ไปมูลนิธิข้าวขวัญด้วยความบังเอิญ (แต่ความจริงเพราะว่าแม่โพสพกำหนดให้ไป) ครั้งแรกชมพู่ โทรมาหาวิภา ว่าต้องการคนที่ผ่านการอบรมรุ่นก่อนหน้านี้ จำนวนโควต้า ๒ คน เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ วิภาก็หาเกษตรกรตัวจริง..ไปร่วม ๓ คนด้วยกัน...(ตอนแรกก็อยากไป..แต่สละสิทธิ์ให้ตัวจริงไปก่อน)
เขา (คุณสุขสรรค์) กำหนดวันอบรมไว้แล้วเป็นวันที่ 21-22 ตุลาคม..2551 แต่ผมมารู้ว่าจะต้องไปเมื่อเย็นวันที่ 20 ตุลาคมเอง ทำให้ต้องเคลียร์อะไรหลายอย่างมากดังที่ได้เล่าไว้ใน <บันทึกที่แล้ว>
หลังจากกลับมาก็มีหลายเรื่องที่จะเล่า แต่ว่าไม่มีเวลาที่จะเขียน ดังนั้นจึงขอ AAR ณ ที่นี้เลยครับ
ความคาดหวัง
- คาดว่าจะได้ไปเรียนเรื่องการผสมพันธุ์ข้าวภาคปฏิบัติ
- คาดว่าจะได้ไปพบกับวิทยากรที่คุ้นเคย คนที่จะต้องได้พบแน่ๆ น่าจะเป็นคุณสุขสรรค์ กันตรี มือผสมพันธุ์ข้าวที่ข้าวขวัญ และอีกคนหนึ่งคือผู้ประสานงาน..คือน้องชมพู่
- ถ้าพบลุงเด (เดชา) ก็จะถามปัญหาข้อข้องใจ (ที่ไม่เกี่ยวกับการทำนา) สัก ๒-๓ เรื่อง
- กะว่าจะเอา DVD ครูภูมิปัญญาไทย ไปให้มูลนิธิ
สิ่งที่เกินคาดหวัง
- วิภา ขับรถไปเอง มีสุทัศน์ กับ beeman นั่งไปด้วย ได้รับความสะดวกสบายมาก
- ได้พบกับคุณเดชา ได้ดูหนังและได้ฟังการวิเคราะห์ต่างๆ ทำให้หูตาสว่างขึ้นมากในเรื่องข้าวและอื่นๆ (แอบถามมา)
- ได้เห็น เด็กคัด=เกษตรกรที่ถูกเลือกมา เป็นมืออาชีพทุกคน ทุกคนมีความตั้งใจในเรียนรู้ดีมาก มีสื่อต่างๆ พร้อม (โดยเฉพาะกล้องถ่ายรูป) ถือว่าเป็นชาวนาที่ไม่ธรรมดา
- ข้อข้องใจต่างๆ (ที่ไม่เกี่ยวกับผสมพันธุ์ข้าว) ก็ได้รับรู้มาจากลุงเด (เดชา) ซึ่งถือได้ว่าเป็นปราชญ์คนหนึ่งของไทยเลยทีเดียว เป็นกูรู หรือผู้รู้ เพราะว่าอ่านมามาก แล้วยังมี intuition ปรีชาญาณ หรือปิ้งแว๊ป อีกด้วย
- ได้พันธุ์ข้าวพระพุทธเจ้า และน้ำหมักชีวภาพแบบให้คนดื่ม (Probiotics) มาด้วย
- ได้มีโอกาส ให้แผ่น DVD กับกลุ่มฟ้าใส และได้ให้ชมภู่ copy แผ่น DVD ครูภูมิปัญญาไทย
- กระบวนการสอนแบบชาวบ้าน ต้องพูดเรื่องเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีก จะได้ปรับพื้นฐานความเข้าใจที่แตกต่างกัน และจะได้เข้าใจได้อย่างถูกต้องตรงกัน
- ได้มีโอกาสพูดแลกเปลี่ยนกับเพื่อเกษตรกร (เกินคาดเพราะไม่ได้คาดว่าจะไปพูด) มีความรู้สึกว่า ระบบการศึกษาแบบปัจจุบัน มันแยกส่วนและมาผิดทาง เลยไม่อยากเป็นอาจารย์ต่อ เพราะเราเลือกนักเรียนไม่ได้ แต่ก็ยังไม่หมดกำลังใจ เพราะมีบางคนเป็นบัว ๓ เหล่าบน..เรายังสอนได้อยู่
- บรรยากาศที่มูลนิธิ ทุกคนเป็นกันเองมาก เหมือนกับได้กลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้ง ประทับใจมากทุกๆ คน โดยเฉพาะบรรยากาศที่คนไทยไม่แบ่งชนชั้นและศาสนา..
สิ่งที่น้อยกว่าคาดหวัง
- เส้นทางที่เราชำนาญ แต่กลับพาให้วิภาหลงทางไปได้ เวลาที่กะว่าจะไปถึง 4 ชั่วโมง กลายเป็น 5 ชั่วโมง
- ภาคปฏิบัติผสมพันธุ์ข้าวไม่สมบูรณ์ เพราะไม่ได้ทำอย่างจริงจัง แต่จำขั้นตอนได้ดี เหมือนกับการผสมพันธุ์ผึ้ง..เพราะเรามีความรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
สิ่งที่จะต้องกลับมาทำ
- ปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการสอนอีกเล็กน้อย
- เริ่มคิดที่จะไปทำนาอย่างจริงจังแล้ว โดยส่งคนที่บ้านไปเข้าโรงเรียนในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิด
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์

神奇的蜂爷
(shen2 qi2 de1 feng1 ye2)
ขอบคุณ หลานน้ำผึ้งสีชมพู ที่แวะมาเยี่ยมครับ