รางวัลพระราชทาน ..เกียรติยศอันสูงสุดของชีวิต

     นักเรียน รางวัลพระราชทาน ..เกียรติยศอันสูงสุดของชีวิต
งานคัดเลือกนักเรียน นักศึกษาและสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน เกิดขึ้นจากน้ำพระทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปรารภ แด่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ( มล.ปิ่น มาลากุล) ในปี พ.ศ. 2506 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียนประจำปีการศึกษา 2506 ใจความของพระราชปรารภมีว่า
     มีนักเรียนจำนวนมากซึ่งมีความประพฤติดีและมีความมานะพยายามศึกษาเล่าเรียนได้ผลดี รวมทั้งมีโรงเรียนซึ่งจัดการศึกษาดีจนนักเรียนได้รับการเรียนดีเป็นส่วนรวม นักเรียนและโรงเรียนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวสมควรจะได้รับรางวัลพระราชทานและทรงยินดีจะพระราชทานรางวัลให้
       กระทรวงศึกษาธิการจึงได้รับพระราชปรารภมาพิจารณาดำเนินการด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และถือเป็นภารกิจสำคัญที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน จวบจนบัดนี้เป็นเวลากว่า 40 ปี รางวัลพระราชทานเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาของชาติ เป็นที่ตระหนักชัดว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาของชาติ พระราชทานขวัญกำลังใจแก่นักเรียน ที่มีความประพฤติดี ผลการเรียนดี ตลอดถึงผู้บริหารสถานศึกษาที่จัดการศึกษาได้มาตรฐานดีเด่น
         ในปีนี้ ผมได้เป็นคณะกรรมการประเมิน นักเรียน และสถานศึกษา เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา อยากนำบางส่วนที่ประทับใจในการไปเยี่ยม ประเมิน นักเรียน และสถานศึกษามาให้ได้เห็นความตั้งใจและความพยายามพัฒนาของตัวบุคคลและองค์กรเหล่านั้น อย่างเช่น ในด้านนักเรียน ผู้ที่จะขอเข้ารับรางวัลพระราชทาน ต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นที่ดีเด่น คือ
1. สถานภาพทางการศึกษา คือต้องเล่าเรียนอยู่ในสถานศึกษาในช่วงชั้นที่กำหนดขอรางวัลพระราชทาน
2. ผลการเรียน ผลงาน มีระดับผลการเรียนเฉลี่ยสะสมทุกภาคเรียน (GPA) ไม่ต่ำกว่า 2.75
3. คุณสมบัติพื้นฐาน มี 5 องค์ประกอบ คือ
       1) การศึกษาเล่าเรียน
       2)การมีทักษะในการจัดการและการทำงาน
       3)การมีสุขภาพอนามัย
       4)ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรมที่สำคัญ
       5)การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
4. กิจกรรม ผลงานดีเด่น  มีผลงานที่เป็นประโยชน์ มีคุณภาพ แสดงออกถึงความมีคุณธรรมดีงามและสร้างสรรค์ เป็นที่ยอมรับ มีหลักฐานชัดเจน และเผยแพร่ในวงกว้าง
        

        ซึ่งการยื่นขอเริ่มที่ นักเรียนผู้ขอต้องเขียนแบบรายงาน ก. คือแบบคำขอด้วยลายมือของตนเอง ซึ่งเมื่อได้อ่าน ได้ดู จะรู้ซึ้ง เข้าใจถึงความมีความตั้งใจ ความพยายาม และ ความมีระเบียบ วิถีแห่งความคิดของผู้เขียน เป็นเบื้องต้น และเมื่อนำไปประกอบกับรายงานผลงาน กิจกรรมของนักเรียนแล้ว จะทำให้มองเห็นความเป็นตัวตนของผู้เรียน เมื่อถึงเวลาเข้าไปสืบค้นจากการประเมินตามสภาพจริง ณ สถานศึกษาของผู้เรียน ได้ข้อมูลเพิ่มเตินจากการแสดงออกจริงของผู้เข้ารับการประเมิน ข้อมูลจากครู จากเพื่อนนักเรียน จะทำให้เห็นเด่นชัดถึงความเด่น ดี และมีนำใจในขณะอยู่ในสถานศึกษา ประกอบกับผู้ปกครองที่มาร่วมให้กำลังใจนักเรียนเราก็จะได้ทราบถึงความเป็นคนกตัญญูกตเวที และความมีน้ำใจ ความเป็นประชาธิปไตยของผู้ถูกประเมินด้วยเป็นอย่างดี
           ปีนี้ ในกลุ่มของผู้เรียน เป็นที่หนักใจของคณะกรรมการที่ประเมินเป็นอย่างมาก เพราะเราต้องให้ความยุติธรรมต่อผู้ประเมินโดยไม่เลือกโน้มเอียง เพราะถือว่าเป็นหน้าตาของจังหวัด และเป็นเกียรติยศสูงสุดของผู้ที่ถูกประเมิน  เด็กนักเรียนโดยเฉพาะระดับประถมศึกษาซึ่งมีความใกล้เคียงกันด้านความสามารถ การตัดสินจึงต้องละเอียด ยกเอาความดีเด่น และผลงานที่ประจักษ์ในวงกว้าง มาเป็นหลักการพิจารณา ...หากมองแล้วทำให้นึกถึงเด็กโดยทั่วไป หากมีความมุ่งมั่นอย่างเช่นนักเรียนที่เข้ารับการประเมินเหล่านี้ทุกคน การศึกษาของชาติจะต้องพัฒนาการที่เป็นเลิศอย่างแน่แท้ ..และปัจจัยที่ไม่อาจมองข้ามและต้องถือเป็นหัวใจหลักคือ สถานศึกษาที่ผู้เข้ารับการประเมินเล่าเรียนอยู่ต้องมีคุณภาพ จัดกิจกรรมที่ให้เขาเหล่านั้นได้มีเวทีแสดงออกอย่างหลากหลาย ครูผู้สอนต้องดี เก่ง และมีคุณธรรม ซึ่งถ้าหากขาดจุดนี้ไป ถึงนักเรียนจะดีเพียงใด แต่ก็ไม่เด่น
....มีรูปการแสดงออกของนักเรียนระดับประถมศึกษา มาฝากครับ