ภารกิจและหน้าที่ของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในอนาคต |
ที่ HR Professionals จะต้องสนใจและเตรียมตัวไว้ อาจสรุปได้ 9 มิติดังต่อไปนี้
1. หน้าที่หลักของการบริหารปัจจัยด้าน "คน" ยังคงเหมือนเดิม คือ
ต้องจัดการสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับคน ทั้งการสรรหาคน จูงใจ
รักษาคน
แต่ที่ต้องดูเพิ่มมากขึ้นคือต้องพิถีพิถันเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงดูพนักงาน
ให้อยู่ได้ รวมทั้งมุ่งเน้นพัฒนาความรู้ให้กับพนักงานมากขึ้น
ด้วยเหตุผลของการพัฒนาธุรกิจที่ก้าวข้ามประเทศทำให้ระดับการครองชีพและความ
เป็นอยู่ถูกกระทบสูง โดยเฉพาะ
ความมั่นคงในการทำงานอันเนื่องจากการขาดความรู้ซึ่งกลายเป็นปัญหาของพนักงาน
โดยตรง
2.
ต้องมีการพัฒนาความรู้ให้กับนักบริหารและผู้ทำงานด้านทรัพยากรมนุษย์
[HR Professionals] ให้มีการเรียนรู้ต่อเนื่อง
เพื่อให้สามารถเติบโตในสายงาน หรือเติบโตได้ในส่วนอื่นๆ ขององค์กร
3. นอกจากต้องเก่งและมีความรู้ด้าน HR อย่างดีแล้ว
นักบริหารทรัพยากรมนุษย์จะต้องขยายการเรียนรู้ไปสู่แขนงอื่นๆ
เพื่อให้สามารถรับบทบาทหน้าที่ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมกว้างขวางทั้งองค์กร
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงได้ขยายไปกว้างทั่วองค์กร
และในทุกจุดต่างมีปัจจัยเรื่อง "คน" เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ
4. นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ ต้องถือเป็นธุระคอยติดตามสังเกต
ลงมือริเริ่ม และปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร [Corporate Culture]
เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป
เพราะนี่คือ "บุคลิกภาพขององค์กร"
ที่มีอิทธิพลในการชักจูงคนให้เข้ามาทำงาน ทั้งยังหล่อหลอมความคิด
และการกระทำของพนักงาน เนื่องจาก "วัฒนธรรม” เป็นเครื่องสะท้อนถึง
"ภาพลักษณ์" และ "จุดเด่นขององค์กร"
การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรจึงเป็นบทบาทหน้าที่ของ HR Professionals
โดยตรง
5.การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ต้องรับบทบาทในการสร้าง "ความสามารถ
[Capabilities] ให้เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อใช้แทน "โครงสร้าง"
[Structure]
ด้วยความจริงที่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอิทธิพลด้านไอทีทำให้โครงสร้าง
องค์กรยืดหยุ่น และพึ่งพามากขึ้นในเรื่อง "คนกับระบบการทำงานบนไอที"
ดังนั้นการสร้างความสามารถที่มี "คน"
เป็นศูนย์กลางจึงมีความสำคัญมากขึ้น
HR Professionals ที่มีทักษะความรู้เรื่องคนเป็นทุนเดิม
จึงควรเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา "ความสามารถ" ขององค์กรผ่านความสามารถของ
"คน"
6. HR ต้องเปลี่ยนตัวเอง จากลักษณะวิชาชีพที่เป็นศิลปะ [Art]
ให้เป็นการตัดสินใจที่เป็นศาสตร์ [Science] โดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน
มากกว่าการบรรยายความ หรือคาดคะเนกว้างๆ
เพราะโลกยุคใหม่มีการแข่งขันสูง และต้องมีการ "แข่งประสิทธิภาพ"
ที่วัดผลได้จริง
ทำให้การจัดการเรื่องคนต้องวัดประสิทธิภาพได้ชัดเจนเป็นแนวทางเดียวกัน
7. นักบริหาร HR ต้องทำตัวเก่งและรับบทบาทในด้าน
"การประสานและสร้างความร่วมมือ" [Collaboration and Cooperation]
เพราะ การประสานความร่วมมือคือ "หัวใจขององค์กร" ในอนาคต
การต้องรับหน้าที่สร้างกลไกการประสานและหลอมให้เข้ากัน
และรวมพลังทำงานเป็นหนึ่งเดียว
จะสำคัญยิ่งที่จะป้องกันมิให้เกิดสภาพต่างคนต่างทำ
8. นักบริหาร HR ต้องทำหน้าที่ติดตามแก้ไขปัญหาด้านสังคม
และตามทันนโยบายสาธารณะต่างๆ
เพราะความเจริญของข่าวสารและกระแสความโปร่งใส ทำให้พลังของ
Stakeholders กลุ่มต่างๆ แข็งแรงขึ้น
ดังนั้นเพื่อป้องกันการถูกกระทบ จึงต้องมีคนคอยติดตามนโยบายสาธารณะ
[Public Policy] และคอยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากสังคมภายนอก
ซึ่งนักบริหาร HR คือ ผู้เหมาะสมกับบทบาทด้านนี้มากที่สุด
9. ต้องบริหารในบริบทโลกได้ คือ นั่นคือ ผู้บริหาร HR
จะต้องทำได้เสมอเหมือนผู้บริหารด้านอื่น
โดยตามทันกระแสโลกาภิวัฒน์ในโลกสมัยใหม่
และสามารถประยุกต์การแก้ปัญหาให้ตรงกับสถานการณ์ในท้องถิ่นได้ด้วย
เหมือนคำกล่าวที่ว่า "Live Globally, Act Locally" นั่นเอง
ทั้ง 9 มิติงานที่กล่าวนี้คือ
บทบาทหน้าที่ของนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคหน้า
เป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะ
และความสามารถในเชิงวิชาชีพที่สามารถขยายให้เทียบได้
หรือก้าวล้ำหน้าวิชาชีพอื่นๆ ในองค์กร ซึ่งโอกาสมีรออยู่แล้ว
ด้วยความจริงว่า "ยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาไว
ปัญหาด้านคนจะกระโดดไปยืนรอการแก้ไขและจัดการอยู่ข้างหน้าเสมอ"
ดังนั้นใครที่เก่งและมีความรู้ด้านคน
จึงได้เปรียบและมีโอกาสมากกว่า
"โลกาภิวัฒน์ยังสะท้อนว่า "การจัดการทรัพยากรมนุษย์"
ถึงเวลาต้องปรับตัว ต้องคิด วิเคราะห์ และวางแผน
โดยคาดคะเนถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
เพื่อเตรียมความพร้อมให้เท่าทัน และตรงเงื่อนไขใหม่ๆ
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต"

ผ่านมา เป็นบทความที่น่าสนใจ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นค่ะ
เยี่ยมมากเลยครับของลิงก์เข้าสู่งานเขียนของตัวเองบ้างนะครับ
ยินดีค่ะ