศชาติคือของใครใยเบี่ยงเบน
ทำซ่อนเร้นสาดโคลนโยนใส่กัน
เป็นคนไทยใจเดียวกันมิใช่หรือ
โปรดหารืออย่างสงบอยากพบเห็น
อย่าปิดบังทับซ้อนซ่อนประเด็น
ไม่อยากเย็นที่จะพบบรรจบกัน
คนไทยมีน้ำใจนิสัยรักสงบ
ขอจงพบร่วมแก้ไขดังใจฝัน
ลดทิฐิหาจุดร่วมแนวทางเป็นกลางกัน
ประเทศไทยนั้นใช่ของใครคือไทยเรา