คติที่ ๕ ไม่หยุดไม่ถึงพระ ตัวหยุดเป็นตัวสำเร็จ

คติธรรมของหลวงพ่อเป็นคติปฏิบัติคือได้ปฏิบัติแล้ว ได้ทดลองแล้ว คือได้นำปริยัติมาปฏิบัติแล้ว เกิดผลในทางปฏิบัติแล้ว

คติที่ ๕ ไม่หยุดไม่ถึงพระ ตัวหยุดเป็นตัวสำเร็จ

นี่คือ ความรู้สำคัญ ต้องสนใจให้มาก "ไม่หยุดไม่ถึงพระ" มีความมายว่า ตราบใดที่ยังทำใจหยุด ใจนิ่งที่ศูนย์กลางกายไม่ได้ เราก็เข้าไม่ถึงพระ พระในที่นี้หมายถึงธรรมกาย หมายถึงพระบรมศาสดา หมายถึงนิพพาน

ใจหยุด หมายถึงการเพียรภาวนาที่ศูนย์กลางกาย โดยเบื้องต้น ท่านให้นึกกำหนดดวงนิมิตขึ้นก่อน คือกำหนดเป็นดวงแก้วขาวใส มีขนาดเท่าแก้วตาดำของเรา แล้วน้อมดวงนิมิตนี้ไปตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกาย ในท้องของเรา ตามรายละเอียดที่กล่าวในหนังสือทางมรรคผล ๑๘ กายนั้น เอาใจคือความรู้สึกรวมให้เป็นจุดเดียวกัน แล้วนิ่งลงไปที่ดวงนิมิตใสนั้น บริกรรมใจว่า สัมมา อะระหัง เรื่อยไป จนกว่าใจของเราจะหยุด เมื่อใจหยุด เราก็เห็นดวงธรรมใสในท้องของเรา แล้วดวงใสนี้ จะเป็นอุปการะให้เราเห็นธรรมกายได้ในที่สุด รายละเอียดของการฝึกมีอย่างไรโปรดอ่านหนังสือดังกล่าวนั้น ตามที่กล่าวนี้เป็นสังเขปเท่านั้น

ลักษณะของใจหยุด คือรถยนต์เบรค ใจนิ่งคือสภาพเรียบของใจประดุจผิวน้ำในโอ่ง ไม่มีลมสัมผัสให้กระเพื่อม ใจแน่นคือสภาพที่หยุดดีแล้ว ประหนึ่งเสาหินปักลงไปในดิน ลมพัดเท่าไรไม่สั่นคลอน

แต่การทำใจให้หยุดนั้น ทำยาก ไม่ง่ายอย่างที่เราคิด ต้องขยันฝึก แต่บางท่านทำได้เก่งมาก ฝึกเดี๋ยวเดียวเขาก็ทำได้ เด็กมักทำได้เก่งกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ใจรับอารมณ์ใดๆ ไว้มาก เด็กไม่มีเรื่องคิด เด็กจึงทำได้เร็วกว่า แต่เด็กไม่รู้คุณค่า เหมือนไก่ได้พลอย หากไม่หมั่นเอาใจจดจ่อประคองไว้ เอาแต่เล่น นิมิตก็จะหายไป

คราวนี้กล่าวถึงการเห็นนิมิตกับการเห็นดวงธรรมนั้นต่างกัน ประการแรกเป็นการกำหนดนิมิตได้ นิมิตคือการนึกโดยใจ นึกได้และกำหนดได้ นั่นเป็นขั้นตอนการกำหนดนิมิต ดวงนิมิตเป็นอุปการะให้เห็นดวงธรรม คือเมื่อกำหนดนิมิตได้แล้ว สภาพแห่งความหยุดความนิ่งทางใจ เมื่อได้สัดส่วนดีแล้ว ดวงนิมิตจะหายไปอย่างเร็ว จากนั้นจึงจะเป็นขั้นตอนการเห็นดวงธรรม ที่ว่าดวงธรรมเท่าฟองไข่แดงของไก่ เท่าดวงจันทร์ เท่าดวงอาทิตย์ คือขั้นตอนนี้

