ความมุ่งมั่นที่จะทำให้อาจารย์ของภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลเกิดการเติบโตภายใน เรียกร้องให้ดิฉันเข้าประชุมวิชาการเรื่องจิตตปัญญาศึกษา: การศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์ ที่จัดโดยศูนย์จิตตปัญญาศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล
ได้ทราบความหมายของจิตตปัญญาศึกษา จากท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโสว่าหมายถึงการรู้จิตของตัวเองแล้วเกิดปัญญา หรืออีกนัยหนึ่งคือการเข้าถึงความจริง ความดี ความงาม ประทับใจข้อเขียนของท่านอาจารย์ที่ว่า "โลกที่สัมผัสด้วยตัวตน และความคิด กับโลกที่สัมผัสด้วยจิตที่สงบ มีสติ ต่างกันโดยสิ้นเชิง" เรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วจากเรื่องเล่าสัมผัสการดูแลด้วยหัวใจ
เพียงแค่ทำให้นักศึกษาผ่อนคลาย และเฝ้าดูลมหายใจ ระยะหนึ่ง จิตจะสงบ ในขณะเวลานั้นดิฉันให้นักศึกษาทบทวนถึงการดูแล ความเอื้ออาทร ที่ได้รับจากแม่ และทบทวนว่านักศึกษาทราบซึ้งเพียงใด ที่ผ่านมานักศึกษาทำอะไรไปโดยไม่ทันคิดถึงหัวใจคนเป็นแม่ หรือไม่ เคยเถียง เคยตะคอกในความหวังดีของแม่บ้างมั้ย พบว่าในภาวะที่จิตสงบ จิตบริสุทธิ์มาก และสำนึกผิด นักศึกษาถึงกับร้องไห้ และให้สัญญาว่านับแต่นี้ไปจะดูแลหัวใจของแม่ให้มากขึ้น
ได้พบว่ามีสถาบันอาศรมศิลป์นำแนวจิตตปัญญาศึกษา มาจัดการศึกษาในสาขาสถาปัตยกรรม และได้ฟังอาจารย์สุรพล ธรรมร่มดี เล่าประสบการณ์เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ และได้ค้นพบว่าการเรียนรู้ที่เป็นองค์รวม หรือที่ตั้งอยู่บนการดำเนินชีวิตนั้น ต้องผ่านประสบการณ์ตรงด้วยการลองผิด ลองถูก จึงค้นพบหนทางที่ถูกต้องยิ่งขึ้น และอาจารย์เล่าว่าสิ่งนี้แยกไม่ออกจากการขัดเกลาจิตใจในการทำงานร่วมกันเป็นทีมของคณาจารย์ โดยเฉพาะการเอาชนะทิฐิมานะในใจตน
ดิฉันเชื่อว่าอาจารย์ที่จะสอนนักศึกษาให้ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจกรุณาได้จริง อาจารย์ต้องเป็นผู้มีหัวใจกรุณาด้วยเช่นกัน ดังนั้นคงจะต้องทำอะไรสักอย่าง
ดิฉันก็ได้ทำแล้ว ได้เชิญกระบวนกรจากมูลนิธิเสมสิกขาลัย อาจารย์ปรีดา เรืองวิชาธร มาเสวนากับอาจารย์ในภาควิชาฯ ในหัวข้อ"สุขผลิบานจากงานสอน เพื่อเยียวยาผู้ป่วยด้วยหัวใจกรุณา" ผลการเสวนาได้บันทึกไว้ในเรื่องเล่า
ดิฉันยังมีงานต้องทำต่อไปอีก แล้วจะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป