ธรรมกายคืออะไร

ธรรมกายคืออะไร



ธรรมกายคือ พระปฏิมากร (พระพุทธรูป) เกตุดอกบัวตูม ขาวและใส ประดุจเพชร รัศมีโชติ
ธรรมกาย เป็นตัวพระรัตนตรัย



รัตนะ แปลว่า แก้ว ตรัย แปลว่า สาม


รัตนตรัย แปลว่า แก้ว ๓ ประการ เป็นแก้วขาวและใส มีชีวิตจิตใจ พูดได้ เคลื่อนไหวได้ เป็น “แก้วเป็น” ไม่ใช่แก้วตายเหมือนอย่างแก้วน้ำขวดน้ำ หรือกระจกที่ขายตามตลาด แก้วน้ำขวดน้ำกระจกตามตลาด เป็นแก้วตายเพราะไม่มีชีวิตจิตใจ พูดไม่ได้เคลื่อนไหวไม่ได้


///////////////////////////////////////////////////////////////////////


ที่ว่า รัตนตรัย เป็นแก้ว ๓ ประการ คือ


๑. องค์ธรรมกาย เป็นแก้วขาวและใส องค์ธรรมกายเป็นพุทธรัตนะ

๒. ดวงธรรม ในท้องของธรรมกาย มีลักษณะเป็นดวงแก้วขาวและใส คือ ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นธรรมรัตนะ

๓. ใจ ขององค์ธรรมกาย คือ เห็น จำ คิด รู้ ของธรรมกาย พูดให้ง่าย ความรู้สึก นึก คิด ของธรรมกาย เป็นสังฆรัตนะ


///////////////////////////////////////////////////////////////////////


ใครเห็นธรรมกายในท้องของตนผู้นั้นชื่อว่า “เข้าถึงพระรัตนตรัย”


๔.ในสุตตันตปิฎก พระพุทธองค์ทรงรับสั่งแก่สามเณรวาเสฏฐ์ ว่า “ตถาคตส ฺส เหตํ วาเสฏ ฺฐา อธิวจนํ ธม ฺมกาโย กิติปิ ฯ” (สามเณรวาเสฏฐ์ ธรรมกายคือตถาคต)


ในธรรมบท พระพุทธองค์ทรงรับสั่งแก่พระวักลิ ว่า “โย โข วก ฺกลิ ธม ฺมํ ปส ฺสติ โส มํ ปส ฺสติ โส ธม ฺมํ ปส ฺสติ” (ภิกขุวักกลิ ผู้ใดเห็น ดวงธรรม ผู้นั้นชื่อว่า เห็นเรา) เมื่อรวมพุทธวัจนะทั้งสองเข้าด้วยกัน สรุปได้ว่า “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือธรรมกาย”


พุทธวัจนะดังกล่าว ถ้าเขียนติดไว้ที่บ้านหรือที่ใด ก็จะเป็นสิริมงคลแก่ที่แห่งนั้น เป็นกุศลไพศาลด้วย เพราะใครอ่านเข้า เขาก็จะท่องจำในใจ จดจำพุทธวัจนะสำคัญไว้ได้ สืบต่อกันไป นานแสนนาน



“ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย”

“ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าคือธรรมกาย”


///////////////////////////////////////////////////////////////////////


*** อานุภาพของธรรมกาย ***


๑. พระพุทธเจ้า ทรงสอนให้เราหาที่พึ่ง ที่พึ่งของเรามี ๓ อย่าง ที่เราเรียกว่า “ไตรสรณาคมน์” ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตามที่พระองค์ประทานแก่ปัญจวัคคีย์ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน คำสอนอันนี้ พระสงฆ์ใช้สอนพุทธบริษัท จนทุกวันนี้ คำสอนนี้ ก็คือ


พุท ฺธํ สรณํ คจ ฺฉามิ
ธม ฺมํ สรณํ คจ ฺฉามิ
สง ฺฆํ สรณํ คจ ฺฉามิ
ทุติยม ฺปิ พุท ฺธํ สรณํ คจ ฺฉามิ ฯลฯ
ตติยม ฺปิ พุท ฺธํ สรณํ คจ ฺฉามิ ฯลฯ


แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึง พระพุทธเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง เป็นที่ระลึกถึง
ข้าพเจ้าขอถึง พระธรรมเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง เป็นที่ระลึกถึง
ข้าพเจ้าขอถึง พระสงฆเจ้า ว่าเป็นที่พึ่ง เป็นที่ระลึกถึง


