เรื่องเล่าเร้าพลัง

                ตั้งแต่  ปี พ.ศ. 2529  เป็นต้นมา ข้าพเจ้าได้เป็นครูสอนประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม โดยเฉพาะสาระพระพุทธศาสนา  วิชาพระพุทธศาสนาหรือวิชาศีลธรรม เป็นวิชาที่สอนแล้วนักเรียนไม่ชอบ เพราะเป็นวิชาที่เรียนแล้วเข้าใจยาก ไม่อยากเรียนโดยเฉพาะเนื้อหนาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและพุทธประวัติ  ข้าพเจ้าจึงได้คิดหาวิธีการที่จะออกแบบนวัตกรรมอะไรมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนอยากเรียนวิชาพระพุทธศาสนามากขึ้นและเรียนอย่างสนุกเพลิดเพลิน

                เมื่อปี  2546  จึงได้ทำบทเรียนสำเร็จรูปมาเป็นนวัตกรรม  ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนในสาระพระพุทธศาสนา  ช่วงชั้นที่ 3   โดยได้ศึกษาหลักวิชาการ  การสร้างบทเรียนสำเร็จรูปจากผู้รู้หลาย ๆ ท่าน   จึงได้แนวทางว่า  บทเรียนสำเร็จรูปเป็นนวัตกรรมที่ไม่ล้าสมัย  โดยใช้วิธีการจัดเนื้อหาสาระออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ อยู่ในกรอบ  หรือเฟรม  เริ่มจากเนื้อหาที่ละน้อยและง่าย  แต่ละกรอบจะมีคำถามให้นักเรียนได้คิดและตอบคำถาม แล้วเฉลยให้ทราบทันทีในกรอบถัดไป  มีแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน  เมื่อเรียนจบ นักเรียนจะทราบคำตอบด้วยตนเอง  แต่ละกรอบมีภาพและบทสนทนาเชิญชวนให้นักเรียนอยากจะอ่านและศึกษาต่อไปอย่างต่อเนื่อง  และนักเรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเองโดยไม่จำกัดเวลา

                ปรากฏว่านักเรียนให้ความสนใจ อยากที่จะเรียนวิชาพระพุทธศาสนามาขึ้น และเรียนวิชาพระพุทธศาสนาอย่างมีความสุข  เมื่อสอบปลายปีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา            โดยภาพรวมแล้วจะสูงขึ้นเห็นได้ชัดเจน

                จากนั้น ข้าพเจ้าได้นำ เอานวัตกรรมบทเรียนสำเร็จรูปชุดนี้ส่งเป็นผลงานทางวิชาการ เพื่อขอประเมินวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ  เชิงประจักษ์เมื่อปีการศึกษา  2549  และได้รับอนุมัติเป็นครูชำนาญการพิเศษ  (ครู คศ.3)  เมื่อวันที่  1   ตุลาคม  2550 

การสร้างบทเรียนสำเร็จรูป  เป็นนวัฒกรรมที่ไม่ล้าสมัย