แล้วคุณจะรู้จัก...คุณค่า...ของกาลเวลา

             ทุกคนล้วนเป็นเจ้าของเวลาในชีวิตของตนเอง ซึ่งในหนึ่งวันทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยจะสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย ไม่มีใครมีเวลาเกิน 24 ชั่วโมงในหนึ่งวันเลย  แต่ทำไม? คนหลายๆคนจึงเหมือนมีเวลามากกว่าคนอื่น สามารถทำอะไรมากมาย ทั้งๆที่บางคนก็แทบไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็ชอบอ้างว่าไม่มีเวลา

          การจัดการเวลาหรือการบริหารเวลาได้ดี ย่อมทำให้เราทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าคนอื่น การบริหารเวลาไม่ได้ทำให้เราเป็นนักโทษของเวลา แต่กลับเป็นเจ้านายของเวลาและมีอิสระปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นการใช้เวลาได้ทุกเมื่อ บางคนจะนึกถึงการบริหารเวลาในเรื่องงานเท่านั้น ซึ่งมีเป้าหมายให้งานเสร็จทันเวลา บริหารเวลาอย่างไรที่จะทำให้สามารถทำงานได้มากที่สุดในเวลาจำกัดและดูแลได้อย่างทั่วถึง แต่จริงๆแล้ว ชีวิตเราไม่ได้มีเฉพาะเรื่องงานที่ใช้เวลา การทำกิจกรรมอื่นๆในชีวิตก็หมายถึงเวลาที่ต้องใช้ด้วยในแต่ละวันเหมือนกัน ส่วนใจก็สำคัญไม่น้อย ซึ่งก็อยากได้เวลาดูแลบริหารใจด้วยเช่นกัน

        ท่านหลวงปู่ ติช นัท ฮันท์ ท่านกล่าวว่า ตัวท่านเองไม่ชอบใส่นาฬิกาเลย ไม่ชอบให้เวลามาพันธนาการชีวิต แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีสหายเก่าซึ่งรักกันและได้มอบนาฬิกาให้เป็นของที่ระลึก ซึ่งท่านก็กลัวเพื่อนจะเสียน้ำใจ ดังนั้นทุกวันนี้ก็จะพกนาฬิกาเรือนนี้อยู่เสมอ แต่นาฬิกาเรือนนี้ไม่เหมือนเรือนอื่นๆ เพราะว่าหน้าปัดนาฬิกาจะบอกเฉพาะเวลาปัจจุบันเท่านั้นคือ NOW ไม่มีตัวเลข ไม่มีเข็ม มีแต่อักษร 3 เท่านั้น N-O-W หลวงปู่ท่านเป็นตัวอย่างของการอยู่เหนือกาลเวลา เป็นเจ้านายของเวลา จะคิดหรือทำอะไรท่านให้เวลาของท่านเป็นปัจจุบันขณะได้ 24 ชั่วโมง

          ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งของ ดร.ปราชญา กล้าผจัญ ได้กล่าวถึงการจัดการเวลาได้อย่างน่าสนใจว่าการจัดลำดับเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

1.      งานที่เร่งด่วนและสำคัญมาก เรียกว่า งานผจญเพลิงกิจกรรมนั้นจะต้องเร่งทำโดยทันที เดี๋ยวนี้ ..และเป็นงานสำคัญมาก

2.      งานสำคัญมากแต่ไม่เร่งด่วน หรืองานคุณภาพ ซึ่งต้องพยายามใช้เวลาในส่วนนี้ให้มากที่สุด กำหนดเวลาที่เหมาะสม ทำงานคุณภาพให้ดีที่สุดสำคัญมากแต่ไม่ด่วน

3.      งานรีบด่วน แต่ไม่สำคัญ ทำให้เกิดความรำคาญใจ กวนใจที่จะต้องทำเดี๋ยวนี้ เช่น รับโทรศัพท์ มีคนมารอขอพบหรือผ่านมาเยี่ยม

4.      ไม่รีบด่วนและไม่สำคัญ ทำแล้วเสียเวลาเปล่าๆ ซึ่งต้องพยายามกำจัดกิจกรรมนี้ออกไปให้มากที่สุด เพราะเมื่อทำแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา เช่น การทำกิจกรรมฆ่าเวลาการขับรถเที่ยวไปเรื่อยๆ การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การคิดเพ้อเจ้อ พวกอบายมุขต่างๆ การพนัน เที่ยวกลางคืน เป็นต้น ถ้าเปลี่ยนมาอ่านหนังสือดีๆ ฟังเทปหรือฟังบรรยายปาฐกถาดีๆ ก็จะมีประโยชน์ได้ความรู้