พระพุทธองค์ ทรงย้ำเรื่อง ขอถึง “ที่พึ่ง” ถึง ๓ ครั้ง (ทุติ ตติ) แต่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้าที่ว่านั้น หมายเอาอะไร



- พระพุทธเจ้า หมายถึง ธรรมกาย

- พระธรรมเจ้า หมายถึง ดวงธรรมทำหน้าที่ทำให้เป็นธรรมกาย คือหมายถึง ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นดวงแก้วใสในท้องธรรมกาย

- พระสงฆเจ้า หมายถึง ใจ (เห็น จำ คิด รู้) ของธรรมกาย


ที่เราว่า พุท ฺธํ ธม ฺมํ สง ฺฆํ สรณํ คจ ฺฉามิ นั้น เป็นเพียงการ “ขอถึง” ไม่ใช่การ “เข้าถึง” ถ้าจะ “เข้าถึง” จะต้องปฏิบัติ ตามวิธีที่กล่าวแล้ว


///////////////////////////////////////////////////////////////////////


๒. บทสวดมนต์ที่เราได้ยินพระสงฆ์สวดกันทุกวัน ได้แก่ บทที่ว่า


นต ฺถิ เม สรณํ อญ ฺญํ พุท ฺโธ เม สรณํ วรํ
- แปลว่า สิ่งอื่น ไม่ใช่ที่พึ่ง ไม่ใช่ที่ระลึกถึง พุทธรัตนะ เป็นที่พึ่ง อันประเสริฐของเรา


นต ฺถิ เม สรณํ อญ ฺญํ ธม ฺโม เม สรณํ วรํ
- แปลว่า สิ่งอื่น ไม่ใช่ที่พึ่ง ไม่ใช่ที่ระลึกถึง ธรรมรัตนะ เป็นที่พึ่ง อันประเสริฐของเรา


นต ฺถิ เม สรณํ อญ ฺญํ สง ฺโฆ เม สรณํ วรํ
- แปลว่า สิ่งอื่น ไม่ใช่ที่พึ่ง ไม่ใช่ที่ระลึกถึง สังฆรัตนะ เป็นที่พึ่ง อันประเสริฐของเรา


พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ คือ ธรรมกาย ทรงสอนให้ยึด ธรรมกาย เป็นที่พึ่ง


๓. ธรรมกายเป็นกาย นิจ ฺจํ สุขํ อต ฺตา เป็นกายไม่แตกดับ เป็นสุขจริง ยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวตนได้ เป็นกายโลกุตระ ออกนอกภพ ๓ ไปได้ ไม่เวียนว่ายตายเกิด ส่วนกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ทั้งกายหยาบกายละเอียด เป็นกาย อนิจ ฺจํ ทุก ฺขํ อนต ฺตา เป็นกายไม่เที่ยงแตกดับเป็นทุกข์ ยึดมั่นถือมั่นเอาเป็นตัวตนไม่ได้ เป็นกายเวียนว่ายอยู่ในภพ ๓ ออกนอกภพ ๓ ไม่ได้ เป็นกายโลกีย์ มีรู้มีญาณที่เชื่อไม่ได้

ธรรมกาย เป็นผู้เห็นอริยสัจ ๔เห็นวิชชา ๓ คือ


ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้

จุตูปปาตญาณ เห็นการเกิดการตายของสัตว์โลก

อาสวักขยญาณ รู้วิธีทำให้หมดกิเลส


ส่วนกายโลกีย์ เห็นวิชชาสำคัญเหล่านี้ ไม่ได้เลย



๔. ธรรมกาย ทำนิโรธได้ ทุกข์และสมุทัยดับไปได้เพราะการทำนิโรธของธรรมกาย ดังนั้น ธรรมกาย จึงกำจัด ทุกข์ ภัย โรค ได้ คนที่เรียนวิชชาธรรมกายจนเก่ง เคยเห็นคนแก้โรคหายได้โดยไม่ต้องกินยา ตัวอย่างอันนี้มีไม่น้อยเลย เว้นแต่ป่วยถึงขั้นแก้อะไรไม่ได้



พูดถึงการบำบัดทุกข์ในทุกวันนี้ ไม่เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธองค์ เมื่อมีทุกข์ร้อนขึ้นมาก็ไปหาหมอดู ไปบูชาต้นไม้ใหญ่ ไปรดน้ำมนต์ ไปหาเจ้าเข้าผีอะไรต่อมิอะไรร้อยแปด พลอยที่ทุกข์จะหมด กลับเป็นการเพิ่มทุกข์ เพราะวิธีการเหล่านั้นเป็นวิชาของมารเป็นของอวิชชาเขา



ถ้าท่านทำใจหยุด ทำใจนิ่ง ตามวิธีที่กล่าวในตอนต้น จนเห็นดวงปฐมมรรคใส ในท้องของท่าน แสดงว่าท่านทำนิโรธเบื้องต้นเป็นแล้ว แม้จะทำไม่ได้มาก เพียงเท่านี้ ก็ถูกคำสอนของพระศาสดา ทุกข์ร้อนก็จะหมดไป แม้หมดไปไม่มากทันใจตน เราก็ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทอง และไม่เป็นการสนับสนุนวิชาของมารให้วงกว้างออกไปอีก



เราไปสนับสนุนวิชาของมาร งานของมารก็โตขึ้น แล้วเราจะเป็นสุขกันอย่างไร เพราะมีแต่คนละทิ้งคำสอนของพระศาสดา แล้วไปสนับสนุนวิชามาร อย่างนี้ อวิชชาก็ครองโลกเท่านั้นเอง

๕. ธรรมกาย เป็นที่รวมของ พระไตรปิฎก


กายและใจ ของธรรมกาย เป็น วินัยปิฏก

ดวงจิต ของธรรมกาย เป็น สุตตันตปิฎก

ดวงปัญญา ของธรรมกาย เป็น อภิธรรมปิฎก



คนที่ฝึกวิชชาธรรมกาย แม้อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เมื่อเขาเล่าเรียนวิชชาธรรมกาย จนแก่กล้า เขาจะเป็นคนฉลาดและเจ้าปัญญา อย่างไม่ต้องสงสัย


๖. อานุภาพธรรมกาย นอกจากกำจัดทุกข์ กำจัดภัย กำจัดโรค ได้แล้ว ยังช่วยให้เราสำเร็จมรรคผล คือเข้านิพพาน เพราะธรรมกายเป็นกายเข้านิพพาน


แม้จะฝึกฝนไม่แก่กล้า ก็เป็นนิสัยปัจจัยติดตัวไปปรภพเบื้องหน้า แม้ตายไปก็ไปสุคติ อบายภูมิไม่ต้อนรับผู้ได้ธรรมกาย หากไม่เห็นดวงธรรม หากไม่เห็นธรรมกายแม้ว่าฝึกฝนมานานแค่ไหน ก็ไม่เห็นสักครั้ง ถึงเวลาเจ็บป่วยใกล้ตาย บริกรรมคาถา “สัม มา อะ ระ หัง” ไปจนหมดลม ก็ไปสุคติได้


ท่านปรารถนาเข้านิพพาน แต่ท่านยังฝึกธรรมกายไม่แก่กล้า ยังฝึกละสังโยชน์ไม่เข้าเกณฑ์ ท่านก็ยังเข้าไม่ได้ ท่านที่ไม่เป็นธรรมกาย แต่อยากเข้านิพพาน อันนี้ยังห่างไกล เพียงแต่อยากและตั้งความปรารถนาไว้เท่านั้น ก็เมื่อธรรมกายมีความสำคัญขนาดนี้ เหตุใดจึงไม่รีบฝึกฝนอบรมกัน ธรรมกายกับนิพพานเป็นของคู่กัน เหมือนพระสงฆ์คู่กับวัด ฆราวาสคู่กับบ้าน



๗. เนื้อหาสาระของวิชชาธรรมกาย เท่าที่พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายได้รวบรวมไว้นั้น มีเนื้อวิชชามากมาย ขอเชิญท่านผู้เป็นปราชญ์ติดต่อมาขอศึกษาได้ที่ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และเมื่อเรียนจบแล้ว ท่านก็จะเข้าใจอานุภาพของธรรมกายอย่างชัดเจน และถ้าจะให้เขียนอานุภาพธรรมกายอีก จะเขียนไปเท่าไรก็ไม่มีวันจบสิ้น ที่นำมาเขียนนี้ เป็นส่วนน้อยเหลือเกิน



