


ตามที่พระจักรพรรดิอากิฮิโต เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร แห่งประเทศญี่ปุ่น ทรงจัดส่งปลานิล
จำนวน ๕๐ ตัว ความยาวเฉลี่ย ตัวละประมาณ ๙ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๑๔ กรัม มาทูลเกล้าฯ
ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๐๘ นั้น ในระยะแรกได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดิน เนื้อที่ประมาณ ๑๐ ตารางเมตร ในบริเวณสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

มื่อเลี้ยงมาได้ ๕ เดือนเศษ ปรากฏว่ามีลูกปลาเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เจ้าหน้าที่สวนหลวงขุดบ่อขึ้นใหม่อีก ๖ บ่อ มีเนื้อที่เฉลี่ยบ่อละประมาณ ๗๐ ตารางเมตร
ซึ่งในโอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงย้ายพันธุ์ปลาด้วยพระองค์เอง
จากบ่อเดิมไปปล่อยในบ่อใหม่ทั้ง ๖ บ่อ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๐๘ ต่อจากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้กรมประมง จัดส่งเจ้าหน้าที่วิชาการมาตรวจสอบการเจริญเติบโตเป็นประจำทุกเดือน
โดยที่ปลาชนิดนี้เป็นปลาจำพวกกินพืช เลี้ยงง่าย มีรสดี ออกลูกดก เจริญเติบโตได้รวดเร็ว ในเวลา ๑ ปี
จะมีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม และมีความยาวประมาณ ๑ ฟุต
จึงไดมีพระราชประสงค์ที่จะให้ปลานี้แพร่ขยายพันธุ์ อันจะเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรของพระองค์ต่อไป
ดังนั้นเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๐๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิล”
และได้พระราชทานปลานิลขนาดยาว ๓-๕ เซนติเมตร จำนวน ๑๐,๐๐๐ ตัว ให้แก่กรมประมงนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์
ปลานิล มีนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง (ยกเว้นเวลาสืบพันธุ์)มีความอดทนและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี
จากการศึกษาพบว่าปลานิลทนต่อความเค็มได้ถึง ๒๐ ส่วนในพัน ทนต่อค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ได้ดีในช่วง
๖.๕-๘.๓ และสามารถทนต่ออุณหภูมิได้ถึง ๔๐ องศาเซลเซียส แต่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า ๑๐ องศาเซลเซียส
พบว่าปลานิลปรับตัวและเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก ทั้งนี้เป็นเพราะถิ่นกำเนิดเดิมของปลาชนิดนี้
อยู่ในเขตร้อน
การเพาะพันธุ์ปลานิลให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพ ต้องได้รับการเอาใจใส่และมีการปฏิบัติในด้านต่าง ๆ เช่น
การเตรียมบ่อ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ การตรวจสอบลูกปลา และการอนุบาลลูกปลา
สำหรับการเพาะปลานิลอาจทำได้ทั้งในบ่อดินและบ่อปูนซีเมนต์ และ กระชังไนล่อนตาถี่
บ่อดิน บ่อเพาะปลานิลควรเป็นบ่อรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อที่ตั้งแต่ ๕๐-๑,๖๐๐ ตารางเมตร
สามารถเก็บกักน้ำได้ระดับสูง ๑ เมตร บ่อควรมีเชิงลาดตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันดินพังทะลาย
และมีชานบ่อกว้าง ๑-๒ เมตร ถ้าเป็นบ่อเก่าก็ควรวิดน้ำและสาดเลนขึ้น ตกแต่งภายในบ่อให้ดินแน่น
ใส่โล่ติ๊นกำจัดศัตรูของปลาอัตราส่วนใช้โล่ติ๊นแห้ง ๑ กก./ปริมาตรของน้ำ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตร
โรยปูนขาวให้ทั่วบ่อ ๑ กก./พื้นที่บ่อ ๑๐ ตรม. ใส่ปุ๋ยคอกแห้ง ๓๐๐ กก./ไร่ ตากบ่อทิ้งไว้ประมาณ ๒-๓ วัน
จึงเปิดหรือสูบน้ำเข้าบ่อผ่านผ้ากรองหรือตะแกรงตาถี่ให้มีระดับสูงประมาณ ๑ เมตร
การใช้บ่อดินเพาะปลานิลจะมีประสิทธิภาพดีกว่าวิธีอื่น เพราะเป็นบ่อที่มีลักษณะคล้ายคลึงตามธรรมชาติ
และการผลิตลูกปลานิลจากบ่อดินจะได้ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำกว่าวิธีอื่น
บ่อปูนซีเมนต์ ก็สามารถใช้ผลิตลูกปลานิลได้ รูปร่างของบ่อจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือรูปกลมก็ได้
มีความลึกประมาณ ๑ เมตร พื้นที่ผิวน้ำตั้งแต่ ๑๐ ตารางเมตร ขึ้น
ทำความสะอาดบ่อและเติมน้ำที่กรองด้วยผ้าไนล่อนหรือมุ้งลวดตาถี่ ให้มีระดับน้ำสูงประมาณ ๘๐ ซม.
