“คนเราไม่ได้ประกอบด้วยวัตถุ หรือร่างกายอย่างเดียว ย่อมจะมีจิตใจอยู่ด้วย ถ้าหากว่าไม่มีความเต็มเปี่ยมทั้งทางกายและทางใจ ความเป็นมนุษย์ของเราจะต้องกลวงเป็นโพรง : คือว่าเป็นมนุษย์เต็มเปี่ยมแต่ทางกาย หรือทางวัตถุ แต่ว่าทางใจนั้น-ว่าง กลวงเป็นโพรง ความเป็นมนุษย์ที่กลวงเป็นโพรงอย่างนี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่ง : คิดดูสักหน่อยก็จะเห็นได้....”
พุทธทาสภิกขุ
ย่อและลำดับความโดย “เช่นนั้นเอง”
คำว่า “ธรรม” ที่เราได้ยินกันว่า ปริยัติธรรม ปฏิปัตติธรรม ปฏิเวธธรรม มีความเกี่ยวข้องกับ R2Rอย่างไร
ปริยัติธรรม คือ การเล่าเรียน จะเป็นการเล่าเรียนศึกษาอะไร ก็ย่อมสังเคราะห์เข้าใจปริยัติธรรม เรียกว่า ปริยัติธรรม ตามแนวทางการของการทำงานจากงานประจำสู่งานวิจัย (From Routine to Research=R2R) ขั้นตอนนี้เปรียบประดุจการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่ผ่านกระบวนการค้นคว้าอย่างเป็นระบบ ตามความหมายของการวิจัยนั่นเอง
ทีนี้พอทำจริงๆ ไปตามนั้น ไม่หมายถึงการเรียน แต่หมายถึงการทำจริงๆ ตามนั้น เราเรียกว่า
ปฏิปัตติธรรม การลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้โดยการลงมือทำ หรือผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Learning by doing) ตามทฤษฎีของดิวอี้ (John Dewey)
ทีนี้ถ้าเป็นผลอันใด เกิดขึ้นมาอย่างถูกต้องตามนั้น ก็เรียกว่า ปฏิเวธธรรม นั่นคือ การสรุปผลการปฏิบัติตลอดจนการศึกษาที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ เป็น Best practice ที่สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้
มีข้อมูล R2R เพิ่มเติม ที่นี่
สุเทพ ธุระพันธ์
6 ตุลาคม 2551
อ้างอิง : พุทธทาสภิกขุ. (2547). พุทธศาสนาระดับที่ทุกคนควรรู้. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.