๘. พระพุทธวัจนะที่ว่า “อต ฺตา หิ อต ฺตโน นาโถ” “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” นั้น มีความหมายอย่างไร “ตน” อันเป็นที่พึ่งแท้ คือ “ธรรมกาย” เพราะตนที่เป็นกายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม ทั้งหยาบและละเอียด เป็นกายโลกีย์ เป็นกาย อนิจ ฺจํ ทุก ฺขํ อนต ฺตา แตกดับได้ เป็นที่พึ่งแท้ไม่ได้ แต่เป็นที่พึ่งเทียม ส่วนธรรมกายเป็นกายไม่แตกดับ ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย จึงเป็นที่พึ่งแท้



๙. ธรรมกาย เป็นผู้กำจัดทุกข์ กำจัดภัย กำจัดโรค
ทฤษฎีเป็นอย่างนี้ ยุคเรา สมัยเรา กิเลสมีภูมิคุ้มกันสูง ในหลายรูป หลายแบบ เกาะกินใจคนของเรา เราจะแก้เพียรธรรมที่พูดกันไปเข้าหูซ้าย ออกหูขวาไม่ได้แล้ว จะนำข้อธรรม ให้พวกเราท่อง วันละ ๓ เวลา ไม่ได้แล้ว จะเอามาเสกข้าวกิน ไม่ได้แล้ว เพราะมันไม่เกิดแก่จิต ไม่เกิดแก่ใจ หิริโอตตัปปะเกิดแก่ใจได้อย่างไร เสียเวลา ได้ไม่เท่าเสีย ถ้าจะให้คนของท่านดี ต้องว่ากันถึงธรรมกาย


วิธีอบรมใจคน ต้องฝึกกันตามวิธีการ และมีกรรมวิธีวัดผลเป็นขั้นเป็นตอน ให้เป็นงานเป็นการขึ้นมาแม้ทำได้ไม่มาก แต่ก็เคยสัมผัส เห็นว่าดีกว่าการอบรมประเภท ปาฐกถาและการเทศนา เพราะการเทศน์และการปาฐกถา ได้แต่สัมผัสหู ไม่สัมผัสใจ อาจเป็นของดีในกาลก่อน แต่ยุคจรวดนี้เห็นว่าการฝึกตามแนววิชชาธรรมกายได้ผลดีมาก



๑๐. ธรรมกาย คือ ที่พึ่งของสัตว์โลก

- เมื่อเป็นธรรมกายแล้ว คือเห็นธรรมกายด้วยใจในท้องของตน ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๐ วา สูง ๒๐ วา เกตุดอกบัวตูม เห็นทั้งหลับตาลืมตาในอิริยาบถ ๔คือ ยืน เดิน นั่ง นอน สำหรับอิริยาบถนอน จะเห็นธรรมกายไสยาสน์อยู่ในท้องของเรา สภาพท้องของเรา เวลาที่เห็นธรรมกายนั้น มีสภาพเป็น “สุญญตา” กว้างใหญ่ไพศาลประดุจท้องฟ้า แม้องค์ธรรมกาย ๑๐๐ วา ก็ไปอยู่ในท้องของเราได้ ถามว่า ความเวิ้งว้างอยู่ที่ไหนตอบว่าอยู่กลางดวงธรรม พอจุดใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรมว่างไป ก็เกิดสภาวะสุญญตาตรงนั้น เห็นธรรมกายตรงไหน ตอบว่าเห็นในสุญญตานั้น ดวงธรรมอยู่ที่ไหน ตอบว่าอยู่ในท้องตรงศูนย์กลางกาย ดังนั้น จึงพูดรวมความว่า เห็นธรรมกายในท้อง ให้เป็นที่เข้าใจกันทั่วไป


- คำถามมีว่า ท้องของเราเล็กนิดเดียว เหตุใดธรรมกายองค์ใหญ่จึงอยู่ในท้องได้ คงหมดความข้องใจ เพราะเห็นด้วยใจ ใจเห็นดวงธรรมในท้อง กลางดวงธรรม มี “กลาง” (จุดใสเท่าปลายเข็ม) พอกลางคือจุดใสเล็กหายไป เกิดสภาพความว่าง เป็นความเวิ้งว้างอันไพศาล สภาพความเวิ้งว้างอันไพศาลคือสุญญตา เราเห็นธรรมกายในว่างอันนั้น


- ให้ทำใจหยุดและนิ่งไว้ จะทำอะไร ก็ถามพระธรรมกาย ธรรมกายพูด “ดัง” ถ้าใจหยุดจริงและนิ่งจริง จะได้ยินชัดเจน แต่ถ้าใจเราหยุดและนิ่งน้อยไป จะไม่ได้ยิน ติดขัดอะไรถามได้ จะให้ช่วยอะไร ก็บอกเล่าเก้าสิบเอา ถ้าอยากให้พระองค์แสดงธรรม พึงทำใจหยุดนิ่งและฟังให้ดีเถิด ธรรมกายวิเศษอย่างนี้ หากถึงวาระที่เราจะตาย องค์ธรรมกายเป็นที่พึ่งของเราในยามคับขันนั้น ใจของเรายึดธรรมกายได้แล้ว จะไปสุคติทันที ทุคติหรืออบายภูมิ ไม่ต้อนรับเอาอีกต่อไป


แต่ถ้าเราไม่เห็นธรรมกาย อบายภูมิคือ นรกเรียกเราอยู่ตลอดเวลา ยังต้องการเราอยู่ตลอดเวลา รอว่าเมื่อไรจะตาย ตายเมื่อไร ไปนรกเมื่อนั้น ไม่มีอะไรไปสู้นรกได้เลย จะเอาปืนเอาระเบิดไปสู้ ก็สู้ไม่ได้ จะเอาความมีอำนาจหรือยศศักดิ์ หรือเอาความร่ำรวยไปสู้นรก ก็สู้ไม่ได้


ที่จะสู้นรกได้ ก็ธรรมกายเท่านั้น

ผู้ปิดอบายภูมิ คือ ธรรมกาย

ขอแต่ว่าฝึกให้เห็น ทำให้เป็นเถิด


เด็กเล็กอายุ ๓ ขวบ ก็ทำได้ นักเรียน ก็ทำได้ นิสิต นักศึกษา ก็ฝึกได้ เรียนได้ เรียนได้ ฝึกได้ ทุกระดับชั้น อันเกิดจากประสบการณ์ ที่ใดมีกลียุค พอเรียนธรรมกายกันแล้ว กลียุคระงับ วัดใดโรงเรียนใดยากจน พอฝึกธรรมกายเข้า ความจนกลายเป็นความมั่งมี ความแร้นแค้นกลายเป็นความสมบูรณ์ ผมมีหน้าที่ฝึก ที่ใดเชิญก็ไปทำธุระให้ เป็นเวลามากกว่า ๒๐ ปี อานุภาพของธรรมกายช่วยสังคมได้จริง ให้เกิดความสงบขึ้นจริง ให้ความสุขแก่ผู้ปฏิบัติจริง แต่ว่าต้องทำจริง อย่าทำเล่น ควรให้โอกาสตนเองบ้าง



๑๑. เราเกิดมาแล้ว เราไม่พบพระพุทธเจ้า


- ยุคที่เรามาเกิด เราไม่พบพระพุทธเจ้า ไม่เคยเห็นหน้าตาของพระองค์ ไม่ทราบว่าหน้าตากายมนุษย์ของพระองค์เป็นอย่างไร เป็นเวรเป็นกรรมของเราอย่างหนึ่งเหมือนกัน ที่เกิดมาไม่ทันพระองค์ พบแต่ศาสนาของพระองค์ ได้เรียนคำสอนของพระองค์ เท่านั้น


- แต่เป็นโชคดีที่ได้พบธรรมกายของพระองค์ ตามที่ตรัสว่า “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย”


- เมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว แปลว่า เข้าถึงพระรัตนตรัยแล้ว ความทุกข์ยากจะได้หมดไป


- ความทุกข์มีทั้งเบื้องต้น ท่ามกลางและบั้นปลาย เมื่อเป็นธรรมกายแล้ว จะต้องเรียนวิชชาธรรมกายให้สูงขั้นไป เพื่อจะได้ความรู้นั้นมากำจัดทุกข์ กำจัดภัย กำจัดโรค ตามระดับแห่งความยากง่ายของทุกข์ภัยนั้น ๆ

- อย่าทอดธุระ เรียนแค่เห็นดวงธรรม เรียนแค่เห็นธรรมกาย หรือเรียนแค่ไปเห็นนรก สวรรค์ นิพพาน แล้วก็พอใจ


- เรียนเท่านี้ไม่ได้ ต้องเรียนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จึงจะได้วิชชามาสู้กับความทุกข์ร้อน เพราะความทุกข์ร้อนบางอย่าง ต้องแก้ด้วยความรู้ชั้นสูง ถ้าความรู้ต่ำ จะสู้ทุกข์ร้อนนั้นไม่ได้ ต้องสู้กับด้วยวิชชาชั้นสูง จึงจะชนะทุกข์ขั้นอุกฤษฏ์ได้


///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ข้อมูลจากหนังสือ ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คำถามเกี่ยวกับวิชาธรรมกายที่ถูกถามบ่อยๆ

คำสำคัญ (Tags)#ธรรมกาย#วิชชาธรรมกาย#ชมรมพัฒนาใจให้สว่างใส#ปราชญ์ขยะ#ผู้ใดเห็นธรรม

หมายเลขบันทึก: 215715, เขียน: 11 Oct 2008 @ 11:31 (), แก้ไข: 21 Jun 2012 @ 02:18 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก


ความเห็น (10)

แวะมาอ่านเรื่องธรรมะครับ

เปิ้ล
IP: xxx.146.144.229
เขียนเมื่อ 

ทำไมมีคนหลงเชื่อมากจัง ขอให้เขาเหล่านั้นพ้นทุกข์ มีสติกลับคืนในเร็ววัน สาธุ

เจน
IP: xxx.146.144.229
เขียนเมื่อ 

เรื่องธรรมกายคืออะไร? สามารถพิสูจน์ว่าเป็นจริงได้หรือไม่ หรือเป็นเพียงความเชื่อล้วน ๆ

ถ้าผู้เขียนเองยังไม่สามารถพิสูจน์ ควรมีคำเตือน "โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน เพราะนี่เป็นเพียงความเชื่อของผู้เขียนเท่านั้น"

เป็นการแสดงความจริงใจกับผู้อ่านค่ะ

เขียนเมื่อ 

อย่าไปคิดว่าผู้เขียนไม่รู้หรือพิสูจน์ไม่ได้ซีครับ ก็ผู้เขียนอยู่ในแวดวงนี้มานานแล้ว พิสูจน์มาอย่างแจ้งใจแล้วครับ

ธรรมกายมีอยู่สมจริงดังเนื้อความที่นำเสนอนั่นแหละ...ขอรับ

เขียนเมื่อ 

เวบไซต์แนะนำ  เรื่องวิชชาธรรมกาย  http://khunsamatha.com/

anucha
IP: xxx.130.141.227
เขียนเมื่อ 

เรื่องจริงและพิสูจน์แล้ว

ตั้งแต่เกิดมาผมสงสัยว่ามนุษย์จะเกิดมาทำไมให้เหนื่อย(ตอนอายุ5ขวบ) ไม่ต้องเกิดจะได้ไหม เรา...เมื่ออดีตชาติเป็นใคร? เมื่อชาติที่แล้วและชาติที่แล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....เรามาจากไหน นี่คือความคิดตอนที่ผมเริ่มจำความได้ ผมเที่ยวหาคำตอบจากหนังสือที่เกี่ยวกับสมาธิ แต่ไม่มีคำตอบจากหนังสือเล่มใดและจากพระองค์ไหนในโลก จนผมอายุได้29ปี จึงได้รู้ว่าอ้อ...อย่างนี้นี่เอง จากนั้นผมก็เริ่มทำการตั้งสมมุติฐาน ทดลอง ค้นคว้า เรื่องจิตวิญญาณ ว่ามีจริงหรือไม่ โดยอาศัยจากผู้ที่ได้ธรรมะ ผมคิดว่าทุกคนมีสมองแต่จะใช้สมองให้เป็นประโยชน์หรือเปล่าก็เท่านั้น เพราะเวปแต่ละเวปก็เถียงกันไปมาอยู่ได้ ทำไมไม่หาล่ะว่าคนที่ทำสมาธิได้ เขามีคุณวิเศษอย่างไร ผมจบม.หก(วิทย์คณิต) ป.ตรีม.รามฯ ผมจึงใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาบูรณาการ ผมโชคดีที่มีหลาน,พี่สาว และหลวงพี่ที่ผมเคารพ ผู้ที่ได้สมาธิได้ในระดับหนึ่ง ที่ทำให้ผมได้พิสูจน์ว่า วิชชาสามมีจริง รู้อดีต ปัจจุบัน อนาคต(คือการคาดคะเนจากอดีต) เทวดาจะมากราบพระที่ปฏิบัติดีด้วยกายที่เห็นด้วยตาเนื้อ รู้วาระจิต รู้ว่าเรากำลังทำอะไร รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน รู้พลังในพระเครื่องต่างๆ (อันนี้ผมทดลองจนโดนพี่สาวและหลวงพี่ท่านว่าจะลองไปถึงไหน) และความรู้เกี่ยวกับวิชาไสยเวท และอวิชชาทั้งหลาย ตลอดจนที่มาที่ไปในสังสารวัตร นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของวิชาธรรมกาย และการทำสมาธิแบบยุบหนอของหลวงพ่อจรัญ(พี่สาวปฏิบัติ) คนที่ถามว่าพิสูจน์ได้ไหม คำตอบคือได้ ถ้าคุณจะพิสูจน์.......? อยู่ที่ว่าคุณขยันแค่ไหน สติปัญญาคุณมีแค่ไหน ถ้าคุณใช้สติปัญญาให้เป็นประโยชน์ ผมรับรองชาตินี้คุณได้รู้เรื่องราวที่สนุกๆ เหมือนอย่างที่ผมได้รู้ได้เห็น ก่อนวิญญาณจะออกจากร่าง(ตายนั่นแหละ)