เมื่อทำใจหยุดได้ เกิดความสำเร็จเบื้องต้นแล้ว คือเห็นดวงธรรมและต้องหยุดให้ยิ่งขึ้นไปหยุดให้ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นอุปการะให้เกิดความสำเร็จในลำดับต่อไปอีก คือเห็นกายและเห็นธรรมกาย ตามหลักสูตรทางมรรคผล ๑๘ กายนั้น และเมื่อเดินวิชา ๑๘ กายได้แล้ว ถึงขั้นเข้านิพพานได้ เราจะพบกายธรรมในนิพพาน กายธรรมหรือธรรมกายในนิพพานนั้น คือความหมายของคำว่าพระ กายธรรมที่มีรัศมีโชติช่วงกว่าเพื่อนในนิพพานใด องค์นั้นคือกายธรรมของพระบรมศาสดาของนิพพานนั้น หรือเรียกว่าพระนิพพาน คือเป็นพระประธานของนิพพานนั้น ส่วนกายธรรมอื่น เป็นกายธรรมของพระอรหันต์และผู้ได้มรรคผลนิพพาน

บัดนี้ ท่านเข้าใจแล้วว่า “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย” คืออย่างไรและเข้าใจแล้วว่า “ไม่หยุดไม่ถึงพระ” คืออย่างไร และคำว่า “ตัวหยุดเป็นตัวสำเร็จ” นั้น คืออย่างไร

แต่ความหมายของคำว่า “ตัวหยุดเป็นตัวสำเร็จ” ไม่ได้หมายความเพียงเท่านี้ ตามที่บรรยายมานั้น กล่าวว่า “หยุด” ให้เกิดความสำเร็จในเบื้องต้น คือ ให้เห็นดวงธรรม ให้เห็นกายต่างๆ ให้เห็นธรรมกาย ตั้งแต่กายเล็กจนถึงธรรมกายใหญ่ และเห็นกายธรรมในนิพพาน นี่เป็นความสำเร็จระดับหนึ่งด้วยอานุภาพของ “หยุด”

ความสำเร็จที่จะมีต่อไปนี้ หยุดจะต้องละเอียดขึ้น หากหยุดไม่ละเอียดขึ้น จะเห็นวิชาอะไรได้ยาก ได้แก่วิชาธรรมกายชั้นสูง คือวิชาธรรมกายหลักสูตรคู่มือสมภาร และวิชาธรรมกายหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร เป็นต้น ไม่ว่าจะเรียนอะไร ตัวหยุดต้องเป็นอุปการะให้ทั้งนั้น หากหยุดไม่ละเอียดขึ้นแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จในวิชาชั้นสูง ขอบข่ายแห่งวิชาธรรมกายนั้นละเอียดมากและลึกซึ้งมาก

บัดนี้ วิชาธรรมกายชั้นสูง ท่านยังไม่ได้เรียนเลย ยังไม่เห็นหลักสูตรด้วยซ้ำไป ยังไม่ทราบว่าหนังสือของหลวงพ่อทั้ง ๒ เล่มนั้น มีเนื้อวิชาอะไรบ้าง บทใดท่านทำได้ บทใดท่านทำไม่ได้ ย่อมแปลว่าความรู้ของเรายังอ่อนไป ขอให้ซ้อมความหยุดให้ละเอียดเข้าไว้ เพื่อเรียนวิชาธรรมกายชั้นสูงทั้ง ๒ เล่มดังกล่าวนั้นต่อไป

วิชาธรรมกายชั้นสูง ไม่มีแค่นั้น หากท่านยังทำวิชาปราบมารไม่ได้ บ่งบอกว่าเราเข้าใจคำว่า “หยุด” น้อยไป หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนวิชาธรรมกายไว้มากน้อยแค่ไหน เราต้องศึกษาเล่าเรียนให้ได้ทั้งหมด หากเรียนไม่หมดความรู้ของหลวงพ่อ เราจะไม่มีความรู้ไปสู้มาร เพราะวิชาปราบมารใช้ความรู้สูง ต้องทำได้ทั้งหมด ต้องเข้าใจทั้งหมด ต้องเห็นได้ทั้งหมด ต้องเข้าถึงได้ทั้งหมด หมายความว่าวิชาธรรมกายทุกหลักสูตร ไม่ว่าระดับไหน เราต้องทำได้ทั้งหมด

