หลักปฏิบัติในการทำงานร่วมกันเป็นทีม
พอเตอร์ และคณะ ( Porter. Et al. 1975) ได้กล่าวถึงการทำงานร่วมกันไว้ว่าในการพัฒนาองค์การนั้น บุคคลในองค์การจะทำให้องค์การบรรลุเป้าหมายได้นั้น ทีมงานควรยึดหลักปฏิบัติ 5 ประการ คือ
1. มีความไว้วางใจ ( Trust ) สมาชิกในทีมงานควรแสดงให้เพื่อนร่วมทีมได้รับรู้ถึงการให้ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ ในศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมซึ่งกันและกันดัวยการบอกกล่าวและการแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งที่บอกเล่า
2. มีการสื่อสารแบบเปิด ( Open communication ) ในการทำงานร่วมกันเป็นทีมควรเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมได้รับทราบข่าวสารและข้อมูลอย่างทั่วถึง มีการจัดระบบการเผยแพร่ข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ สร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้แก่สมาชิกได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในการทำงานร่วมกัน
3. สามารถเผชิญกับข้อขัดแย้งต่าง ๆ ได้ ( Confrontation of conflict ) สมาชิกในทีมงานควรได้เรียนรู้และตระหนักถึงความจริงที่ว่า การทำงานใดๆ ย่อมมีข้อขัดข้องและอุปสรรคเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นสมาชิกจึงปรับตัวเองเพื่อรองรับกับสภาพเหตุการณ์และพร้อมที่จะเผชิญ แล้วหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
4. มีการประสานความร่วมมือและทำงานเป็นทีม ( Maximization of collaboration ) สมาชิกในแต่ละทีมงานแต่ละคนต้องให้ความสำคัญซึ่งกันและกัน โดยตระหนักว่างานทุกอย่างจะสำเร็จลงได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องรู้จักถ้อยทีถ้อยอาศัย รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
5. มีสมรรถภาพในการดำรงรักษาและพัฒนาองค์การ ( Capacity for Revitalization ) สมาชิกในทีมงานมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างสมรรถภาพให้กับตนเองและงานที่ดำเนินอยู่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดำรงรักษาและพัฒนาองค์การของตนเองให้มั่นคงต่อไป...
นี่เป็นหลักการทำงานที่หน่วยงานของเราก็ได้ยึดมาปฎิบัติในการทำงานร่วมกัน ทำให้หน่วยงานของเราทำงานบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และยังเชื่อว่าหลักปฏิบัติในการทำงานร่วมกันเป็นทีมยังช่วยเพิ่มให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเกิดความพึงพอใจในงานที่ทำด้วย