วัน ว่าง ๆ กับ การทำวิจัย

หัวข้อวิจัย การพัฒนาวิธีการสอนคณิตสาสตร์ ซึ่งก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อผู้เรียน

หัวข้อวิจัย การพัฒนาวิธีการสอนคณิตสาสตร์ ซึ่งก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อผู้เรียน
โดยใช้วิธีการสอนเชิงสหวิทยาการ ศึกษากรณีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้วิจัย นางสถาพร ศักดิ์ชัยพานิชกุล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
ปีการศึกษา 2550
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ค 41202 โดยใช้วิธีการสอนเชิงสหวิทยาการ และศึกษาเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ค 41202 โดยใช้วิธีการสอนแบบปกติ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม รหัสวิชา ค 41202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เรียนโดยวิธีสอนเชิงสหวิทยาการ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 และ 4/2 เรียนโดยวิธีสอนแบบปกติ ใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความแปรปรวน และ สถิติอนุมาน ได้แก่ ค่า T – test และ F – test
ผลการศึกษาพบว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีสอนเชิงสหวิทยาการและวิธีสอนแบบปกติ มีผลสัมฤทธิ์ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งมีทั้งหมด 10 หน่วยการเรียนรู้ ในแต่ละบทเรียนจำนวน 2 บท และผลสัมฤทธิ์รวม สูงกว่าผลการทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น99.9 % ซึ่งแสดงว่านักเรียนที่ได้รับการสอนทั้งโดยวิธีการสอนเชิงสหวิทยาการ และโดยวิธีการสอนแบบปกติมีความรู้สูงขึ้นทั้งสองกลุ่ม
ผลการเปรียบเทียบโดยรวมพบว่า เมื่อนำนักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติมาเปรียบเทียบกัน ผลการทดสอบก่อนเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนห้อง 4/1 สูงกว่าห้อง 4/2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99.9 % แสดงว่านักเรียนห้อง 4/1 มีพื้นฐานความรู้สูงกว่าห้อง4/2 และ เมื่อเรียนด้วยวิธีการสอนแบบปกติวิธีเดียวกันก็ยังมีผลสูงกว่า เมื่อนำเด็กที่เรียนเก่งกว่าคือห้อง 4/1
ที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติ มาเปรียบเทียบกับห้อง 4/3 ซึ่งใช้วิธีการสอนเชิงสหวิทยาการซึ่งก่อนเรียนเด็กห้อง 4/1 มีผลคะแนนการทดสอบก่อนเรียนสูงกว่าห้อง 4/3 แต่พอเรียนจบแล้วผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลับปรากฏว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทั้งสองห้อง คือ 4/1 กับ 4/3 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น99.9 % กลายเป็นเด็กที่มีความรู้หลังการเรียนพอ ๆ กัน และเมื่อนำนักเรียนกลุ่มที่เรียนพอ ๆ กัน คือ ห้อง 4/2 ที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติมาเปรียบเทียบกับห้อง 4/3 ซึ่งใช้วิธีการสอนเชิงสหวิทยาการซึ่งก่อนเรียนนักเรียนทั้งสองห้องมีผลการทดสอบก่อนเรียนพอ ๆ กัน แต่เมื่อเรียนจบแล้วปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้วิธีการสอนเชิงสหวิทยาการคือห้อง 4/3 สูงกว่าของนักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติคือห้อง 4/2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 99.9 % แสดงว่า วิธีการสอนมีผลในการพัฒนาความรู้ของนักเรียนเป็นอย่างมาก แม้นักเรียนห้อง 4/3 ที่เรียนโดยวิธีการสอนเชิงสหวิทยาการจะมีสติปัญญาต่ำกว่าห้อง 4/1 แต่ถ้าได้รับการสอนด้วยวิธีการสอนที่ดี และเหมาะสมกับผู้เรียนแล้ว สามารถทำให้พัฒนานักเรียนที่เรียนไม่เก่งให้มีความรู้เทียบเท่ากับนักเรียนที่มีสติปัญญาดีได้ ซึ่งครูควรหันมาสนใจพัฒนาวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน และสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการศึกษา ก็จะทำให้การจัดการเรียนการสอนประสบความสำเร็จตามความมุ่งหวังต่อไป
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ผลการศึกษาครั้งนี้ทำให้ผู้ศึกษาสามารถเสนอแนะประเด็นสำคัญในการจัดการเรียนการสอนได้ดังนี้
5.3.1 การจัดการเรียนการสอนในแต่ละวิชา ครูควรจัดกิจกรรมแบบผสมผสานอย่างหลากหลาย น่าสนใจ เหมาะกับวัยผู้เรียน ให้นักเรียนปฏิบัติทั้งกิจกรรมรายบุคคล กิจกรรมการช่วยเหลือกันเป็นกลุ่ม โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะ และตรวจสอบ และไม่ซ้ำในแต่ละชั่วโมง
5.3.2 การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ครูควรใช้สื่อแบบผสม เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรม ทั้งสื่ออุปกรณ์ ใบความรู้ แหล่งเรียนรู้ แบบเรียนสำเร็จรูป ชุดการเรียนการสอนด้วยตนเอง ให้นักเรียนฝึกใช้วิจารณญาณ ให้เหตุผล และสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง ใช้เอกสารแนะแนวทาง แบบฝึกหัด ให้นักเรียนฝึกทักษะการเรียนรู้ ความขยันหมั่นเพียร ความรับผิดชอบเป็นรายบุคคล ใช้ใบงาน ใบกิจกรรม ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกการช่วยเหลือกัน ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย
5.3.3 การวัดผลประเมินผลระหว่างเรียน ครูควรจัดการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริง ไปพร้อมกับการกำกับ ตรวจสอบ ติดตาม ช่วยเหลือการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน และให้สอดคล้องกับกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ทุกขั้นตอนการเรียนรู้ และครูควรมีเกณฑ์การประเมินที่เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้เรียนและผู้สอนอย่างชัดเจน ซึ่งผลที่ได้จากการประเมินด้วยวิธีการดังกล่าวจะเป็นผลที่สามารถชี้วัดความชัดเจนในด้านความรู้ ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์
5.3.4 ควรทำการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนในด้านอื่น ๆ เช่น ปัจจัยทางครอบครัว ปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัจจัยทางสังคม และควรมีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนโดยภาพรวมเพื่อค้นหาวิธีการที่ให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่ผู้เรียน ซึ่งจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในตัวนักเรียน และส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นบุคลากรและเป็นทรัพยากรอันมีค่ายิ่งทางสังคมต่อไป