การประชุม สัมมนา จัดเวทีเพื่อ “ระดมความคิด” เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพราะจะทำให้เราได้มุมมองมากขึ้น 
บางอย่างที่เราคิดไม่ออก ซึ่งเป็นมุมมองใหม่ ๆ เป็นเหรียญอีกด้านหนึ่ง เราก็จะได้รู้ ได้ “Get” ว่า อ้อ... ทำแบบนี้ก็ได้เน๊อะ เพราะถ้าเรานั่งคิดอยู่คนเดียวนั้น เราก็จะมองแต่มุมเดิม ด้านเดียวของเหรียญ...
ดังนั้นการประชุมเพื่อระดมความคิด (Brain Storming) นี้จึงเป็นเวทีที่ให้ความรู้ในแนวกว้างได้อย่างดีมาก

แต่ทว่า...
การลงรายละเอียดในแนวลึกนั้นเราต้องใช้ “ปัญญา” ที่จะสามารถทะลุทะลวงแนวความคิดในแนวกว้างที่ได้ออกมานั้นให้ละเอียด สุขุม และรอบคอบ ดังนั้นการลงรายละเอียดแนวลึก อันว่าด้วยการวางแผนเชิงกลยุทธ์นั้นจักต้องใช้ “สมาธิ”

การที่จะมีสมาธิได้นั้นเราจักต้องมี “ศีล” ที่ครบถ้วนและสมบูรณ์
ศีล 5 ก็เพียงพอที่จะทำให้เราเกิดสมาธิ อันจะนำมาซึ่งปัญญาในการทำงานในทางโลก คือ การทำงานเพื่อมาให้ได้ซึ่งเงินมาเลี้ยงดูชีวิต การนำมาซึ่งเกียรติให้ประคับประคองตนอยู่ได้ มีเงิน มีเกียรติเพื่อที่จะนำสิ่งสมมติทั้งสองอย่างนี้มา “ทำความดี” มาเพื่อ “เสียสละ”

ดังนั้นเมื่อต้องใช้ “ศีล” และ “สมาธิ” ประกอบกันเข้าเพื่อให้เกิด “ปัญญา” การไปพูด ไปคุย ไปถกเถียงกันนั้นจักทำให้เรามีศีลอันเป็นพื้นฐานของสมาธิไม่สมบูรณ์

เพราะศีลข้อ “มุสา” นั้น มิได้ว่าเรื่องโกหกแต่เพียงอย่างเดียว ยังรวมถึงการพูดจา “ส่อเสียด” และ “เพ้อเจ้อ” รวมถึงการ “พูดมาก” เข้าไปอีกด้วย

เช่นเดียวกันการภาวนาตามทางของ “มงคลสูตร 38” ประการ ท่านให้มีการ “สนทนาตามกาล” เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิดในทางกว้างได้ แต่ใช้เวลาไม่นาน วันหนึ่งห้านาที สิบนาที หรือไม่เกินหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเวลาที่เหลือให้กลับไปใช้ “สมาธิ” พิจารณาลงให้ลึก พิจารณาให้ทะลุ แทงตลอดซึ่งความจริงทั้งหลาย

ดังนั้นการประชุมระดมความคิดเพื่อจัดการความรู้นั้น เมื่อได้แนวคิด (Concept) รู้หลักการ รู้แนวทาง รู้วิธีการแล้ว ขั้นตอนต่อมาที่สำคัญคือการกลับไปใช้สมาธิเพื่อพิจารณา แนวคิดทั้งหลายที่ได้จากเวทีนั้น เพื่อที่จะ “เฟ้นหา” เพื่อที่จะ “ทดลอง” เพื่อที่จะ “แก้ไข” เพื่อที่จะ “ปรับปรุง” เพื่อที่จะ “พัฒนา” ด้วยตัวของตัวเองอย่างมี “สมาธิ” ตามจริตของตน

แล้วสิ่งทั้งหลายที่ได้จาก “การพิจารณาอย่างมีสมาธิตามจริตของตน” นั้นเองจึงจะเป็น “ปัญญา” ที่จะนำตนได้
ถ้าหากอยู่ทางโลก อยู่ในสังคม ก็จักอยู่รอด ปลอดภัย มีความเจริญในหน้าที่ การงาน มีเงินไว้ซื้อข้าว มีทรัพย์ไว้เลี้ยงลูกหลาน
ถ้าหากอยู่ทางธรรมแล้วก็จักมี “ปัญญา” ที่จะพิจารณาละซึ่งกิเลส ตัณหา ละทิฏฐิ มานะ ละตัว ละตน
หรือแม้แต่หากจะดำเนินชีวิตตามรอยธรรมในทางโลกนั้น ชีวิตก็จะพบกับความสุขแท้อันแน่วแน่นั้นก็คือ “ความสงบ...”