แก่นตะวัน ประวัติ ผลผลิต การปลูก

 

(แก่นตะวัน)

 

 

เยรูซาเลม อาร์ติโช๊ค ถูกจัดอยู่ใน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของแก่นตะวัน (เยรูซาเลม อาร์ติโช๊ค) 

 สารออกฤทธิ์สำคัญในหัวเยรูซาเลม อาร์ติโช๊ค

 

    เสริมในอาหารคนและสัตว์จะเพิ่มแบคทีเรียที่เป็นคุณหรือตัวดี  เช่นบิพิโดแบคทีเรียและแลคโตบาซิลไลด์  ซึ่งจะไปมีผลต่อ

               

                1.ช่วยสร้างวิตามินบีหลายตัวเช่นวิตามินบี12ไบโอตินไนอาซิน(บี3)ไพรีดอกซิน(บี6)และกรดโฟลิก

                2.ช่วยย่อยอาหารจำพวกนมโดยเอนไซม์แลกเตสและผลิตภัณฑ์จากนมทำให้โปรตีนในนมย่อยง่ายขึ้น

                3.ช่วยย่อยอาหารอื่นๆและช่วยให้การดูดซึมอาหารเป็นไปได้ดีขึ้นป้องกันอาการท้องอืดเฟ้อ

                4.ช่วยลดสารก่อมะเร็งบางชนิดเช่นไนโตรซามีนจากไส้กรอกแหนมฯลฯจึงมีบทบาทป้องกันมะเร็ง

               

 

5.ช่วยควบคุมปริมาณของแบคทีเรียตัวร้ายไม่ให้เติบโตมากเกินไปโดยสร้างสารแบกเทอริโอซินเช่นอะซิโดลินอะซิโดฟิลินบุลการิแคนแลกโตซิลินและไนซินเป็นต้นสารเหล่านี้จะช่วยฆ่าแบคทีเรียตัวร้ายควบคุมระดับกรดในลำไส้ซึ่งสภาพความเป็นกรดนี้เองที่ทำหน้าที่เหมือนยาฆ่าเชื้อโรคไปในตัว

6.ช่วยลำไส้ให้ทำงานได้ดีทำให้กากอาหารถูกเก็บกักอยู่ในร่างกายนานกว่าปกติ

7.ช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือดโดยเพิ่มอัตราการสลายของน้ำดีทิ้งไปกับอุจจาระทำให้โคเลสเตอรอลถูกกำจัดทิ้งมากขึ้นจึงลดไขมันในเลือดได้และช่วยป้องกันโรคของหลอดเลือด

8.ทำให้ร่างกายสามารถนำฮอร์โมนอีสโตรเจนกลับมาใช้ใหม่จึงยืดระยะเวลาของอาการหมดประจำเดือนทำให้ผู้หญิงไม่แก่เร็ว  และช่วยทำให้การดูดซึมของแคลเซียมดีขึ้น

 

 

9.ทำให้ระบบภูมิต้านทานดีขึ้นบรรเทาอาการภูมิแพ้การทำงานของเม็ดเลือดขาวแมกโครฟาจและทีเซลล์ดีขึ้น

10.สามารถควบคุมระดับความเครียดได้ด้วย

11.ทำให้ไม่เป็นสิวเพราะระบบขับถ่ายและขับของเสียดี

12.ช่วยการย่อยอาหารของเด็กทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่ไม่ได้กินนมแม่มักจะมีปัญหาในการย่อยเสมอ

13.ช่วยปกป้องร่างกายจากรังสีและมลภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน

14.มีรายงานว่าแบคทีเรียตัวดีบรรเทาอาการของโรคเรื้อนกวางผื่นแพ้เรื้อรังโรคภูมิแพ้ไมเกรนเก๊าท์โรคข้อและข้อรูมาติกส์มะเร็งอาการทางระบบย่อย-ท้องอืดเฟ้อท้องผูกสลับท้องเสียฯลฯและทางเดินปัสสาวะอักเสบเป็นต้น(นพ.บรรจบ  ชุณหสวัสดิกุล,2544)

 

1.       เป็นแหล่งอาหารจำเพาะของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในทางเดินอาหารยับยั้งการเพิ่มจำนวนของ          จุลินทรีย์ก่อโทษ (Gibson and Roberfroid, 1995)

2.       มีคุณสมบัติในการลดกลิ่นแก๊สแอมโมเนียที่ขับออกทางปัสสาวะ เปลี่ยนเป็นไนโตรเจนที่              ขับออกทางมูล (Youne et al., 1995)

3.        ลดปัญหาอาการท้องเสียในลูกสุกรหย่านม (Farnworth et al., 1992)

4.        ลดปริมาณไขมันและคอเลสเทอรอลในเลือดให้ต่ำลง (Kaur and Gupta, 2002)

5.       เพิ่มปริมาณของกรดไขมันระเหยง่ายส่งผลดีต่อเนื่องถึงสุขภาพที่ดีของลูกสุกร (Farnworth et al., 1995; Russell et al., 1998b)

6.       เพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดบิฟิโดแบคทีเรีย และ แบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิลัส   (Niness et al., 1999; Schrijver et al., 2001)

7.       เป็นสารธรรมชาติไม่มีผลตกค้างเป็นโทษถึงผู้บริโภค

 

 

 

 

 

 

น้ำตาลเชิงซ้อนโอลิโกฟรุกโตส

§      จากธรรมชาติ : มะเขือเทศ กล้วยหอม กระเทียม แก่นตะวัน คิโครี่

§      สังเคราะห์ โดย Meiji Seika (1979) ซึ่งมีบทบาทต่อร่างกาย ดังนี้

      1. บทบาทต่อสุขภาพลำไส้ใหญ่ และควบคุมการทำงานของลำไส้ให้ เป็นปกติ

      2. สามารถเพิ่มปริมาณของแบคทีเรียตัวดีบิฟิโดแบคทีเรีย

      3. ให้แคลอรี่ต่ำมาก จึงไม่ทำให้อ้วน

      4. ช่วยเพิ่มการดูดซึมของเกลือแร่ที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียม

      5. โอลิโกฟรุกโตสป้องกันกระดูกผุ

      6. โอลิโกฟรุกโตสรักษากระดูกผุในสัตว์ทดลอง

      7. โอลิโกฟรุกโตสทำให้เกิดกรดไขมันโครงสร้างสั้น ซึ่งมีบทบาทต่อสุขภาพ ยับยั้งการสังเคราะห์     คอเลสเตอรอลและทำให้ท้องไม่ผูก

      8. บทบาทต่อภูมิต้านทาน ลดโรคภูมิแพ้และอาการแพ้อาหาร

      9. บทบาทป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ , ลำไส้ใหญ่อักเสบระคายเคือง

      10. ลดกลิ่นปาก  กลิ่นเหม็นในมูล

      11. ลดอาการท้องเสียแบบเรื้อรัง  (เกิน 3-5 ครั้ง/วัน)