การลดปริมาณรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยเป็นหลักหนึ่งที่สำคัญของการป้องกันอันตรายจากรังสีแก่ผู้ป่วยและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
สวัสดีครับ วันนี้ขอเสนอการปฏิบัติการเกี่ยวกับเครื่องฟลูออร์โรสโคปีและเครื่องดิจิทัลซับแทรกชั่นแองจิโอกราฟฟี (Fluoroscopy and Digital Subtraction Angiography) สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1
สิ่งที่อยากแนะนำให้รู้จักและจดจำ คือ เครื่องการฉายรังสีเป็นจังหวะหรือเป็นช่วง ที่เรียกทางเทคนิคว่า Pulse Fluoroscopy แต่สำหรับเครื่องที่เห็นในภาพ เขียนว่า Fluoro rate (ศรชี้ สีแดง) ควบคุมการฉายรังสี 2 แบบ คือ แบบที่ 1 ใช้แบบอัตราความเร็วในการฉายรังสีแตกต่างกัน คือ 7.5, 15, 30 ภาพต่อวินาที และ แบบที่ 2 แบบฉายรังสีอย่างต่อเนื่อง (CONT : Continuous)
สัญญาลักษณะที่ปรากฏว่าเลือกใช้การฉายรังสีแบบใด
คือ แบบต่อเนื่อง CONT ลูกศรสีแดง Fluoro rate (Pulse Flu) ลูกศรสีเขียว
ความแตกต่างของการฉายรังสี ขณะใช้งาน คือ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอภาพ เมื่อเลือกใช้ CONT ภาพจะเป็นลักษณะต่อเนื่อง เสมือนจริง ดูสบายตา แต่มีข้อด้อย คือ ปริมาณรังสีผู้เกี่ยวข้องได้รับมีปริมาณสูง
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอภาพ เมื่อเลือกใช้ Fluoro rate ภาพจะขาดความต่อเนื่อง เป็นกระตุก คล้ายเรากระพริบตาขณะดูภาพ ถ้าใช้อัตราในการฉายรังสีต่ำ เช่น 7.5 ภาพจะขาดความต่อเนื่องมากกว่า 15 และ 30 แต่ปริมาณรังสีที่ใช้ในอัตราความเร็วต่ำจะน้อยกว่าการใช้อัตราความเร็วสูง
เรียน อ.ต้อม เครื่องเอกซเรย์แบบ C arm ที่ใช้ในงานศัลยกรรมกระดูก ก็ปรับมาใช้ ระบบ Pulse Fluoroscopy เช่นกันครับ คงเน้นการลดDose นะครับ อาจารย์
แล้ว frame/sec ที่เหมาะสมควรใช้ช่วงไหนครับ
เรียน คุณปรีชา
Frame rate เท่ากับเท่าไรที่เหมาะสมนั้น ยังไม่พบการอ้างอิงที่ชัดเจน เพราะการใช้งานชึ้นกับสิ่งที่ต้องการตรวจ เช่น
การดูอวัยวะที่อยู่กับที่เช่นกระดูก อาจไม่ต้องใช้ Frame rate ที่เร็วนัก
แต่ดูการเคลื่อนไหว เช่น หลอดเลิอด อาจต้องเร็วหน่อย
การดูแบบ check up เช่น ดูปอดก่อนทำ Upper GI ก็ ไม่ต้องเร็ว เป็นต้น
แล้วคราวหน้าจะนำเสนอเรื่องโปรแกรม Looping ต่อไป ครับ