ด้วยสำนึกเพื่อพ่อเครือข่ายชุมชนจึงช่วยคนละไม้คนละมือ

 

ชมรมตามรอยพ่อโรงเรียนร่องคำ

จากแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่ก่อให้เกิด ชมรมตามรอยพ่อ ของโรงเรียนร่องคำ แนวคิดดังกล่าวได้เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายจากชุมชนสู่โรงเรียน ด้วยการอำนวยการของท่าน ผอ.กิตติพร  อินทะสีดา และผู้บริหารที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้แบบครบวงจรและนอกห้องเรียน ดิฉันครูอมีนา  ศิริเกษ ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลชมรมฯด้วยเพราะว่าดิฉันได้ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นกิจกรรมของชมรมฯมาก่อนแล้ว  บริเวณบ้านพักครูหลังที่หกซึ่งเป็นหลังสุดท้าย มีพื้นที่กว้างมาก มีต้นไม้รกรุงรัง ดิฉันเห็นว่าน่าจะทำบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน จึงได้ร่วมมือกับ ฝ่ายวิสาหกิจชุมชน สถาบันภูพาน นำแพะพันธุ์นมมาเลี้ยง โดยได้ขออนุญาตจากทางโรงเรียน  ปรากฏว่าเป็นที่สนใจของชุมชนต่าง โดยเฉพาะนักเรียนต่างสนใจ ผลัดกันมาดูแล ดิฉันพยายามค้นคว้าถึงคุณสมบัติของนมแพะในมิติต่าง จากแหล่งความรู้หลายที่จนพบว่า นมแพะมีประโยชน์มากกว่าที่คิดมากนัก และทราบว่าในน้ำนมแพะมีสารบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผิว จึงได้ทดลองเอามาทำสบู่ ใช้เวลาหลายปี มีการทดสอบการใช้จริงจากนักเรียน จนแน่ชัดว่าสูตรที่ค้นพบลงตัวแล้ว จึงได้ยื่นจดทะเบียนสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อก่อกำเนิดเป็นชมรมตามรอยพ่อ บริเวณบ้านพัก ก็ได้รับการพัฒนาจากทั้งนักเรียนในชมรมฯและชุมชนเครือข่าย ได้ช่วยกันพลิกพื้นดินที่ปรกคุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ชุมชนเครือข่ายต่างก็เสียสละ บ้างก็นำไม้ บ้างก็นำสังกะสี เลื่อย ค้อน ตะปู รวมถึงแรงงาน ช่วยกันจนกลายเป็นที่ทำการชมรมตามรอยพ่อ แบบพอเพียง เป็นที่ทำการที่นำเอาวัสดุเหลือใช้มาทำ ดิฉันคิดว่าด้วยสำนึกของชุมชน ที่อยากจะมีส่วนที่จะทำเพื่อพ่อ จึงทำให้บริเวณชมรมฯที่เคยเป็นป่ารก กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ที่มีทั้ง ฟาร์มแพะ พืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ปุ๋ยหมักชีวภาพ โอ่งเลี้ยงปลา สบู่นมแพะ ทุกๆวันเด็กนักเรียนจะแวะเวียนกันมาดูแลความสะอาดโรงเรือนแพะ มาทำโน้นทำนี่ บางครั้งก็จะมีชุมชนเครือข่ายมาให้คำแนะนำ หรือแม้แต่ผู้ที่มาศึกษาดูงานที่โรงเรียน ก็จะต้องมาเยี่ยมชม เพราะเป็นการปฏิบัติจริง ที่นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลย