ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม

ฉบับที่ ๓

 

 

๑๕  เมษายน  ๒๕๔๔

กานต์วลี  คนใหม่ของผม

      คุณยังจำบทเพลง...จากหนังเรื่อง Tomorrow  Never Dies  ที่เราได้ดูกันที่ ซิดนีย์ได้หรือไม่  วันนี้ผมกลับได้ยินมันอีกครั้ง        Darling  I’m  killed

            I’m  in  a puddle  on   the  floor

            Waiting  for  you  to  return

            Oh  what  a  thrill

            Fascinations  galore

            How  you  tease, how  you leave  me  to burn

                        It’s  so  deadly, my dear

                        The  power  of having you near

Util  the  day…

Util  the world  falls  away

Util  you  say  there’ll  be  no  more  goodbyes

See it   in  your  eyes

Tomorrow  never  dies

            Daring,  you  won

            It’s  no  fun

            Martinis, girl and  guns

It’s  you, that’s  your  life

Every  night , as  you  chase  the  morning  light

You’re  not  the  only  spy  out  there

It’s  deadly, my  dear

The  power  of  wanting you near

            ที่รัก  ฉันถูกประหาร

ติดกับดักอยู่แทบเท้าอย่างนี้

รอคอยการกลับมาของเธอ

ช่างน่าหวาดผวา  อำนาจเสน่หามากเหลือล้น

หยอกล้อกันหรือ  ทอดทิ้งฉันไว้ให้มอดไหม้

เธอทำให้ฉันปางตายยามอยู่เคียงใกล้

จนถึงวันนั้น    วันที่โลกสลาย

จนเมื่อเธอเอ่ยว่า..จะไม่มีคำร่ำลาอีกต่อไป

ภาพมันฉายชัดในแววตาเธอ

ว่าวันพรุ่งนี้...ไม่มีวันตาย

    ที่รัก  แม้เธอเคยเป็นผู้ชนะ

...ไม่สนุกเลยนะ  สุรา..นารี..หรือศาสตรา

มันลอบสังหารสัมพันธ์รักระหว่างเรา

...มันไม่ใช่ชีวิตของเธอ

ทุกราตรี..ที่เธอต้องไล่ล่าแสงแห่งรุ่งอรุณ

แต่ “พยัคฆ์ร้าย”  มิได้มีเพียงเธอเท่านั้น

เธอทำให้ฉันปางตาย..ก็ด้วย

พลังปรารถนาในตัวเธอ.

            ผมกลับไปหาสนามกีฬาโอลิมปิค  SYDNEY ๒๐๐๐ อีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา  ทุกอย่างเงียบเหงา บอกกานต์ตามตรง  ผมไม่สามารถทนอยู่ได้  ผมทำใจไม่ได้  ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่เพียงชั่วอึดใจ

            ผมเดินทางสู่ WILDLIFE  PARK  ๑๓ เหรียญ เป็นราคาในการเปิดประตูแห่งความหลัง

            จิงโจ้ (KANGAROO) หรือ เจ้าถุงลูก ที่กานต์ใช้เรียกเจ้าสัตว์มหัศจรรย์  ซึ่งเลี้ยงลูกด้วยนมตัวนี้  ยังคงอยู่ที่เดิม  ผมรู้สึกว่ามันยังจำผมได้

            หมีเคาล่า  ก็ยังคงกัดใบยูคาอยู่บนเสาไม้ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่หมีอย่างที่กานต์คิด และอีกนั่นแหละไม่ใช่ผมไม่รักกานต์เหมือนดังที่กานต์เข้าใจ  เคาล่า เป็นสัตว์ในกลุ่มมาร์ซูเพียล  ซึ่งมีเจ้าจิงโจ้เป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดในกลุ่ม    เคาล่า ถูกใช้เป็น สัญลักษณ์ของออสเตรเลียคู่ไปกับจิงโจ้  มันอ้วน กลม น่ารัก อาศัยอยู่บนต้นกัม(ยูคา)และกินน้ำน้อยมาก  เคาล่า เป็นภาษาของชาวอะบอริจิน แปลว่า ไม่กินน้ำ  เรามักจะเห็นลูกของมันเกาะอยู่บนหลัง  ส่วนลูกของจิงโจ้กลับอยู่ในกระเป๋ามหัศจรรย์