ถ้าใช้เครื่องเป่าลมช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ จะทำให้การเพาะปลานิลด้วยวิธีนี้ได้ผลมากขึ้น อนึ่ง
การเพาะปลานิลด้วยบ่อซีเมนต์ ถ้าจะให้ได้ลูกปลามากก็ต้องใช้บ่อขนาดใหญ่
ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง
กระชังไนล่อนตาถี่ ขนาดของกระชังที่ใช้ประมาณ ๕ x ๘ x ๒ เมตร วางกระชังในบ่อดินหรือในหนองบึง
อ่างเก็บน้ำ ให้พื้นกระชังอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ ประ มาณ ๑ เมตร ใช้หลักไม้ ๔ หลัก ผูกตรงมุม ๔ มุม
ยึดปากและพื้นกระชังให้แน่น เพื่อให้กระชังขึงตึง
การเพาะปลานิลด้วยวิธีนี้มีความเหมาะสมที่จะใช้ผลิตลูกปลาในกรณีซึ่งเกษตรกรไม่มีพื้นที่ดินก็สามารถจะเลี
้ยงปลาได้ เช่น เลี้ยงในอ่างเก็บน้ำหนองบึงและลำน้ำต่าง ๆ เป็นต้น
การคัดเลือกพ่อแม่ปลานิล จากการสังเกตจากลักษณะภายนอกของปลาที่สมบูรณ์ปราศจากเชื้อโรคและบาดแผล
สำหรับพ่อแม่ปลาที่พร้อมจะวางไข่นั้นสังเกตได้จากอวัยวะเพศถ้าเป็นปลาตัวเมียและมีสีชมพูแดงเรื่อ
ส่วนปลาตัวผู้ก็สังเกตได้จากสีของตัวปลาที่เข้มสดโดยเปรียบเทียบกับปลานิลตัวผู้อื่น ๆ ที่จับขึ้นมา
ขนาดของปลาตัวผู้และตัวเมียควรมีขนาดไล่เลี่ยกันคือมีความยาวตั้งแต่ ๑๕-๒๕ เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่
๑๕๐-๒๐๐ กรัม
ปริมาณพ่อแม่ปลาที่จะนำไปปล่อยในบ่อเพาะ ๑ ตัว/๔ ตารางเมตร หรือไร่ละจำนวน ๔๐๐ ตัว

ควรปล่อยในอัตราส่วนพ่อปลา ๒ ตัว/แม่ปลา ๓ ตัว
เนื่องจากได้สังเกตจากพฤติกรรมในการผสมพันธุ์ของปลาชนิดนี้
ปลาตัวผู้มีสมรรถภาพที่จะผสมพันธุ์กับปลาตัวเมียอื่น ๆ ได้อีก
ดังนั้นการเพิ่มอัตราส่วนของปลาตัวเมียให้มากขึ้นคาดว่าจะได้ลูกปลานิลเพิ่มขึ้นส่วนการเพาะปลานิลในกระชั
งใช้อัตราส่วนของปลา ๖ ตัว/ตารางเมตร โดยใช้ตัวผู้ ๑ ตัว/ตัวเมีย ๓-๕ ตัว
การเพาะปลานิลแต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน จึงเปลี่ยนพ่อแม่ปลารุ่นใหม่ต่อไป
การเลี้ยงปลานิลมีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารสมทบ หรืออาหารผสม ได้แก่ ปลายข้าว สาหร่าย รำละเอียด
ในอัตราส่วน ๑:๒:๓ โดยให้อาหารดังกล่าวแก่พ่อแม่ปลานิลประมาณ ๒% ของน้ำหนักตัว
ทั้งนี้เพื่อให้ปลานิลใช้เป็นพลังงาน
