ผมนำหนังเรื่อง “Little Buddha” มาดูหลายครั้ง ฉากหรือคำพูดที่สะดุดใจผมมากที่สุด ก็คือตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะตรัสขึ้นในทันทีหลังจากที่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ในภาษาอังกฤษนั้นใช้คำพูดที่กระชับฟังดูเข้าใจง่าย แต่ก็ทำให้ผมอยากรู้อย่างยิ่งว่าแล้วจริงๆ ในพระไตรปิฎกเขียนไว้ว่าอย่างไร ครั้นเมื่อได้อ่านข้อความเต็มๆ แล้วก็ยิ่งประทับใจ ผมว่าเป็นอะไรที่ “สุดยอด” จริงๆ ครับ ลองอ่านดูซิครับ . . .
พระพุทธเจ้าทรงเปล่งอุทานออกมาว่า . . .
เราแสวงหาตัณหานายช่างผู้สร้างเรือน
เมื่อไม่พบ ก็ท่องเที่ยวไปตลอดชาติสงสารเป็นอันมาก
การเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์
ดูก่อนตัณหานายช่างผู้สร้างเรือน
ตัวท่านเราพบแล้ว ท่านจักสร้างเรือนไม่ได้อีกแล้ว
โครงสร้างเรือนของท่านเราหักเสียหมดแล้ว
ยอดเรือนท่านเราก็รื้อเสียแล้ว
จิตเราถึงธรรมที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้
เพราะเราบรรลุธรรมที่สิ้นตัณหาแล้ว.
(จากพระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ เล่ม ๙ ภาค ๒ - หน้าที่ 338)
ลองอ่านหลายๆ เที่ยวนะครับ เชื่อว่าดีกับชีวิตแน่นอน
เรียน อ.ประพนธ์ที่เคารพ
- ขอบคุณค่ะที่นำสาระธรรมดี ๆมาฝากตอนเช้า
ด้วยความยินดีครับ คุณฐิตินันท์
คาถานี้ อาตมาชอบใจตั้งแต่แรกบวช พบครั้งแรกจากหนังสือสวดมนต์แปลของท่านพุทธทาส...
โฆษณานิดหน่อย... เคยเขียนขยายความตามความเห็นส่วนตัวคาถานี้ไว้นานแล้ว มี ๓ ตอนจบ ผู้สนใจคลิกไปดูที่...
อนึ่ง อาจารย์ตั้งชื่อบันทึกว่า คำอุทานครั้งแรก... แม้จะถูกต้องตามที่สำคัญหมาย แต่ก็ต่างไปจากการจัดตามนัยนวังคสัตถุศาสน์ เพราะคาถานี้จัดเป็น ปฐมพุทธพจน์ มิใช่ (ปฐม) พุทธอุทาน ซึ่งอาตมาก็เคยเล่าไว้เหมือนกัน ผู้สนใจคลิกไปดูที่...
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า
ผมเข้าไปอ่านที่ท่านเขียนไว้แล้วครับ กราบขอบพระคุณที่ท่านให้ความกระจ่าง และช่วยแก้ให้ว่า เป็น “ปฐมพุทธพจน์” เพื่อผู้อ่านทั้งหลายจะได้เข้าใจให้ถูกต้อง . . . สาธุ สาธุ สาธุ
ผมเข้าไปแก้หัวข้อบันทึกแล้วครับ เปลี่ยนจาก "คำอุทานคำแรกของพระพุทธเจ้า" มาเป็น "พุทธพจน์บทแรกของพระพุทธเจ้า"
สวัสดีครับ
เพิ่งอ่านครั้งแรก
เรือนที่ผุพังยกออกแล้วจะไปไว้ที่ไหน
ได้อ่านพุทธพจน์แล้วและได้อ่านหลายเที่ยว ทำให้มีความรูสึกว่าบ้างครั้งก็เคยมีความรู้สึก
ว่าเราเกิดมาทำไม ทุกวันทำอะไรซ้ำๆเช่นตื่นนอนขึ้นมาแปงฟัันอาบน้ำล้างหน้าแต่งตัว
ทำกับข้าวหุ้งข้าวกินข้าว ต้องถ่ายหนัก ถ่ายเบา ทำงานหาเงินต้องกินสามมื้อ มีปัญหา
ต่างๆที่จะต้องแก้ไข สมหวังบ้างไม่สมหวังบ้าง สุขบ้างทุขน์บ้างเป็นแบบนี้ทั้งปีทั้งชาติ
ไอ้ที่ว่าสุขนะ สุขจริงไหม? มันเกิดขึ้นแล้วก็หมดไป เป็นแบบนี้ซ้ำๆ พออายุมากขึ้น
คิดแล้วมันก็เบื่อ ร่างกายก็ไม่อำนวยเจ็บตรงนั้นปวดตรงนี้ ลุกก็โอย นั่งก็โอย
เคยอ่านหนังสือธรรมะ ตอนหนึ่งว่าคนเราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ที่ว่าจะเกิดเป็นอะไรแล้วแต่
กรรมดีกรรมชั่ว อยู่ที่การสะสมสิ่งดีและไม่ดี อย่างคนเรานี้ไม่มีใครจะทำดีได้สมบรูณ์
แม้แต่ศีลยังรักษาไม่ได้ครบเลย แล้วเราต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่แบบนี้ มีชีวิตที่สุขบ้าง
ทุขน์บ้าง ส่วนมากจะทุขน์มากกว่าสุข ต้องขอขอบพระคุณที่ให้ได้อ่านพุทธพจน์
ทำให้ได้คิดอะไรหลายอย่าง ขอให้คุณ Prapon ,มีสติปัญญารู้ธรรมมากขึ้นทุกๆชาติ
สาธุ สาธุ สาธุ
ตอนนี้ผมกำลังงงๆมากครับ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขาบอกว่ากรรมเก่าคือ ตา หู จมูก ลิ้น ถ้าเป็นอย่างงั้นคนที่พิการตั้งแต่กำเนิดถือว่ามึบุญหรือเปล่าครับที่ไม่ต้องรับรู้อะไรเลยนอกจากเกิดมาแล้วก็รอความตาย แต่ถ้าเป็นอย่างงั้นเขาก็อาจจะไม่ได้สร้างกรรมดีเลยสิครับแล้วเขาจะได้เกิดมาเป็นคนอีกหรือเปล่าและถ้าเกิดมาจะพิการเหมือนเดิมอีกหรือเปล่าครับ...