ครั้นแล้ว เราจะรู้ว่ามารเขาปกครองสัตว์โลกอย่างไร ให้ท่านเดินวิชาปราบมาร ติดต่อกัน ๑๐ ปี แม้วันเดียวก็ไม่เว้น เราจะเข้าใจคำว่า “หยุด” ดีกว่าเดิม คือ “หยุด” เป็นตัวสำเร็จจริงตามที่หลวงพ่อสอน แต่การหยุดนั้นมีขีดขั้นและมีระดับสูงขึ้นไป หยุดเป็นตัวนิโรธ มารเขาเอา ส่าย ไหว ริบ รัว ออกสู้ ไม่ว่าที่ใดมารเขาไประเบิดได้ทั้งนั้น เพราะอะไร เพราะเราหยุดสู้เขาไม่ได้ คือสู้ ส่าย ไหว รับ รัว ของมารเขาไม่ได้นั่นเอง คือเขาเหนือหยุดของเรานั่นเอง กรณีอย่างนี้ ตกเป็นฝ่ายแพ้มารทั้งนั้น เราตกอยู่ในปกครองของมารทันที แล้วมารเขาก็ระเบิด ดวงบารมี ดวงรัศมี ดวงกำลัง ฯลฯ เอาไปโดยที่พวกเราไม่รู้กันเลย เพราะพวกเราเอาแต่เรียนวิชาเบื้องต้น จึงไปรู้ไปเห็นไม่ได้ เมื่อไม่รู้ไม่เห็น ก็แปลว่า เราตกอยู่ในอำนาจปกครองของมารด้วยประการทั้งปวง เรามัวเพลิดเพลินเจริญใจกันแต่ความรู้อ่อนๆ สร้างค่านิยมกันเองว่าเก่ง สรุปแล้ว ความรู้ก็แค่นั้น มารเขาก็ชอบใจ เพราะไม่มีใครไปรู้ไปเห็นเขา อะไรที่เราจะรวยได้เพื่อนก็หนุน อะไรที่เราจะดังได้ เพื่อนก็โหม อะไรที่เราหลง เพื่อนก็เอายศมาให้ เราเต้นอยู่ในจังหวะเพลงของมาร โดยที่เราไม่รู้

ครั้นเรารู้ทัน จึงออกหนังสือเผยแพร่ เพื่อจะได้ผู้รู้มาช่วยกันปราบมาร เราสู้คนเดียวไม่ไหว เพราะมันรุมเรา ต้องการหาเพื่อนมาช่วย บัดนี้ ออกหนังสือปราบมารไปแล้ว ๕ เล่ม คือปราบมารภาค ๑ ปราบมารภาค ๒ ปราบมารภาค ๓ ปราบมารภาค ๔ และปราบมารภาค ๕ ใช้เวลารบ ๒๒ ปี เขียนได้ ๕ เล่มเท่านั้น พิมพ์เสร็จแล้วก็บริการฟรี ฟรีทุกรูปแบบ ฟรีทั้งนั้น ปรากฏว่ายังไม่พบผู้มีบารมีธรรมที่จะช่วยปราบมาร คอยมาแต่วันนั้น จวบจนวันนี้ หาคนมีความรู้ที่จะปราบมารได้ยังไม่พบเขาผู้นั้น บริการทั้งปวงที่ข้าพเจ้าทำนี้ ไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนเลย ทำเป็นการกุศลทั้งหมด โดยมาคิดว่า เราตกที่นั่งลำบาก ธาตุธรรมท่านวางตัวให้ทำวิชาปราบมาร พอเดินวิชาทำไปได้ ๓ ปีก็ได้ข้อคิด มันไม่ใช่ธรรมดาเลย เรื่องมันยาก ยากอย่างไร ท่านต้องอ่านหนังสือปราบมาร ๕ เล่ม ตามที่กล่าวนั้น แล้วจะทราบเรื่อง เมื่ออ่านครบ ๕ เล่มแล้ว คราวนี้จะได้ข้อคิด เมื่อคิดได้แล้ว มีอะไรข้องใจโปรดไปพบข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายินดีจะไขความ ยินดีจะให้ดูหลักฐานทั้งปวง ถ้าอย่างนี้แปลว่าเราพอพูดกันรู้เรื่อง หากยังอ่านไม่จบ ยังอ่านไม่ทั่ว จ้องแต่วิจารณ์ จ้องแต่ออกความเห็น ด่วนให้ความเห็น กรณีอย่างนี้ ท่านว่าอันตรายมาก สุดท้ายเราก็แพ้เหลี่ยมมารอยู่ดี

