ประโยชน์ของพริก
เมื่อรับประทานพริก ในช่วงแรกควรรับประทานแต่น้อยและค่อย ๆ เพิ่มขนาดจะทำให้ทางเดิน
อาหารค่อย ๆ ปรับตัวรับความเผ็ดร้อนและความระคายเคืองของพริกโดยการเพิ่มการหลั่งสารเมือก
และ สร้างเนื้อเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารและลำไส้เพิ่มขึ้นพริกจะลดการเกิดก๊าซที่เกิดจากการย่อยอาหารและการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อท้องที่เกิดจากท้องอืดท้องเฟ้อ
พริกยังใช้ป้องกันหวัด อาจเป็นเพราะว่าพริกอุดมไปด้วย betacarotene bioflavonoid และวิตามินซี และยังถูกดูดซึมได้ดี การกินพริกก่อนอาหารหรือพร้อมอาหารจะแก้อาการเบื่ออาหารได้
เมื่อรับประทานพริกในรูปน้ำชา หรือรับประทานในรูปอาหารในตอนแรกจะทำให้เกิดความเผ็ร้อน
บริเวณริมฝีปากและในช่องปาก แต่ต่อมาจะทำให้รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นสบาย ซึ่งความเผ็ดร้อนนี้ทำให้ลดลงได้มากด้วยอาหารที่มีมะเขือเทศและอาหารที่มี casein เช่น นม บางคนที่มีความไวต่อพริกมาก เมื่อรับประทานพริกจำนวนมากโดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้น ไม่เพียงจะทำให้ริมฝีปากและช่องปากเผ็ดร้อนยังทำให้ระคายเคืองต่อทางเดินอาหารส่วนอื่นด้วย ผลการวิจัยเป็นจำนวนไม่น้อยพบว่าเมื่อรับประทานอย่างถูกวิธี พริกจะไม่ทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้แต่จะช่วยให้เกิดการสมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้อีกด้วย โดยปกติแล้วขนาดรับประทานของพริกในผู้ใหญ่ ในรูปที่เป็นชาชงหรือรูปผงคือ 0.5-3 กรัม ในสหรัฐอเมริกามีพริกจำหน่ายในรูปบรรจุแคปซูลทั้งที่มีพริกอย่างเดียวหรือพริกรวมกับสมุนไพรอื่น ๆ เช่น ขิง กระเทียม และ Bilberry จำหน่าย ในประเทศไทยมีทิงเจอร์พริก และยาอมแก้เจ็บคอที่มีส่วนผสมของพริก
การใช้พริกเป็นยาทาภายนอกเพื่อลดความปวด
จากการที่ capsaicin สามารถลดความรู้สึกปวดได้จึงมีผู้นำมาใช้เป็นยาภายนอก โดยปกติแล้วจะ
อยู่ในรูปครีมโดยมี capsaicin 0.025%-0.075% ใช้บรรเทาอาการปวด เนื่องจากโรคข้ออักเสบ (osteoarthritis และ rheumatoid arthritis) โดยใช้ทา 3-4 ครั้งต่อวัน ใช้อย่างน้อยเป็นเวลา 2-4 อาทิตย์ capsaicin จะเสริมฤทธิ์ของยาแก้ปวดอื่น ๆ เช่น methyl salicylate มีผู้พยายามลดการปวดแสบปวดร้อนของพริกโดยใช้ผสมยาชาทาภายนอก เช่น lidocaine หรือ benzocaine6 คณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ยอมรับให้ capsaicin เป็นยาที่ใช้ได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (over - the - counter medication) ซึ่งยาดังกล่าวยังใช้สำหรับอาการปวดเรื้อรัง เช่น อาการปวดประสาทภายหลังการเกิดงูสวัด อาการปวดภายหลังการตัดเต้านมเนื่องจากเนื้องอก การปวดประสาทจากเบาหวานผลการทดลองทางคลินิกพบว่า 50% ของผู้ใช้ capsaicin เป็นประจำ นาน 4 - 5 เดือน ในรูปครีมที่ใช้ทาภายนอกจะไม่รู้สึกปวดอีกต่อไป 80% ของผู้ใช้รายงานว่าสามารถบรรเทาอาการปวดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ครีม capsaicin ยังปลอดภัยและมีผลดีต่อการรักษาโรคเรื้อนกวาง
ข้อควรระวังในการใช้ คือ ต้องระวังไม่ให้ผลิตภัณฑ์จากพริกถูกตาหรือแผลเปิด ดังนั้นหลังจากใช้ทาแล้วต้องล้างมือให้สะอาดทันที ถ้าทาแล้วอาการระคายเคืองและแดงยังมีอยู่เป็นเวลานานอาจเกิดเนื่องมากเกินไป ต้องลดจำนวนครั้งที่ทาลงหรือปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร สถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรมได้พัฒนาเจลพริกเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทาภายนอก มีตัวยาสำคัญคือ capsaicin 0.025 % ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างวิจัยผลการรักษาทางคลินิกเพิ่มเติมและขณะเดียวกันก็มีจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจที่ร้านค้าขององค์การเภสัชกรรม
หนังสืออ้างอิง
1. กองเศรษฐกิจการแพทย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. เอกสารเศรษฐกิจการเกษตรครั้งที่ 88
ขอบคุณมากเลยนะคะที่เอาเรื่องสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามาบอกถึงประโยชน์ของมัน
แต่เก๋คงต้องทำใจอยู่นาน เพราะทานเผ็ดไม่ได้ พอมีวิธีให้ทานเผ็ดได้มั๊ยเนี่ย ^^