กระหม่อมฉันเจ้าพระยาสงขลา(บุญหุ้ย) น้อมเกล้าถวายไว้

<!-- /* Font Definitions */ @font-face {font-family:"Angsana New"; panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:roman; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal {mso-style-parent:""; margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:12.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} @page Section1 {size:612.0pt 792.0pt; margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; mso-header-margin:36.0pt; mso-footer-margin:36.0pt; mso-paper-source:0;} div.Section1 {page:Section1;} -->

วัดสุวรรณคีรี

ประวัติ

วัดสุวรรณคีรี   ตั้งอยู่เลขที่ 151 หมู่ที่ 2 ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา  ประชาชนเรียกว่า วัดออก  อยู่ทางทิศตะวันออกของวัดบ่อทรัพย์     ในสมัยก่อนพ.ศ.2379 เป็นวัดที่ใช้ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองสงขลา   

นามผู้สร้างวัดยังไม่ปรากฏชัด แต่พอสันนิฐานได้ตามคำโคลง  ที่พระยาวิเชียร(เม่น)  ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ 6  (พ.ศ.2408) แต่งไว้บทหนึ่งดังนี้

วัด         ไทธิเบศวร์เจ้า  จอมนรินท์

สุ            สวรรค์คัลลัยถวิล  สร้างไว้

วรรณะ   ประโยชน์เพิ่มภิญ    โญยศ  กันนา

คิรี          ล้างลงราบได้  สร้างเชตุพนถวายฯ

 

ตามคำโคลงนี้ ทำให้ลงความเห็นว่า เจ้าเมืองสงขลาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้สร้าง   สันนิฐานตามชื่อวัด ก็น่าจะเป็น หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยี่ยง แซ่เฮา  ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ 1  (พ.ศ.2318-2322) เป็นผู้สร้างหรือหลวงสุวรรณคีรีสมบัติ (บุญฮุย ณ สงขลา)   ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาคนที่ 2 (พ.ศ.2322-2355) เพราะนามว่า หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ  ซึ่งมีนามพ้องกับชื่อวัดเพียง 2 คนเท่านั้น    เป็นผู้สร้าง    เพราะมีถาวรวัตถุที่ประกอบเป็นหลักฐานคือ คำจารึกไว้ที่ เจดีย์แบบจีน (ถะ) ตรงหน้าอุโบสถ มีคำจารึกทั้งภาษาไทย และจีนว่า กระหม่อมฉัน พระยาสงขลา (ฮ่อ บุญหุ้ย) น้อมเกล้าถวายไว้  ก่อสร้างปีมะเส็ง  สำเร็จปีมะเมีย  วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2341  และเจดีย์แบบเดียวกันนี้ ที่วัดมัชฌิมาวาส  ฝั่งตะวันออกของคลองบ่อยาง(ทะเลสาบ) มีคำจารึกว่า พระเจดีย์องค์นี้ของท่านเจ้าพระยาสงขลา(บุญหุ้ย)  ตั้งจวนอยู่ที่แหลมสน สร้างไว้ ณ วันศุกร์เดือนสี่ แรมเก้าค่ำ จุลศักราช 1160 ปีมะเมีย  สำฤทธิศก ตรงกับ พ.ศ.2341 จึงพอสันนิฐานได้ว่า วัดสุวรรณคีรีสร้างขึ้นปลายกรุงธนบุรี    ในตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ร่วมสมัยกับพระบาทสมเด็จฯพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

วัดสุวรรณคีรีสร้างบนควนเล็กๆ บนซากวัดร้างวัดหนึ่ง  มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา(น้ำสาบาน) ของข้าราชการทุกฝ่ายเป็นประจำทุกๆปี

วัดสุวรรณคีรีเป็นวัดประจำตระกูล ณ สงขลา และสุวรรณคีรี จึงได้รับการดูแลบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา   เมื่อย้ายเมืองสงขลาจากฝั่งท่าแหลมสน  มายังตำบลบ่อยาง(ตัวเมืองสงขลาในปัจจุบัน) พ.ศ.2339  วัดสุวรรณคีรีก็เริ่มชำรุดทรุดโทรมลงมาก  จนกระทั้ง พ.ศ.2516-2517 จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดย พระครูคลิ้ง ธมฺมรกฺขิโต(พันธุ์อุบล)เจ้าอาวาสองค์ที่ 9

เจ้าอาวาส 9องค์คือ 1.พระปลัดนก 2.พระครูญาณโมลี(เรื่อง) 3.พระครูญาณโมลี(เอียด) 4.พระปลัดมี ปญฺญาพโล     5.พระเลือน ปานงฺกโร 6.พระอ่ำ จนฺทนิโก 7.พระกิ้มอิ้น ติสฺสโร 8.พระแสง 9.พระคลิ้ง ธมฺรกฺขิโต

โบราณวัตถุสถานที่น่าสนใจ ภายในวัดมีดังนี้

 

   

 

1.เจดีย์ ตั้งอยู่หน้าวัด เจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูน ฐานเจดีย์เป็นรูป ทรงกระบอกทั้งบนก้อนหินใหญ่ รอบฐานทั้ง 4 ทิศมีรูปพระสาวก ปูนปั้นนูนต่ำประนมมืออยู่ภายในวงกลม องค์ระฆังแบบโอคว่ำ มีลวดลายเป็นปูนปั้นรูปพวงดอกไม้ประดับรอบองค์ อิทธิพลศิลปะจีน สร้างสมัยรัตนโกสินทร์

 2.อุโบสถ  ตั้งอยู่บนเนินสูงก่อด้วยอิฐถือปูน มีทางขึ้นด้านละ 2 ทาง เว้นด้านหลังกำแพง ตัวอุโบสถก่อด้วยอิฐถือปูน กว้าง 8.25เมตร  ยาว 15.90เมตร มีบันไดขึ้นอุโบสถ 4 ทาง แต่ละบันไดมีรูปสิงโตจำหลักหิน 2 ตัว รวมเป็น 8 ตัว อุโบสถมีประตู 4 ประตู ด้านหน้า 2 ด้านหลัง 2 ประตู  ด้านหน้ามีตุ๊กตาหินจีนเฝ้า 2 ตน อยู่ซ้าย ขวา  ตรงกลางมีพระพุทธรูปปูนปั้นนูนต่ำ ลงรักปิดทองคำเปลว เรียกว่าพระพุทธฉาย(พระฉาย) เป็นที่เคารพของชาวบ้าน หน้าบันอุโบสถทั้งสองด้าน มีลวดลายปูนปั้นรูปดอกไม้และสัตว์ป่า เช่นกระจง กระรอก และประดับด้วยเครื่องถ้วยชามจีนอย่างสวยงาม

ภายในอุโบสถมีเสาสีเหลี่ยมรองรับน้ำหลักหลังคา 2 แถว ๆละ 6 ตนบัวหัวเสาเป็นรูปสีเหลี่ยม แบบศิลปะโคธิคของชาติตะวันออก  พระประธานก่อด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง  ปางมารวิชัย มีขนาดใหญ่ 3 องค์  มีรูปพระสาวก พระโมคคัลลาน- พระสารีบุตรซ้ายขวาตามลำดับ ด้านหน้าพระประธาน มีพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ลงรักปิดทอง 1 องค์  ฝาผนังอุโบสถทั้ง 4 ด้าน มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ระหว่างช่องหน้าต่างเล่าเรื่องทศชาติชาดก เหนือหน้าต่างขึ้นไปเล่าเรื่องพุทธประวัติ ด้านหน้าพระประธานเล่าเรื่องมารวิชัย  ด้านหลังเล่าเรืองไตรภูมิกถา(ไตรภูมิพระร่วง)บอกเรื่องราวสวรรค์ มนุษย์ และนรก ตรงกลางสวรรค์จะมีธรรมสภา ภาพยังสมบูรณ์

    

3. ซุ้มใบเสมา และตุ๊กตาจีน สร้างด้วยหินแกรนิต ซึ่งสั่งทำมาจากเมืองจีน  ซุ้มใบเสมามีจำนวน 8 ซุ้ม ศิลปะจีน มีลวดลายปูนปั้นรูปดอกไม้ประดับรอบซุ้ม ภายในมีใบเสมาคู่ ทำจากหินแกรนิต

  

4.เจดีย์(ถะ)แบบจีน ทำด้วยหินแกรนิต นำมาจากเมืองจีน รูปทรง 6 เหลี่ยมมี 7 ชั้น เจ้าพระยาสงขลา (บุญหุ้ย) เจ้าเมืองสงขลา คนที่ 2 สร้างเมือพ.ศ.2340 สำเร็จเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2341 ดังคำจารึก ภาษาจีน และภาษาไทยในชั้นที่ 3 ของเจดีย์ว่า กระหม่อมฉันเจ้าพระยาสงขลา (บุญหุ้ย) น้อมเกล้าถวายไว้ ก่อสร้างปีมะเส็ง สำเร็จปีมะเมีย วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2341

5. หอระฆัง เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูนรูปทรงสีเหลี่ยม กว้าง 4เมตร สูง 10.50เมตรลักษณะแบบศิลปะจีน ภายในมีระฆังขนาดใหญ่ 1 ใบ

6. บัวเก็บอัฐิ ก่อด้วยอิฐถือปูนรูปทรงมณฑปแบบย่อมุมไม้สิบสองมีลวดลายปูนปั้นนูนต่ำ รูปกระหนกเปลวประดับอย่างสวยงาม จำนวน 2 บัว