ประหลาดใจตัวเอง.. คิดได้ยังไง  ชื่อของลิ้งค์นี้ "know-or-not-is-knot"
คือว่า..อาการของเราตอนนี้.. เป็นแบบชื่อลิ้งค์ล่ะ .. กึ่งๆ กลางๆ ระหว่าง  รู้ (Know) กับ ไม่รู้  (not) พอเอาคำของฝรั่ง 2 คำมาสนธิกัน เลยกลายเป็น คำว่า ปมเงื่อน (knot) ไปเสียอีก (ในใจเราเองหวังว่า เมื่อแก้ปมออกได้คงจะเอาเชือกเส้นนี้ไปทำประโยชน์อะไรต่อมิอะไรได้บ้าง)

..อยากจะสารภาพว่า..เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินคำว่า KM มา เมื่อไม่นานนี้เอง  ..เนื่องจาก.. วันหนึ่ง มีท่านผู้เมตตา มาบอกเราว่า ขอให้เราเป็นประธาน KM เถอะ  เราถามว่า มันคืออะไรเหรอ  ท่านบอกว่า ไม่มีอะไรหรอก ง่ายๆ เอง...ไอ้เราหรือ ....เมื่อโดนอ้อนวอนด้วยแม่น้ำทั้งห้าร้อยสาย..เราก็ตอบไปว่า  บอกว่า ถ้าผู้บริหารเห็นว่ามีประโยชน์ต่อหน่วยงาน ก็จะทำให้ค่ะ...(.อืมมมม..กล้าหาญขนาดนั้นเชียวหรือเธอ..)

จากนั้น เราก็เริ่มมาอ่านๆๆๆ เรื่องเกี่ยวกับ KM ทั้งในหนังสือ ในอินเตอร์เน็ต  อ่านแล้วปวดหัวมากๆ เพราะมีหลายทฤษฎีเหลือเกิน (ตอนนั้นคิดว่า..ไปตกปากรับคำเขาทำไมเนี่ย..แต่รับไปแล้วคงต้องลุยเต็มที่ไปก่อนนะคะ ..ในที่สุด..ถ้าเราทำงานไม่ได้เรื่องจริงๆ เราคงต้องพิจารณาตัวเองอีกที)   สุดท้าย.. ก็ได้มาอ่านหนังสือของอาจารย์ประพนธ์ และอาจารย์หมอวิจารณ์ รู้สึกว่า ..อืม .. เริ่มเข้าท่าเข้าทาง แต่นั่นล่ะค่ะ  KM ถ้าไม่ทำก็ไม่รู้ใช่ไหมคะ

เมื่อช่วงต้นปี (ปลายเดือน มกราคม 2549)ทางกรมฯ ได้อบรมทักษะ ในการเป็นคุณอำนวย  เราได้ฟังวิทยากรจากศิริราช  ฟังอาจารย์จากอยุธยา และ คุณ...จากบริษัทสแปนชั่น  เรารู้สึกทึ่งมากๆ  (แต่ในใจก็คิดว่า เฮ้อ ..เราจะไหวไหมเนี่ย)  มีช่วงหนึ่งของการอบรม ที่มีการฝึก Sharing  เราเลยเริ่มมีโอกาสได้ฝึกนิดๆหน่อย แต่ก็ยังไม่มั่นใจมากเท่าไร เพราะยังเคยไม่จัดเวทีแบบนี้ด้วยตนเอง..

ช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์  ทีมงานพวกเราเลยมาลองจัดอบรมและให้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ในหน่วยงานดูค่ะ  โดยคิดรูปแบบอบรมเอาเองเลย (ประยุกต์จากที่อ่าน ๆ และ เคยฝึกมานิดหน่อย)


..ก็เขาว่า KM เรียนรู้ได้จากการปฏิบัติ ...อีกอย่างหนึ่ง..เราเคยได้ยินว่า มีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เคยอบรมโดยการเปิดซีดีให้ความรู้เพียงอย่างเดียว ผลปรากฏว่าคนที่เข้ารับการอบรมยังนึกภาพไม่ค่อยออกเท่าไร...

..เราเลยจัดการอบรมเป็น 2 วัน ..เน้นปฏิบัติ..(และ ออกแนวลูกทุ่งมากๆ )


...เหตุการณ์วันแรก...

--ช่วงเช้า--

   เราเชิญวิทยากรมาแนะนำเรื่องกระบวนการ Knowledge sharing สัก 2 ชม. ..จากนั้นก็ลุยแบ่งกลุ่มทำกระบวนการ sharing เลย..คนที่เข้ารับการอบรมเขาก็งงๆนิดหน่อยนะคะ..
..แบบว่าทีมงานKM ของเราเองก็ลองฝึกเป็น Notetaker ตามกลุ่มต่างๆ (หัดขับกันหมดเลยค่ะ ทั้งคุณกิจและคุณลิขิต ยกเว้น วิทยากร)  
..ส่วนหัวข้อในการแลกเปลี่ยนความรู้ ทีมงานพวกเราเองก็คิดเอาเองตามหัวปลาที่กรมฯ ตั้งเอาไว้ 
เราก็ไม่รู้ว่าหัวข้อที่ใช้จัดแลกเปลี่ยนมันกว้างไปหรือแคบไป   แต่เราก็ขอให้คุณกิจเตรียมเรื่องเล่ามาตามหัวข้อนั้นๆ .. โชคดีที่วิทยากรท่านยังอยู่ ท่านเลยช่วยแบ่งเบาความทุลักทุเลของพวกเราได้บ้างค่ะ 
..สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ก็คือ....คำพูดประมาณนี้ล่ะค่ะ...
..อืม ..เธอทำงาน/โครงการนี้ด้วยเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เลย... 
..งานแบบนี้เธอคิดได้ยังไงเนี่ย  เล่าให้ฟังละเอียดๆ หน่อย  น่าสนใจมาก... 
...พี่ทำไมมีความรู้ในเรื่องนี้ละเอียดจัง ถ้าพี่เกษียณไป เราคงเสียดายความรู้ที่พี่มีแน่ๆเลย...

--ช่วงบ่าย--

   มีการทำ After action review --AAR--(ไม่ทราบว่ามีคำแปลแบบไทยๆ หรือเปล่า--วิมังสา --ใช้ได้หรือเปล่าคะ)  

ผู้เข้ารับการอบรม--บอกว่า เข้าใจกระบวนการ และเห็นประโยชน์ของ KM ตั้งใจว่าจะนำกระบวนการไปทำที่ฝ่ายฯ  บ้าง (พอได้ยินคำนี้ ประธานKM มือใหม่หัดขับดีใจมากๆ --ต่อไปเราจะจ้างคนนี้มาเป็นหน้าม้าให้เราทุกงานเลย --อิอิ--)

วิทยากร -- บอกว่า คุณกิจที่เข้ารับการอบรมฯ มีแววเป็นผู้นำ และสามารถเป็น FAได้ด้วย (ดีใจจัง งานของเราจะได้เบาขึ้นหน่อยนึง จะได้ขยายเครือข่ายได้เร็วขึ้นหน่อย)

ประธานKM(เราเอง) -- เราบอกว่า ผลที่ได้เกินที่คาดไว้ (เราหวังว่าคุณกิจจะพอเข้าใจกระบวนการ แต่นี่เขาสามารถเป็น FA ได้เสียด้วย)   เราบอกว่า  เราเริ่มเข้าใจแล้วกับคำพูดที่ว่า 
"ก่อนทำ KM ความทุกข์ในใจมีมากกว่าความทุกข์ที่มีอยู่จริง   หลังทำ KM แล้วความสุขที่ได้รับจะมากกว่าความสุขที่คิดเอาไว้...."     วันนั้น ..ตั้งใจว่า จะพยายามทำให้ทุกคนมีความเป็นผู้นำในการทำ KM ให้ได้ --มุ่งมั่นเหลือเกินนะเธอ--)

...เหตุการณ์วันที่สอง...

--ช่วงเช้า--

  วันนี้อาจารย์ที่เป็นวิทยากรท่านไม่ว่าง พวกเราต้องลุยกันเอง (ลูกทุ่งอีกแล้ว)  แต่โชคดีที่ท่าน ผอ. ว่าง  เราเลยเชิญท่านมาให้กำลังใจผู้เข้ารับการอบรม ท่านบอกว่า งานKM เป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นนโยบายของกรมฯ ด้วย  ท่านบอกกับเราว่า อย่าลืมข้อตกลงของการจัดอบรมที่นี่นะคะ ว่าทุกการอบรมจะต้องไม่เครียด (เหอๆ--ไอ้เราก็ทำผู้อบรมงงๆ ไปพักนึงแล้วเมื่อวานค่ะ)

  ในเวลาต่อมา..เราเปิดซีดีของอาจารย์ประพนธ์..เราเดาเอาว่าคนที่เข้ารับการอบรมอาจฟังไปเรื่อยๆ เฉื่อยๆ...ที่ไหนได้ นั่งจ้องกันตาแป๋ว  ..นั่นคงเป็นเพราะว่า เมื่อวานเขาได้เรียนรู้จากการกระทำแล้ว..เนื้อในซีดีแผ่นนี้นี้จึงเป็นทฤษฎีที่เติมเต็มในสิ่งที่เขาสงสัย..อืม..มุขนี้ได้ผลเหมือนกันแฮะ...

-- ช่วงบ่าย--

  เราให้แต่ละกลุ่มคิดหัวข้อในการ Sharing เอง ..เข้าท่าเหมือนกัน...น่าสนใจด้วย
หัวข้อก็เช่น..แนวทางการทำให้ผู้ปกครองเด็กไว้ใจและร่วมมือในการรักษา   การเตรียมตัวเพื่อรับ นศ.ฝึกงาน  ..มีอะไรอีกเยอะ ..จำไม่ได้อีกแล้วเรา..ต้องย้อนกลับไปดูซีดีการอบรมที่บันทึกไว้

 หลังจากนั้น มีการทำกระบวนการ AAR  และเพิ่มเติมเนื้อหาบางส่วน โดยพี่ที่มีตำแหน่งKM ระดับกรมฯ   ปิดท้ายด้วยการแถลงนโยบายของประธานKM มือใหม่หัดขับ   เราก็เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ทีมKM มีแผนงานอะไรบ้าง และ จะทำงานอะไรให้กับหน่วยงานบ้าง (แถลงไปแล้ว ..ก็ทำให้ได้ล่ะเธอเอ๊ย..)

บทเรียนจากการจัดอบรม

1. หัวข้อในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระยะเริ่มแรก ควรจะชัดเจน ไม่ควรกว้างมาก หรือแคบมากเกินไป

2. การจัดกลุ่มคุณกิจ ควรจัดกลุ่มคนที่สามารถเล่าเรื่องได้ทุกคน (เราลืมไปว่ามีหน่วยงานBack officeมาด้วย ลืมจัดหัวข้อให้เขา เขาจึงต้องไปแทรกอยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการ)

3.บรรยากาศควรจะสบายๆ กว่านี้ (นี่เกร็งกันตั้งแต่ทีมงานเลยค่ะ)--คราวหน้าไปจัดริมน้ำดีไหมเนี่ย

4. การปฏิบัติทำให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งคุณอำนวย คุณกิจและคุณอะไรต่อมิอะไร    " Learning by doing" is  reality..แต่งภาษาอังกฤษอ่านเองแล้ว งงซะเอง..เหอๆ..

และนี่เป็นข้อความที่เราพิมพ์ใน Power point แผ่นแรก  " เราจะก้าวไปพร้อมๆกัน "  มาคิดอีกที อืม...มันเป็นความจริงๆด้วยเนอะ..