หากคนไทยที่นับถือพุทธ ยึดหลักศีลธรรมได้เพียงห้าข้อเท่านั้น ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แม้จะไม่ใช่ทางวัตถุ แต่เป็นการพัฒนาจิตใจให้สูงส่งกว่าคนชาติอื่นใดในโลกนี้

ประเทศไทยเป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน หากเราไม่รู้จักคุณของประเทศชาติ อนาคตก็คงจะไม่มีชาติให้อยู่อาศัย

 

ประเทศไทย จัดว่าเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เป็นประเทศที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมากมายเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่หายนะครั้งใหญ่ของชาติ จะเห็นว่า คนไทยเรานั้น ถ้าเทียบกันตัวต่อตัว คนของเราได้รับชัยชนะมาหลายอย่าง เช่น เรามีแชมป์เหรียญทองโอลิมปิกวิชาการหลากหลายแขนง เรามีนักวิทยาศาสตร์ระดับนาซ่าให้การยอมรับ มีนักวิชาการผู้เป็นมันสมองอยู่มากมายมหาศาลในมหาวิทยาลัยต่างๆ มีนักศึกษาระดับสูงๆทั้งที่ไปเรียนในต่างประเทศและในประเทศมากมาย แต่ทำไมประเทศไทยถึงยังไม่เจริญซักที

 

