ในสมัยพระเจ้าโอรังเซบ ( Auranzeb )
เมื่อเจ้าชายเป็นอุปราชปกครองทางเขตเดคข่านนั้นได้สะสมกำลังพลก่อการแย่งชิงอำนาจจากพระราชบิดา ( พระเจ้าชาห์ จาฮัน ) ได้สำเร็จและตั้งตนเป็นกษัตริย์เริ่มต้นปกครองอินเดียในปี พ.ศ. 2201- 2250 พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์มูฆัล เพราะหลังการปกครองในสมัยของพระองค์แล้ว
อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์มูฆัลก็ล่มสลาย และเหตุการณ์สำคัญในสมัยนี้คือ
1 . การทำสงครามกลางเมือง
- การปราบกบฏของชาวฮินดู ที่ไม่พอใจในการนโยบายการเก็บภาษีแก่คนนอกศาสนา ในภาษีจิซยา ( Jizya )
- การปราบกบฏของชาวสิกข์ ที่ทำสงครามกับราชวงศ์มูฆัลมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจากสมัยพระเจ้าชาห์หันกีร์จนมาถึงยุคของพระองค์ที่ยังไม่จบสิ้น
- การปราบกบฏชาวฮินดูสายราชปุตที่เข้มแข็ง ผู้เคยสร้างเมืองอินเดียให้มีความเจริญรุ่งเรืองพร้อมกับการเปิดประเทศไปสู่ความยิ่งใหญ่ในสมัยของพระเจ้าอักบาร์ ก่อเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ราชวงศ์มูฆัล
- การปราบกบฏชาวฮินดูสายมาราฐา ทางตอนใต้ของอินเดีย ที่รวมตัวกันตั้งตนเป็นอิสระ พระองค์ทุ่มเทในการปราบอยู่ 20 ปี ก็ไม่สำเร็จ
2 . ด้านการศาสนา
พระเจ้าโอรังเซบ ทรงนับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด ทรงยกเลิกการอุปถัมภ์บรรดานักดนตรีและกลุ่มกวีในราชสำนัก ทรงขับไล่พวกนักดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ออกจากราชสำนัก ยุคนี้เป็นยุคที่ศิลปะวิทยาการต่าง ๆ เสื่อมถอยลงไปเนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของพระองค์
ความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์มูฆัลเริ่มนับถอยหลังลงเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์และในปี พ.ศ. 2282 กษัตริย์แห่งเปอร์เซียได้เข้ารุกรานยึดอินเดียได้คือ พระเจ้า นาดีร์ ชาห์ แต่เป็นการเข้ามาปล้นสดมไม่หวังปกครองอินเดีย
ด้วยการกวาดเอาทรัพย์สินมหาศาลทั่วอินเดียกับไปยังเปอร์เซีย คงยังปล่อยให้เชื้อสายของพระเจ้าโอรังเซบปกครองบนเมืองอินเดียที่ไม่หลงเหลืออะไรแล้ว โดยมีกรุงเดลฮีเป็นศูนย์กลางการปกครองจนมาถึงปี พ.ศ. 2401
เมื่ออินเดียต้องทำสงครามพ่ายแพ้แก่อังกฤษก็ยกเลิกระบบกษัตริย์รวมเอาดินแดนอาณาจักรของราชวงศ์มูฆัลทั้งหมดไว้เป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ.