ความเข้าใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เพราะทั้งสองคนมาจากต่างครอบครัว ถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน แล้วถ้าเราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเราก็ทำให้เราไม่ทะเลาะกัน บางครั้งอาจจะมีเรื่องให้เราเซอร์ไพรส์ทั้งร้ายและดี แต่ถ้าเรารู้ว่าทำไมเขาทำแบบนี้ เป็นแบบนี้เพราะอะไร รู้ที่มาที่ไปของพฤติกรรมของเขา เราก็จะไม่โกรธ และในขณะเดียวกันเขาเองก็ควรเข้าใจตัวเราให้มากๆด้วย ต้องเป็นความเข้าใจที่เกิดจากคนสองคน
ยอมกันบ้าง
เวลามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ใช่ว่าจะต้องตัดสินปัญหาแบบคนละครึ่งทางเสมอ บางครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันก็ต้องยอมๆกันบ้าง บางครั้งเรายอม บางครั้งเขายอมจได้ไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน
รู้จักสังคมของทั้งสองฝ่าย
โดยเฉพาะคนสนิทที่อยู่แวดล้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสังคมเพื่อน เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ควรทำความรู้จักไว้ ต่างคนต่างจะได้รู้ว่าสังคมของกันและกันเป็นยังไง ถ้าเราไม่สนใจเลย เราไม่รู้จักเพื่อนเขา อาจทำให้ความรู้สึกระหว่างกันมันขาดๆหายๆไป เวลาคุยกันเรื่องเพื่อนก็จะต่อกันไม่ค่อยติด เวลาเขาไปไหนกับเพื่อนก็ไม่อยากให้เราไปด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องตามไปซะทุกครั้ง ไม่งั้นจะทำให้เขาอึดอัดแทน
ยอมรับในความแตกต่าง
คนเราไม่มีใครคิดเหมือนกันได้ทุกอย่าง ในความเหมือนก็ต้องมีความแตกต่าง เขาอาจคิดไม่เหมือนเรา เป็นเพราะเขามีลักษณะแตกต่างกัน บางคนใช้คววามคิดเป็นหลัก บางคนใช้ความรู้สึกตัดสิน บางคนใช้สัญชาตญาณเพราะฉะนั้นทุกคนมีความแตกต่างกัน เราต้องรู้จักเรียนรู้และยอมรับความแตกต่างตรงนี้ให้ได้ โดยเฉพาะต้องยอมรับในข้อเสียของกันและกันได้ ถ้าเรายอมรับได้เรื่องร้ายๆก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะจริงๆแล้วคนเราไม่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนให้เราได้ ไม่งั้นจะทำให้เราเป็นฝ่ายเสียใจ ทุกข์ใจเสียเปล่าๆ
สวัสดีเจ้าค่ะ
น้องจิแวะมาเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ สบายดีหรือเปล่าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ...หนูจิ