ข้าพเจ้าเกิดการตั้งคำถามต่อตนเองว่า >> การก้าวเดินไปของผู้คน คนหน้างานที่ย่างก้าวข้ามผ่านความทุกข์ อันเกิดจากความซ้ำซากจำเจจากงานประจำที่ตนเองทำนั้น จะเป็นไปได้อย่างไร และดำเนินไปอย่างไร...

สามปีกับการคลุกอยู่วงในกับองค์กรที่ใกล้ชิดและร่วมจับมือกันเดินไปภายใต้บริบทของโรงพยาบาลยโสธรและสมมติตนเองว่าเรียนรู้เรื่อง R2R (Routine to Research; การพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัย)

"เรียนรู้ไป - ทำไป - เรียนรู้ไป - ทำไป - ... "

ปราศจากสูตรสำเร็จของรูปแบบอันตายตัว

ที่มักมีการยัดเยียดจาก step หนึ่ง ไปสู่อีก step ถัดไปให้ผู้คนได้ก้าวเดินไป หากใครได้ก้าวเดินไปตาม step แต่ละ step แล้วนั้น บุคคลผู้นั้น / กลุ่มนั้นก็จะได้ผ่านการรับรองจากกฏเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดขึ้นมาว่า "เป็นผู้มีคุณภาพ"

ในมุมมองและทัศนะของข้าพเจ้ากลับมองว่า..

กระบวนการดังกล่าวเสมือนการยัดเยียดผู้คนให้ก้าวห่างและไร้ออกจากความมีชีวิตชีวาแห่งความเป็นมนุษย์ ปฏิบัติตนเสมือนเครื่องจักรที่ต่างต้องก้าวเดินไปตาม step แต่ละ step ที่คนนั่นแหละเป็นผู้กำหนดขึ้นมาครอบจิตวิญญาณแห่งตน

แล้วอะไรเล่า...

ที่จำนำพาผู้คนไปสู่ความเป็นอิสระ และก้าวไปสู่การทำงานอย่างเปิดกว้าง อย่างอิสระ ภายใต้เหตุปัจจัยแห่งความไม่เป็นอิสระได้...

การยอมรับและความน้อมใจลงมองตนเองตามความเป็นจริง

ละตนเองออกจากความคาดหวัง ... แต่ตั้งอยู่ใน "ความตั้งใจ" จะทำให้การก้าวเดินสู่เส้นทางการทำงานพัฒนานี้มีอิสระมากขึ้น...

อิสระจากสิ่งภายนอก

และอิสระจากสิ่งภายใน

ใจเปิดกว้างตอบรับและสนองต่อสิ่งที่มากระทบในทุกสภาวะ ทำให้มีความเข้มแข็งต่อการเผชิญเรื่องราว บุคคล สภาวะการงานนั้นได้ด้วยใจที่เบิกบาน...

เมื่อเกิดสภาวะเช่นนี้ได้ในบุคคล..

การก้าวย่างสู่การพัฒนางานจะก่อเกิดเป็นความแง่งามของชีวิต ที่เปี่ยมไปด้วยมุมมองและทัศนะเพื่อการพัฒนาได้

รวมความแล้ว... การเปิดกว้างภายใน น้อมไปสู่การเปิดประตูกว้างไปสู่โลกภายนอกนั่นเอง

ในส่วนตัวของข้าพเจ้าเอง...

ปรารถนาและตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะแบ่งปันสู่ผู้คนให้ได้ทดลองเปิดใจตนจากภายในไปสู่ภายนอกอย่างใจที่เป็นอิสระ ออกจากความครอบงำทางอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด อันเป็นลบทั้งปวง...

เพื่อเป็นการปลดปล่อยตนเองให้ดำเนินไปได้อย่างใจเป็นอิสระมากขึ้น

ชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่มักจมจ่ออยู่กับการงานและหากการจมจ่อนี้ เป็นสภาวะแห่งความเป็นอิสระแล้ว เมื่อนั้นสภาวะแห่งการงานของพวกเขาจะงดงามยิ่งขึ้น

การดำรงอยู่ของชีวิตก็จะมีความหมายและมีคุณค่ามากขึ้นตามการหายใจเข้าและออกของลมหายใจที่เหลืออยู่นี้....

 

---------------------------------