เมื่อใดที่ยึดฐิติเมื่อนั้นสติมักจะสลายและทำให้ปัญญาไม่เกิด

ปัจจุบันนี้คนไทยกำลังเผชิญกับวกฤติและภาวะที่อันตรายยิ่ง(อาจจะมากกว่า)ในอดีตที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป ภาวะดังกล่าวคือ ภาวะการขาดสติ และสิ้นปัญญา ถือฐิติเป็นที่ตั้ง นำอารมณ์เป็นตัวชูโรง สิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดภาวะขาดความสมดุลทางบุคลิกภาพและความคิด ได้ผลักใสให้เป็นคนเห็นแก่ตัวและพวกพ้อง เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวก(ฉันและเธอ) มีการเลือกข้าง(โดยลืมไปว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นคือพี่น้องร่วมชาติ) จนกระทั้งเดินสู่ก้นเหวแห่งความหายนะโดยไม่รู้ตัว นั้นคือการเผชิญหน้า และสุดท้าย............(ไม่อยากอธิบาย)

เมื่อใดที่ยึดฐิติเมื่อนั้นสติมักจะสลายและทำให้ปัญญาไม่เกิด ภาวะการณ์เช่นนี้ถือเป็นหลุมดำที่อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายและความหายนะแก่สังคมและประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง เพราะมันได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่สร้างรอยร้าวและความร้าวฉานในสังคมที่ยืดเยื้อเป็นเวลายาวนาน สร้างความแตกแยกในหมู่พี่น้องเพื่อนฝูง ครอบครัวตลอดจนสังคมทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือปุถุชน ความขัดแย้งในลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดการละเลยต่อหน้าที่ของตนเองและละเมิดสิทธิของผู้อื่น และที่อันตรายยิ่งคิดว่าสิงนั้นไม่ผิด??? เพราะถือว่าตนเองมีสิทธิ ใครจะทำไม? ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางให้กับผู้ไม่หวังดีได้ฉกฉวยโอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์พร้อมกับซ้ำเติมความแตกแยกและความอ่อนแอให้สาหัสยิ่งขึ้น

ถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหันมาทบทวนและสร้างความปรองดองกันบพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง? 

หรือว่าสิ่งที่ผมเขียนนี้ผิด ช่วยวานบอก