                หนังสือสอนลูกให้เป็นมังกร จากคุณใบไผ่เขียว ได้แนะนำเรื่องลักการควบคุมเวลาว่า 

1.      กำหนดความเร็ว-ช้า หนัก-เบาของเรื่องราว จัดลำดับ ก่อน-หลัง

2.      ใช้ช่วงเวลาระยะยาว เพื่อทำงานใหญ่ ใช้ช่วงเวลาสั้นๆทำงานชิ้นเล็กๆแต่อย่าปล่อยเวลาสูญเปล่า

3.      ใช้ความเร็วช่วงชิงเวลา เพื่อรวบรวมเวลาเล็กๆ น้อยๆ ให้รวมเป็นช่วงเวลาที่ยาวขึ้น

4.      หากเป็นไปได้ ใช้ช่วงเวลาเดียวทำงานมากกว่า 1 อย่าง เพียงใช้เวลามีความหลากหลาย ทุกคนมีเวลาเท่ากัน บุคคลที่ประสบความสำเร็จเหนือคนอื่นมักเรียนรู้ที่จะใช้เวลาเดียว แต่ทำให้เกิดคุณค่าได้มากกว่า

ซึ่งทีจริงแล้วศาสนาพุทธของเราก็ทันสมัยไม่เคยตกยุค ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนในเรื่องของเวลาว่า มนุษย์เราควรจะอยู่กับปัจจุบันขณะ จึงจะทำให้ชีวิตมีคุณภาพและมีความสุข สงบเย็น การคิดย้อนหลังไปในสิ่งที่ล่วงมาแล้ว ย่อมไม่เกิดประโยชน์ การคิดไปข้างหน้าในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นย่อมเป็นทุกข์ ไม่ยังประโยชน์เช่นกัน เวลาปัจจุบันเป็นสิ่งที่ควรจะสนใจและดูแลมากที่สุดเพราะสมามารถยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นและเป็นความจริงที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงไม่ควรจะเสียเวลากับอดีตและอนาคต

มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีเวลาว่างมาก มักจะได้ยินว่าทำกิจกรรมอย่างนั้นอย่างนี้ เพื่อฆ่าเวลา แต่ในทางกลับกันคุณจะเห็นว่าคุณค่าของเวลา ในบางคนมีค่าเหลือเกิน เช่นการพลาดเที่ยวรถสำคัญ ผ่านหน้าเราไปก่อนที่จะเดินถึงป้าย การมาเข้าห้องสอบไม่ทัน หรือมาไม่ทันเวลาขึ้นเครื่อง หรือคุณพาคนไข้มาช้าก่อนที่จะถึงมือหมอ 5 นาที หมอเสียใจด้วย ซึ่งเป็น 5 นาทีที่มีค่าเท่ากับชีวิตคนทีเดียว  ดังนั้นจะเห็นว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ดังนั้นจงมาบริหารเวลาและใช้เวลาให้เกิดคุณค่ากันเถอะ ซึ่งทุกคนมีเสมอภาค 24 ชั่วโมงเท่ากัน (กรุณาอย่าถามหาชั่วโมงที่ 25 เพราะว่ามันไม่มี....5555…)

สุดท้าย....อย่าลืมคนที่มีเวลาให้กับเราทั้งชีวิต โดยที่เขาไม่เคยเรียกร้องคืนเลยคือ คุณพ่อคุณแม่ นั่นเอง ท่านอาจารย์ สุนทรเกตุ ได้เขียนไว้ว่า....

.....พ่อแม่ก็แก่เฒ่าจำจากเจ้าไม่อยู่นาน

.....จะพบจะพ้องพานเพียงเสียววารของคืนวัน

.....ใจจริงไม่อยากพรากเพราะยังอยากเห็นลูกหลาน

.....แต่ชีพมิทนทาน....ย่อมร้าวรานสลายไป

................................................................................

...............................................................................

......ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง.... มีหรือหวังอยู่นานได้

......วันหนึ่งคงล้มไป.....ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง......