สอน ศิลป์ สร้างสู่น้องน้อย

เมื่อวันที่ 17 -22 ตค. 2551 ได้นำลูกสมุนประมาณ  42 ชีวิตไปร่วมชะตากรรม ตามฝันหารักที่ชายแดนกันโดยตั้งชื่อโครงการว่า "สอน ศิลป์ สร้างสู่น้องน้อย" (มีเด็กๆ แนะว่า ให้ใช้คำว่า ปีที่ 1 จะได้มีปี 2 ต่อไป ช่างน่ารักจัง) ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสุนทรเวช ต.ไล่โว้ อ.สังคละบุรี จ.กาญจนบุรี

17 ตค. วันแห่งการเดินทาง รถบัส-รถไฟ-รถบัส-เดิน 6 กิโลกว่า                                                 พวกเราเริ่มกันตั้งแต่ตีสี่นะ ลูกสมุนนั่งรถบัสคันใหญ่ติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ข้าพเจ้าและสหายใหม่ เป็นห่วงของก็เลยนั่งไปกับท่านพี่บุเรงนอง ณ.ม.บู ก็สนุกสนาน สะใจ ลมเย็นกำลังดี ประมาณ 6 โมงเช้าก็ถึงสถานีรถไฟธนบุรี รอจนประมาณ เกือบ แปดโมงเช้ารถถึงออก พวกเราได้นั่งรวมกันในหนึ่งโบกี้ (ก็ต้องขอขอบคุณทางการรถไฟเป็นอย่างสูงที่ให้ความกรุณา) นั่ง นอน กิน คุย ร้องเพลง อ่านหนังสือ คือกิจกรรมที่ทำบนรถไฟ  ประมาณ บ่ายโมงก่า ก็ถึงสถานีน้ำตก ได้มีกิจกรรมขนของลงจากรถไฟ ส่งต่อขึ้นรถหกล้อ ก่อนจะเดินทางต่อ ก็ได้กินข้าวรองท้องกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แล้วก็ปฏิบัติการนั่งรถบัสพัดลมของคุณพี่ใจดี อีกสามชั่วโมงไปถึงไล่โว้ ตั้งห้าโมงครึ่งแนะ เอาไงดีหว่า ไปต่อหรือไม่ไป ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ก็ตกลง "เดินหน้า ท้าความมืดกัน" กว่าจะถึงโรงเรียนก็ประมาณเกือบสี่ทุ่ม เพราะหนทางหฤโหดมาก

18 ต.ค. เดินหน้าเตรียมงาน   เช้านี้สหายหนุ่มๆ และสหายสาวบางคน พร้อมทั้งชาวบ้านก็ต้องเดินลงไปข้างล่างประมาณ 3 กิโล เพื่อไปนำสิ่งของที่พวกเรานำกันมา การขนของเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะพื้นดินแฉะและฝนตก อย่างไรก็ตาม ตอนบ่าย เราก็ได้ข้าวของมาทั้งหมด สำหรับกลุ่มที่ไม่ได้ขนของก็มาจัดการโยกย้ายของในห้องเรียน และแบกไม้ไผ่สำหรับทำโรงเพาะเห็ด ตอนเย็นพวกเราแยกย้ายกันเข้าพักตามบ้านชาวบ้านเพื่อได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านอย่างแท้จริง 

 

19 ตค. ตั้งหน้าทำงาน  วันนี้ได้แบ่งกลุ่มงานเป็นสามกลุ่ม คือ สอนน้อง  ทาสี และทำโรงเพาะเห็ด  เช้านี้มีน้องๆ มากันมากมาย เด็กเล็กก็จัดให้เล่นเกม ส่วนเด็กโต น้องๆอยากเรียนวิชาภาษาอังกฤษกัน ส่วนช่วงบ่าย พวกเราก็ทำการมอบของให้กับโรงเรียนและชุมชนกันอย่างสนุกสนาน ตอนกลางคืน พ่อกำนันได้มาให้ความรู้พวกเราเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง และการเป็นผู้นำชุมชน

 

20 ต.ค. เริงร่าอาสา  พวกเราแบ่งงานกันสามกลุ่มเหมือนเดิม แต่วันนี้มีน้องมาไม่มาก และด้วยทางโรงเรียนขอให้ช่วยปรับปรุงห้องสมุดให้ด้วย พวกเราจึงเกณฑ์บางส่วนมาจัดการกับห้องสมุด (งานถนัดนักแล) โดยมี เอสด้า ช่วยออกไอเดียยกฟาร์มมาไว้ที่ห้องสมุด ช่วงกลางคืน คุณครูได้มาคุยกับพวกเราถึงชีวิตการทำงาน

 

21 ตค. เร่งรีบเก็บงาน วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน พวกเราก็พร้อมใจกันปิดงานได้อย่างสวยงาม ช่วงเย็นพวกเราก็ได้มีการส่งมอบงาน คือ 1. โรงเพาะเห็น อิ่มนี้ ให้น้อง  2. การปรับปรุงและทาสีอาคารเรียน และ 3. การปรับปรุงห้องสมุด  ช่วงกลางคืน ได้มีงานสานสัมพันธ์อำลา โดยทางชุมชนได้จัดการแสดงรำตง ส่วนพวกเราก็มีการร้องเพลงร่ำลา

22 ตค. กลับคืนถิ่น พ่อกำนันได้ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อส่งพวกเรา ที่จะต้องเริ่มออกจากหมู่บ้านตอนตีห้า เดินๆๆๆ ประมาณ 3 กิโล โชคดีว่า เช้านี้ฝนไม่ตก รถจึงเข้ามารับพวกเราได้ ลงไปที่อบต.ไล่โว้ ประมาณ 6 โมงครึ่ง พอเจ็ดโมงเช้า รถบัสก็มารับเราไปสถานีน้ำตก กินข้าวเช้า แล้วก็รอประมาณ เที่ยงกว่า ๆ ก็นั่งรถไฟ กลับบ้าน ประมาณหกโมงครึ่ง ก็ถึงกทม.อย่างมีสวัสดิภาพ

จากการไปทำค่ายอาสาครั้งนี้ สามารถสรุปสิ่งที่ตนเองได้รับคือ

1. โครงการนี้เป็นการทำร่วมกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเป็นครั้งแรก ซึ่งพวกเราทุกคนรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากในการดูแลของคุณครูทั้งหลาย 

2. เข้าใจถึงชีวิตการทำงานของคุณครูที่มีความเสียสละอย่างสูง

3.เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง  ความเชื่อ การนับถือผู้เฒ่าผู้แก่ ความน่ารักสดใสของเด็กๆ การแสดงรำตงที่แสนจะไพเราะ สวยงาม และปัญหาการรักษาวัฒนธรรมให้ยั่งยืน

4. ได้รู้ถึงศักยภาพความสามารถของตนพร้อมทั้งได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบพอเพียงอย่างแท้จริง  กินผัก กินปลาที่หาได้ ไม่ต้องใช้โทรศัพท์ก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้