ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนกินมื้อเช้า Chris ทำ pancake แบบนุ่มสุดๆ ให้ทุกคนกิน แอบดูเคล็ดลับเขาแยกตีไข่ขาวต่างหากก่อนผสมในแป้ง

เสร็จแล้วก็เตรียมตัวไป Maori Tour กัน เริ่มจากการเล่าประวัติและตำนานของชาวเมารีที่อยู่แถวนี้ จากนั้นสอนให้เราแนะนำตัวเป็นภาษาเมารีให้ชื่อเมารีแต่ละคน ตัวเองได้ชื่อ Toru ไกด์แจกเพลงภาษาเมารีให้หัดร้องและอธิบายความหมาย

Manawatu Te Ra                                           Stand in the Heart of the Day

Nga manuhiri tuarangi                             Gather unto you the essence of nature

E kohikohi mauri                                              Take to the hert its bounty

O te koha roummati                                 Share wiht family - up hold its beauty

Kei waenganui ki to ngakau                             stand in the Heart of the Day

Mauria atu ki to whanau

Mana Manawatu TeRa

แล้วก็ร้องเพลงกันไปในรถ ก่อนเข้าไปในป่าที่ยังมีพรรณไม้และต้นไ้ม้อายุนับ 500 ปี อยู่หลายต้น เหตุที่ยังคงอยู่ได้เพราะเคยเป็นป่าที่อยู่ด้านหลังของโรงเรียน ส่วนอื่นโดยรอบโดนตัดไปขายหมด เราก็เดินและเรียนรู้ชื่อต้นไ้ม้ สรรพคุณทางยาของชาวเมารี เช่นต้น kawakawa อยู่ในกลุ่มเดียวกับพลูบ้านเรา เขาก็ใช้ใบต้มกินเป็นชา สรรพคุณฟอกเลือด และก็เอามาให้เราชิมกัน ก็หอมและรสชาติใช้ได้

เสร็จแล้วเดินกันต่อเจอ Matai, Rimu ต้นไม้ในกลุ่ม Podocarp ที่อายุมากๆ เราก็ร้องเพลงให้ต้นไม้ฟัง ระหว่างเดินก็เจอต้นไม้อีกหลายชนิดที่เราได้เรียนกันมา ก็เป็นการทบทวนความรู้ที่ได้เรียน เช่น Horopito ที่ใบใช้หมักอาหาร หรือปรุงเครื่องจิ้ม รสเผ็ดร้อน และเป็นพืชที่พบในซาก Fossil ราว 65 ล้านปี ซึ่งมีลักษณะเหมือนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

จากนั้นแวะไปที่ชายทะเลเพื่อดูเขาสาธิตวิธีทำที่เก็บอาหารจาก Bull kelp สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่งชาวเมารีสมัยก่อนใช้เป็นที่เก็บอาหารเป็นการถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน และให้เราชมอุปกรณ์ส่งสัญญาณและเครื่องดนตรี ก็ลองเป่ากันดูว่าทำให้เกิดเสียงหรือไม่ บางคนเป่าจนหน้าแดงก็ำไม่มีเสียง บางคนเป่าได้เสียงดังก้องกังวาน ตัวเองลองเป่าดูก็พอมีเสียงแต่ไม่ค่อยดังมาก ด้านซ้ายมือเป็นเครื่องดนตรี Pukaea

จากนั้นเราต้องเร่งทำเวลาเพราะมีทัวร์ Albatross รออยู่ เจ้าของเมารีทัวร์ก็เฉลยเรื่องของชื่อเมารีที่่ให้แต่ละคนเอาไว้ ซึ่งจริงๆแล้วก็คือตัวเลขตั้งแต่ 1-9 แต่ละตัวเลขเขาก็ให้ความหมายเฉพาะสำหรับทัวร์ของเขาซึ่งให้คุณค่าแก่การท่องเที่ยวไว้คือ

หมายเลขหนึ่ง Tahi ให้เป็นความหมายของ Justice

หมายเลขสอง Rua ให้เป็นความหมายของ Steadfastness and Truth

หมายเลขสาม Toru ให้เป็นความหมายของ Aroha หรือ Love

หมายเลขสี่ Wha ให้เป็นความหมายของ Building and encouraging relationships

หมายเลขห้า Rima ให้เป็นความหมายของ Caring for and supporting all people within your environment

หมายเลขหก Ono ให้เป็นความหมายของ Innerstrength of the individual/people

หมายเลขเจ็ด Whitu ให้เป็นความหมายของ Support and help

หมายเลขแปด Waru ให้เป็นความหมายของ Caring and sharing

หมายเลขเก้า Iwa ให้เป็นความหมายของ All embracing care for others

ซึ่งทั้งหมดเขาพยายามมาเป็นหลักในการจัดเมารีทัวร์ จากนั้นก็นำเรามาที่บ้านและเลี้ยงน้ำชา และสอนการสานดอกไม้จาก Harakeke (New Zealand Flax) และเมื่อแต่ละคนทำเสร็จแล้วให้มอบให้เพื่อน เพราะตามวัฒนธรรมของเขาเมื่อทำอะไรใหม่ หรือเจอของมีค่าเป็นครั้งแรกเขาให้มอบให้คนอื่นก่อน

จากนั้นเราก็กล่าวอำลาและ Hongi กันตามระเบียบ แล้วไป Albatross tour ต่อ