หากมองในหลายๆแง่มุมก็จะได้คำตอบมากมายมหาศาล เช่น

  • คนไทยที่มีความสามารถไม่ได้รับโอกาสอย่างเพียงพอในการใช้ความสามารถนั้นให้ถูกกับงานพัฒนาประเทศ
  • คนไทยที่ขาดความรู้ ขาดการศึกษาในชนบท มีมากมายเหลือเกิน มากจนในการเลือกตั้งนั้น เสียงของคนเหล่านั้น ชนะเสียงของคนที่มีการศึกษาในระดับปริญญาเอกเสียอีก เพราะมีคนละหนึ่งเสียงเท่ากัน นักการเมืองซื้อเสียงของด็อกเตอร์ไม่ได้ แต่ซื้อเสียงประชาชนชาวรากหญ้าได้ง่ายมาก
  • คนไทย วันๆเอาแต่ทะเลาะกัน เพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัว ไม่คิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก ตราบใดที่คนเหล่านี้ยังไม่ลดจำนวนลง ประเทศก็ยังไม่สามารถเจริญได้
  • คนไทยไม่มีบทลงโทษที่เหมาะสม กับผู้ทุจริตคอรัปชั่น อาจเป็นเพราะเปิดให้ช่องทางแก่ผู้ทุจริตได้ทำการทุจริตต่อไป บางทีคนที่เขียนกฎหมาย แก้ไขกฎหมายก็เปิดทางให้ตัวเองหรือพวกพ้องรอดพ้นจากข้อกล่าวหาไปได้
  • คนไทยชอบเข้าหาหมอดู ชอบดูดวง โดยที่ไม่เข้าใจจริงแท้ถึงกฎแห่งกรรม และยังไม่ทราบว่าการแก้กรรมนั้น ทำได้โดยการรักษาศีล และเจริญภาวนาวิปัสนากรรมฐานเท่านั้น คนไทยงมงายกับการหลอกลวง ชอบความสบายใจแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น มิใช่ตลอดไป เพราะสุดท้ายก็ต้องทุกข์อีกแล้วก็ไปหาหมอดูอีก ไม่มีวันจบ อาชีพนี้จึงทำเงินได้ดีนัก
  • คนไทยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเรื่องของตัวเองต้องปิดเป็นความลับให้ดีที่สุด เรื่องชาวบ้านต้องนินทาให้สนุกปากคนไทยเสียเวลาไปมากมายกับการเม้าส์แตกเรื่องชาวบ้าน สติไม่อยู่กับตัวเองเลย
  • คนไทยหลายคนยังไม่มีความยุติธรรม ตั้งแต่ในธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ จนไปถึง ข้าราชการประจำ นักการเมือง จึงทำให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกขึ้นเป็นหลากหลายฝ่าย ต่างต้องการตักตวงผลประโยชน์เข้าฝ่ายตน และเข้าตัวเองให้มากที่สุด คนไทยเห็นแก่ตัวมากเกินไป
  • ความเห็นแก่ตัวทำให้เกิดปัญหาต่างๆในธุรกิจ เช่น เมื่อไม่ถูกขี้หน้าใครบางคน ก็อาจปิดบังข้อมูลของบริษัท ไม่ให้ความร่วมมือกันเท่าที่ควร ทำให้ธุรกิจที่ควรจะดีขึ้น กลับแย่ลง
  • คนไทยมีความสามัคคีกัน แต่ไม่ใช่สามัคคีในสิ่งที่ถูกที่ควร การสามัคคีกันทำชั่ว สามัคคีกันทุจริตคอรัปชั่น ทำให้องค์กรต้องแตกแยก ล่มสลาย หรือทำให้ประเทศชาติล่มจม
  • คนไทยนับถือศาสนาพุทธมากเป็นอันดับหนึ่งแต่เพียงในทะเบียนบ้าน แต่ไม่ได้เข้าใจแก่นแท้ของธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน พิธีการต่างๆนานาที่จัดขึ้น เป็นเพียงเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มนต์คาถาต่างๆถูกนำมาสวดเพื่อทางไสยศาสตร์ความเชื่อต่างๆ ในมนต์ภาษาบาลีหลายๆบท แท้จริงเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่เมื่อนำมาแปลให้เราเข้าใจแล้ว จะมีคุณอนันต์มหาศาลทันที
  • คนไทยไม่ยอมรับความจริง คนไทยรับไม่ได้กับการที่มารับรู้ว่า สิ่งที่เรานับถือ สิ่งที่เราเชื่อ หรือการกระทำของเรานั้น เป็นความเชื่อแบบผิดๆ เป็นความผิด การนับถือผู้ใหญ่ที่กระทำไม่ดี ก็เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อลูกหลานในอนาคตต่อไป การที่เราไม่ยอมรับกับการเป็นอยู่ ไม่ยอมรับกับธรรมชาติ หรือการฝืนธรรมชาตินั้นจะนำมาซึ่งภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงนัก
  • คนไทยรักสบาย การเป็นผู้รับช่างสุขสบายนัก โดยเฉพาะการรับวัฒนธรรมของต่างชาติมาใช้ รับเทคโนโลยีอันสูงส่งจากต่างชาติมาใช้ โดยที่เราต้องแลกเอาทรัพยากรของเราออกไปอย่างมากมาย ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของเมืองไทยไม่ใช่คน บางประเทศเช่น ญี่ปุ่น ทรัพยากรบุคคลมีค่ามากสำหรับเขา แต่ของไทยนั้นเป็นดินอันอุดมสมบูรณ์ จะกลายเป็นดินแห้งแล้ง รวมถึงจิตใจคนไทย ยิ่งรับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา จิตใจก็ยิ่งเสื่อมโทรมลง
  • คนไทยชอบทำอะไรตามๆกันพอเห็นว่าเงาะปลูกแล้วราคาดี ก็หันมาปลูกเงาะจนทำให้เงาะล้นตลาดไม่มีคนเอา พอเห็นว่าสร้างตึกขายแล้วดี ก็หันมาสร้างตึกจนเป็นตึกร้างมากมาย
  • การรับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากเกินไป เช่น การใส่สูทผูกไท ที่นิยมในเมืองหนาว การใส่รองเท้าหนังหนาๆ ใส่กางเกงยีนส์ เราเป็นเมืองร้อน พอใส่ชุดแบบนั้นก็ทำให้ต้องเปิดแอร์แรงๆ เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุ รวมถึงทำให้โลกร้อนขึ้นด้วย คนไทยควรใส่รองเท้าแตะ และสวมเสื้อผ้าบางๆแต่ไม่โป๊ เพื่อให้เข้ากับอากาศเมืองไทยและวัฒนธรรมไทย คนไทยยึดติดกับรูปแบบมากเกินไป โดยลืมนึกถึงความเหมาะสม
  • คนไทยบางคนมองคนที่เครื่องแต่งกาย ไม่ได้มองที่ความเท่าเทียมกัน มีชีวิตหนึ่งเหมือนกัน ผมรู้สึกสงสารคนที่แต่งตัวเต็มยศเหลือเกิน ต้องทนร้อน ทนรำคาญกับเสื้อผ้าขนาดนั้น บางคนทำไปเพื่อหน้าตาในสังคม บางคนก็ไม่ได้อยากใส่นักหรอก แต่เหมือนสังคมรอบข้างบังคับให้ทำตาม ก็เลยต้องใส่ตามๆกันไปเป็นฝูง
  • คนไทยชอบอวดว่าตัวเองรวย ใส่นาฬิกาแพงๆ ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ใส่แหวนเพชร แต่งหน้าทาปากด้วยเครื่องสำอางค์ชั้นดีของต่างชาติ ทานอาหารในภัตตาคารหรูหรานานาชาติ ทั้งๆที่นาฬิกาถูกๆก็ดูเวลาได้เหมือนกัน เสื้อผ้าเราใส่ได้กันวันละชุด แต่งหน้าไปก็ต้องล้างออกอยู่ดี อาหารจะแพงแค่ไหน กินเข้าไปก็ต้องถ่ายออกมา และเราก็ต้องหิวใหม่อยู่ดี ทีวีจะให้ใหญ่ มีช่องมากแค่ไหน เราก็ดูมันได้ทีละช่อง เปิดแล้วก็ดูรายการช่องเดียวกับทีวีถูกๆอยู่ดี ดังนั้นเราต้องหันมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียงให้มากขึ้น
  • คนไทยไม่รู้จักหลาบจำ ประสบการณ์ในอดีตและวันนี้ เป็นบทเรียนที่ดีต่อไปในภายหน้า เมื่อเราเรียนรู้ว่าอะไรผิดแล้ว ก็ยังจะฝืนต่อไป ไม่ทบทวนให้ดีเสียก่อน
  • คนไทยชอบเงินมากๆ เพราะสามารถซื้ออะไรได้มากมาย แต่สุดท้าย คนไทยต้องชอบดินที่สุด ต้องซื้อที่ดินไว้ปลูกสวนครัว หาอาหารให้ตัวเองและครอบครัวในยามแล้งแค้น เงินเป็นเพียงเศษกระดาษที่เราสมมติขึ้นว่ามันมีค่าเท่านั้นเอง เงินไม่ได้ช่วยให้จิตใจเราสุขสบายนัก แต่อาจทำให้เราทุกข์หนักขึ้นก็ได้
  • คนไทยชอบโทษว่าคนอื่น คนไทยชอบคิดว่าตัวเราเองถูกเสมอ เราทำทุกอย่างถูกต้องที่สุดแล้ว แต่ว่าลืมมองต่างมุม ในสายตาของคนอื่นอาจมองว่าเราทำผิดก็ได้บทความนี้หากมองในมุมมองของผู้อื่นก็อาจจะผิดก็ได้ ข้อมูลตรงนี้ไม่ได้ถูกเสมอไป...

 

ปัญหาของประเทศนั้น หากจะบอกว่าให้แก้ที่ตัวเราเองคนเดียว ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ หากต้องการแก้ปัญหาส่วนรวม เมื่อเราแก้ปัญหาของตัวเราแล้ว จะต้องขยายวงออกไปถึงครอบครัว ถ้าแก้ปัญหาครอบครัวได้ ปัญหาของท้องถิ่นก็ควรจะต้องถูกพิจารณาเป็นอันดับต่อไป หากเรามองกันดีๆจะเห็นว่านักการเมืองบางคน ปัญหาของตัวเองยังแก้ไม่ตกเลย...แล้วจะให้มาแก้ปัญหาของชาติได้อย่างไร ในทางกลับกัน ฝ่ายพันธมิตรประชาชนนั้นก็ไม่ต่างกัน ปัญหาของตัวเอง ปัญหาครอบครัว ท่านแก้ไขได้ดีแล้วหรือยัง ลองคิดให้ดี

 

การให้อภัยเป็นธรรมะที่สูงส่ง หากเรารู้จักการให้อภัยซึ่งกันและกัน หมายถึงต้องให้อภัยกันทั้งสองฝ่าย อะไรๆมันคงจะดีขึ้น และเมื่อให้อภัยแล้ว ทุกๆคนจะต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นคนดีของสังคม ช่วยกันพัฒนาสังคมด้วยความจริงใจ ด้วยประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

 

หากคนไทยที่นับถือพุทธ ยึดหลักศีลธรรมได้เพียงห้าข้อเท่านั้น ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว แม้จะไม่ใช่ทางวัตถุ แต่เป็นการพัฒนาจิตใจให้สูงส่งกว่าคนชาติอื่นใดในโลกนี้

 

โชคดีที่เกิดเป็นไทย ได้เรียนรู้วิถีชีวิตไทย ได้ศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าที่แท้จริง มิใช่เพียงขึ้นชื่อว่านับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งเท่านั้น ปัญหาของไทยแก้ไขได้โดยใช้หลักธรรมะที่แท้จริง ผ่านทางการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ จากครูบาอาจารย์ จากพระอาจารย์ จากการศึกษาด้วยตัวเองผ่านทางสื่อต่างๆทั้งอินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ โดยที่ทุกๆฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจกันปลูกฝังสิ่งที่ดีงามให้แก่คนทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นหลังต่อไป

 

ดังนั้นเราพอจะสรุปได้ว่าปัญหาของไทยนั้น เป็นปัญหาของเราคนไทยทุกคนนั่นเอง การจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็ต้องช่วยกัน สามัคคีกันในทางที่ดี ช่วยกันทำนุบำรุงชาติบ้านเมือง เลิกการทุจริตคอรัปชั่น เลิกการโกงภาษี  ละเว้นจากอบายมุขหลายๆอย่างทั้งในเรื่องการดื่มกิน การเที่ยวกลางคืน การใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยนิยมของหรูหรา เริ่มแรกเราอาจจะเริ่มด้วยกันมารณรงค์ให้แผ่เมตตาและรักษาศีลกันในวันพระ ต่อมาก็ค่อยๆขยายวันออกไปเรื่อยๆ สังคมเราคงจะดีขึ้น เรามาร่วมมือกันทำดีเถอะ คิดซะว่าทำดีเพื่อตัวเราเอง ผลของกรรมดีก็ตอบแทนเราเองในภายหน้า