สวดมนต์ไหว้พระ อธิษฐานใจ ขอให้พบคนเก่งที่เข้าเรื่อง ขอให้พบคนที่มีงานเข้าท่า เพื่อจะได้มาช่วยกัน

ปรากฏว่า ล้มเหลว หาคนเก่งที่เข้าตากรรมการไม่ได้
บางวันเข้ากายธรรมไปนิพพาน รำพึงในใจแก่ตนเอง หนังสือปราบมาร ๕ เล่ม พิมพ์บริการไปแล้วจนบัดนี้ ก็ยังหาเพื่อนมาช่วยทำวิชาไม่ได้ น้อยใจอยู่เหมือนกัน เรามาแบกอยู่คนเดียวเป็นการไม่สมควร ผู้มีบารมีธรรมลงไปเกิดในโลกมีจำนวนมาก เขาน่าจะรู้ อีกครู่หนึ่ง เกิดความโล่งใจ เพราะมีข้อมูลว่า พระอาบัติปาราชิก หลวงเขาจับได้ไล่ทัน หลวงเขาจะให้สึก เพราะหมดความเป็นพระแล้ว เพื่อศาสนาจะได้ไม่เศร้าหมอง แต่ดื้อดึงไม่ยอมสึก อยากอยู่เป็นพระเน่าๆ ต่อไป ตามเรื่องราวที่เราท่านได้เห็นประจักษ์ทั่วกันแล้ว

ปรากฏว่า มีผู้คนออกมาต่อต้าน ผู้ต่อต้านคือสาวกของเขา มีจำนวนมาก

เขาทำชั่ว ทำไมเราเห็นว่าดี เขาปาราชิกถึงกับมีลูก เป็นพระแต่มีเมียได้ เราว่าดีกระนั้นหรือ

นี่มันอะไรกัน

เขาประพฤติชั่ว กลับมีคนให้การสนับสนุน

นี่คือ อานุภาพของมารเขา เขาไปดลใจให้ชอบได้ เขาดลใจให้ประชาชนฮือฮาได้ทั้งนั้น เขาทำให้ผิดเป็นชอบได้ เขาทำให้ข้าวยากของแพงได้ เขาทำให้เกิดกลียุคก็ได้ ทำให้เกิดสงครามก็ได้ มารมีธรรมกายสีดำ กายละเอียดของเขาสีดำ กายสิทธิ์ของเขาสีดำ ทำหน้าที่ปกครองสัตว์โลก ให้สัตว์โลกทั้งปวงเดือดร้อน ให้สัตว์โลกเกิดทุกข์เข็ญ แม่พระพุทธเจ้าในนิพพาน มารเขายังไปถล่มทลาย พระพุทธองค์ไม่ได้รับความสุข ถ้าจะให้เป็นสุข ต้องทำวิชาปราบมาร ดังที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี้ งานทำวิชาปราบมาร ทำมาจนถึงเขียนตำราเผยแพร่ และเผยแพร่มานานแล้ว

เหตุผลที่เผยแพร่ ก็เพื่อจะได้ผู้มีบุญที่เป็นวิชาธรรมกายมาช่วยกันเดินวิชา

ปรากฏว่า ไม่มีใครสนใจ เราทำดีแต่ไม่มีใครช่วย แต่ทำชั่ว กลับมีคนสนับสนุน ดังตัวอย่างพระปาราชิกที่เราเห็นกันนั้น แปลว่ามารยังมีกำลังอีกมาก เมื่อแจ้งแก่ใจข้าพเจ้าเช่นนี้ นับแต่วันนั้นมา ข้าพเจ้าทำใจใหม่ วางใจเฉยเพื่อสู้ และข้าพเจ้าก็เดินหน้ากล้าตายต่อไป ทำวิชารบต่อไป สู้ต่อไป สู้ไม่เลิก เราคนเดียวนี้แหละสู้ได้ทุกเรื่อง

ตามที่บรรยายมานี้ ก็คุยสู่กันฟัง เพื่อให้ท่านทราบว่า ปราบมารนั้น ทำยาก ใช้ความรู้สูง มารเขาไม่โง่ที่จะให้ใครมาช่วย เพราะถ้าใครมาช่วย แปลว่าข้าพเจ้ามีกำลัง เมื่อข้าพเจ้ามีกำลังแล้ว มารก็จะแพ้สถานเดียว เหตุนี้เองที่มารเขาจะทำทุกวิถีทาง ไม่ให้ใครมาช่วยข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้หมดกำลัง และเมื่อเราหมดกำลัง ก็แปลว่าเราแพ้ ก็เหมือนกับการทำสงครามในโลก ต่างฝ่ายต่างตัดเสบียงกัน ฝ่ายใดไม่มีเสบียงก็เป็นฝ่ายแพ้ไป

ถ้าไม่ปราบมาร โลกก็วุ่นวายกันอยู่อย่างนี้ สังคมก็ยังสับสนกันอยู่อย่างนี้ คนชั่วก็มีหน้ามีตา คนดีถูกเขากดหัว คดโกงร่ำรวย สุจริตยากจน คนมีอิทธิพลชูคอได้ คนสมถะต้องเดินถนน อวิชชาร่ำรวย เพียงแต่ท่องคาถา เงินก็มา ทั้งที่ไม่มีความรู้อะไร ดูเอาเถิดท่านทั้งหลาย ปราบมารได้หมดเมื่อไร โลกจะเป็นสุข สังคมจะสงบ ความดีจะชนะความชั่ว คุณธรรมจะชนะอธรรม หลวงพ่อท่านกำชับนักให้ปราบมาร “ปราบมารเถิดศึกษาฯเอ๋ย ถ้าศึกษาฯทำได้ โลกก็เป็นสุขและธรรมก็สุขด้วย ใครไม่เห็น แต่พระพุทธเจ้าท่านเห็น” นี่คือ โองการของหลวงพ่อ แล้วข้าพเจ้าก็ทำวิชาปราบมาร นับแต่วันที่มีโองการ จนถึงทุกวันนี้ ผลงานปราบมารมีอย่างไรบ้าง โปรดอ่านหนังสือปราบมาร ๕ เล่ม ดังที่เสนอไปแล้วนั้น

ตามที่บรรยายมานี้ แสดงถึง “หยุดมีหลายระดับ” หยุดได้แค่ไหน ก็สำเร็จได้แค่นั้น การหยุดบางระดับไม่เป็นอันตรายต่ออำนาจปกครองของมาร มารเขาจะไม่ว่าอะไร เขาจะปล่อยให้เรามีเงินทองกัน แต่เขาจ้องตะครุบอยู่ข้างหลัง มารเขาเก่งอย่างนี้ เขาจึงเป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรม พอเรารวยเราหลงว่าเราเก่ง เราเชื่อวิชาของเรา นี่คือความเข้าใจผิด ปราบมารกันให้รู้ดีรู้ชั่วกันไปเลย ถึงอย่างไรเราก็เรียนวิชาธรรมกายมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ได้แต่เชิญชวนเท่านั้น

*******************************************************
ข้อมูลจาก หนังสือคติธรรม คตินิยม การดำเนินชีวิต ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คติธรรม คตินิยม ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

คำสำคัญ (Tags)#คติธรรม#กายธรรม#หลวงพ่อวัดปากน้ำ#ปราบมาร#วิชชาธรรมกาย#ชมรมพัฒนาใจให้สว่างใส#ปราชญ์ขยะ#คุณสมถะ#ศึกษาฯ การุณย์ บุญมานุช

หมายเลขบันทึก: 215297, เขียน: 09 Oct 2008 @ 19:51 (), แก้ไข: 07 Jan 2015 @ 11:18 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)