            เจ้าวอมแบต  นกอีมู นกตัวใหญ่อันดับ ๒ รองจากเจ้านกกระจอกเทศ ก็ยังอยู่  ส่วนเจ้าตัวที่น่ารักสำหรับกานต์  วอลลาบี้ คล้ายจิงโจ้ตัวเล็ก กลมป้อมน่ารัก ก็อยู่เหมือนกัน ที่เดิม เอ ! แล้วผมบอกสิ่งเหล่านี้กับกานต์ทำไมกัน กานต์รู้มากกว่าผมเสียอีก  แต่ถึงอย่างไร  นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่กานต์จะได้ฟัง

            ฟังต่อนะ  กานต์วลี กานต์ยังจำภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นกัม  ใบเขียวเข้มอมน้ำเงินและไอระเหยของน้ำมันจากใบ  ทำให้ทั้งภูเขากลายเป็นสีน้ำเงิน  เมื่อมองดูในระยะไกลได้ไหม  บลูเมาเทนส์  ภูผาในหุบเขาของคนเศร้าสร้อยที่กานต์และผมต่างชื่นชอบ

            บลูเมาเทนส์ นี้ห่างจากซิดนีย์ไปราว ๒ ชั่วโมง กานต์ยังคงจำตำนานที่เล่าขานถึงยอดเขาสามพี่น้อง THREE  SISTERS  ได้หรือไม่  “พ่อใจดำสาบลูกของตัวให้กลายเป็นหินเสียก็ได้”  กานต์มักจะบ่นให้ผมฟังอย่างนี้  แต่กานต์วลี  ถ้าหากว่าเวทมนตร์คำสาปมีจริง  ผมจะสาปให้กานต์เป็นหินอยู่ข้างเคียงกายผม  ไม่ให้กานต์ห่างผมไม่สามารถใช้เสทมนตร์ทำลาย  ทำร้ายหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงหัวใจอันรวนเรของกานต์ได้  ถึงอย่างไรผมก็ยังคงรักหัวใจอันเรรวนของกานต์

            ผมนั่งรถราง  ลงดิ่งลึกสู่หุบเขา  กานต์จำกระดาษที่ผมเขียนกลอนซึ่งกานต์เป็นคนวาดรูปแล้วเรานำไปซ่อนไว้ใต้ก้อนหินใหญ่สีดำนั้นได้ไหม  กานต์คงสบายใจถ้าผมจะบอกกานต์ว่าผมนำมันมาเผาเสียแล้ว เป็นการสิ้นสุดความรักของเราที่บลูเมาเทนส์แห่งนี้

            ผมยังคงขึ้นกระเช้าลอยฟ้า  ค้างกลางหุบเขา สูดอากาศอันหนาวเย็น  สดชื่น เข้าสู่ร่างกายที่อ่อนล้า  ทุกอย่างยังคงมีอยู่ที่นี่เช่นเดิม ยกเว้นกานต์

            คืนนี้ ผมนอนที่ แคนเบอร์ร่า  เมืองหลวงของออสเตรเลีย  เมืองที่กานต์ชื่นชอบว่า เป็นระเบียบ เรียบร้อย  มีแบบแผน  ซึ่งผมชอบเมลเบิร์น  เมืองแห่งความรื่นรมย์ของอุทยานร่มไม้  เมื่อนึกย้อนถึงความหลัง  ผมจึงพบว่า กานต์กับผม แตกต่างกันมากจริง ๆ

            คืนนี้  ผมจะพยายามไม่คิดถึงกานต์

                                    กานต์รักเขามากกว่าผม

                                    อภิษฐา

 อะบอริจิน  คนกลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย  เป็นพวกเรร่อนมาจากเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย) เมื่อประมาณ ๔๐,๐๐๐ ปี ก่อนเมื่อชาวยุโรปมาตั้งถิ่นฐาน ก็เรียกคนพื้นเมืองดั้งเดิมเหล่านี้ว่า “อะบอริจิน” (aborigines) ซึ่งหมายถึง ผู้ที่อาศัยอยู่แต่ดั้งเดิม  ปัจจุบันมีชาวอะบอริจิน  ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ คน แต่ก็มีเพียง สองสามพันคนที่พยายามยึดถือวิถีชีวิตดั้งเดิมเอาไว้