ซึ่งต้องใช้มากกว่าในช่วงการผสมพันธุ์ส่วนปุ๋ยคอกแห้งก็ต้องใส่ในอัตราส่วนประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ กก./ไร่/เดือน
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนอาหารธรรมชาติในบ่อได้แก่ พืชน้ำขนาดเล็ก ๆ ไร่น้ำ และตัวอ่อน
อันจะเป็นประโยชน์ต่อลูกปลานิลวัยอ่อนที่หลังจากถุงอาหารยุบตัวลง
และจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในพ่อเพาะดังกล่าวประมาณ ๑ สัปดาห์ ก่อนที่จะย้ายไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล
ถ้าในบ่อขาดอาหารธรรมชาติดังกล่าวผลผลิตลูกปลานิลจะได้น้อย
เพราะขาดอาหารที่จำเป็นเบื้องต้นหลังจากถุงอาหารได้ยุบตัวลงใหม่ ๆ
ก่อนที่ลูกปลานิลจะสามารถกินอาหารสมทบอื่น ๆ ได้ อาหารสมทบที่หาได้ง่ายคือ รำข้าว
ซึ่งควรปรับปรุงคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นโดยใช้ปลาป่น กากถั่ว และวิตามินเป็นส่วนผสม
นอกจากนี้แหนเป็ดและสาหร่ายหลายชนิดก็สามารถจะใช้เป็นอาหารเสริมแก่พ่อแม่ปลานิลได้เป็นอย่างดี
ในกรณีที่ใช้กระชังไนล่อนตาถี่เพาะพันธุ์ปลานิลก็ควรให้อาหารสมทบแก่พ่อแม่ปลาอย่างเดียว
ปลานิล เป็นปลาที่ประชาชนนิยมเลี้ยงกันมากชนิดหนึ่ง ทั้งในรูปแบบการค้าและเลี้ยงไว้บริโภคในครัวเรือน
ทั้งนี้เนื่องจากปลานิลเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินอาหารได้แทบทุกชนิด เนื้อมีรสชาติดีตลาดมีความต้องการสูง
ส่วนในเรื่องราคาที่จำหน่ายนั้นค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับปลาชนิดอื่น ๆ เช่น ปลาตะเพียนขาว
ปลาสวาย ฯลฯ ดังนั้น การเลี้ยงปลาชนิดนี้เพื่อผลิตจำหน่าย จึงมีความจำเป็นที่
จะต้องพิจารณาในด้านอาหารปลาที่จะนำมาใช้เลี้ยงเป็นหลัก กล่าวคือ ต้องเป็นอาหารที่หาได้ง่าย
ราคาต่ำเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้ มากที่สุด
ส่วนการเลี้ยงปลานิลเพื่อการค้าควรใช้บ่อขนาดใหญ่ตั้งแต่ ๐.๕-๓.๐ ไร่
ควรจะมีหลายบ่อเพื่อทยอยจับปลาเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
เพื่อให้ได้เงินสดมาใช้จ่ายเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับค่าอาหารปลา เงินเดือนคนงาน ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ปัจจุบันการเลี้ยงปลานิลในบ่อดินแบ่งได้ ๔ ประเภท ตามลักษณะของการเลี้ยง