ผมขอเตือนนะครับ... ไม่ว่าการทำสมาธิแบบใดสำนักไหน คุณอย่าได้กล่าวล่วงเกินเป็นอันขาด เราไม่รู้ว่าเขามีคุณวิเศษแค่ไหน ตราบใดคุณยังเป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น สมาธิก็ไม่นั่ง บุญก็ไม่ทำ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไร ในเมื่อสติคุณมีแค่อนุบาลจะไปรองรับสติปัญญาระดับปริญญาตรีได้อย่างไร ยังอีกนานสำหรับผู้ที่มีอคติกับสมาธิ ที่จะลืมตาอ้าปากได้กับความรู้อันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณ

สังเกตุง่ายๆ ....ผู้ที่ได้สมาธิจริงๆ ใจเขาจะเป็นกุศล ไม่ใส่ร้ายป้ายสีให้ใคร ไม่นินทาว่าร้ายใคร ไม่ว่าคนอื่นเสีย..ตัวเองดี คนที่มีภูมิธรรมเขาจะสอนการปฏิบัติตัวให้อยู่ในศีลในธรรมและก็เน้นการนั่งสมาธิเป็นชีวิตจิตใจ จึงขอฝากทุกๆๆๆคนด้วยนะครับ...

phuchong suphakoson
IP: xxx.75.179.132
เขียนเมื่อ 

สุดยอด.......ขออนุโมทนา  และขอบคุณ  ที่ให้ผมได้มีโอกาส  ศึกษา วิชชาธรรมกาย

ภุชงค์ สุภโกศล
IP: xxx.75.179.132
เขียนเมื่อ 

เรื่องราวของวิชชาธรรมกาย ต้อง เป็นผู้มีบุญเท่านั้น จึงจะเข้าใจ คนที่ไม่มีบุญ ไม่มีเชื้อสาย ไม่มีทางเข้าใจ คนที่ต่อต้าน น่าสงสารมาก มาเจอวิชชาธรรมกาย แทนที่จะได้บุญ กลับได้บาป อย่างคาดไม่ถึง น่าสงสารจริงๆ ผมขอขอบคุณ คุณสมถ มาก และขออนุโมทนาด้วยใจจริงครับ อยากจะร่วมบุญด้วย ถ้ามีโอกาส ผมอยู่เมืองนอก ที่เยอรมัน มีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย ถือว่าโชคดี จริงๆ ขอบคุณครับ.....

เขียนเมื่อ 

เรียนคุณภุชงค์ สุภโกศล ขอเชิญเข้าไปในห้องสนทนาของผม ที่นี่ http://khunsamatha.fix.gs/index.php

 

กลุ่มชมรมพัฒนาใจให้สว่างใส ยินดีต้อนรับ

เมธาวี หงส์วณิชย์กุล
IP: xxx.10.206.39
เขียนเมื่อ 

สาธุๆๆ