GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เสนอแผนพัฒนา KM ของ สพท.

โบราณบอกตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆ เพิ่งประทับใจการอบรม KM มาหมาดๆ ก็เลยรีบคิดแผนพัฒนาเพื่อหารือกับทีมดูแล KM ทันที

   ผมได้ลองเขียนแผนพัฒนา KM ของ สพท.นนทบุรี เขต 1 เพื่อนำเสนอทีม KM พิจารณา และเป็นการปรึกษาท่านวิทยากร สคส.ด้วย โดยสรุป 3 ขั้นตอนดังนี้

1.ขั้นประชุมทีม KM สพท. เพื่อเตรียมการพัฒนางาน KM ใน สพท. โดย

   1.1 ทบทวนหัวปลาของสพท. และ CoPsที่จะทำ KM ของแต่ละกลุ่มใน สพท.

   1.2 กำหนดทีมวิทยากรเพื่อสนับสนุนให้การอบรม KM แก่โรงเรียนและสพท.

   1.3 วางแผนการพัฒนา KM ของ สพท.

2.ขั้นสนับสนุนส่งเสริม KM ในโรงเรียนและกลุ่มต่างๆของ สพท. เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน โดย

   2.1 ให้บริการเป็นวิทยากรการอบรม KM แก่โรงเรียนแห่งละ 1 วัน

   2.2 จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนต่างๆและหน่วยงานอื่นแต่ละ CoP อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

   2.3 ลงบล็อกเพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้และกระตุ้นติดตามการทำ KM ของทุกหน่วยงานให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

  2.4 สัมมนาคุณเอื้อและคุณอำนวยแต่ละโรงเรียน โดยการทำ AAR หลังไปพัฒนากันแล้ว ภาคเรียนละ 2 ครั้ง

  2.5 กำหนดให้มีการนำเสนอความก้าวหน้าการทำ KM ในการประชุมผู้บริหารประจำเดือน ทุกเดือน

  2.6 เยี่ยมชมผลงานและประสาน สคส.ไปเยี่ยมให้คำปรึกษาแนะนำที่โรงเรียน/หน่วยงานที่ทำ KM และหาวิธีการเผยแพร่ผลงานดีเด่นหลายๆลักษณะ เช่น ถ่ายทำวีดิทัศน์/หนังสือพิมพ์/วารสาร/บล็อก/ไปเสนอผลงาน ฯลฯ

  2.7 อำนวยความสะดวกให้โรงเรียนและหน่วยงานต่างๆมาเยี่ยมชมผลงานและแลกเปลี่ยนรู้ในโรงเรียนที่ทำ KM ได้ผลดี

  2.8 มอบรางวัลแก่บุคคล/โรงเรียน/หน่วยงาน ที่ทำ KM ดีเด่นประเภทต่างๆอย่างต่อเนื่อง

3. ขั้นติดตามประเมินผล โดย

  3.1 ประเมินจากการเสนอผลงาน KM ประจำปี

  3.2 ประเมินจากจำนวนขุมความรู้/แก่นความรู้ที่ได้จากการทำ KM และมีการเผยแพร่ในเอกสาร/บล็อก

  3.3 ประเมินจากบรรยากาศการทำงานและสัมพันธภาพของบุคลากร

  3.4 ประเมินจากมูลค่าเพิ่มมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน/หน่วยงาน

  3.5 ประเมินจากความต่อเนื่องและยั่งยืนในการทำ KM ของโรงเรียน/หน่วยงาน

หมายเหตุ แต่ละกิจกรรมจะมีเงื่อนไขเวลา งบประมาณ และผู้รับผิดชอบในรอบปีการศึกษา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 21193
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ถามความเห็นคนข้างล่างดูก่อน ว่าเข้าใจเหมือนคนข้างบนหรือไม่ ทำอย่างไรให้เข้าใขตรงกัน จะได้มองเห็นที่หมายเดียวกัน..

เบื้องต้น..บุคลากรในสถานศึกษาควรจะมีวัฒนธรรมการใช้งานไอทีอยู่ในระดับดี..
การเข้าถึงสื่อ..โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต หรืออินทราเน็ตภายในสถานศึกษาต้องทั่วถึง และเอื้อต่อการใช้งาน คือใช้งานง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก..
บุคคลากรชอบที่จะเขียน บันทึก เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนระหว่างกัน..

บุคลากรมีความสุขเมื่อได้ใช้งานไอที มิใช่ถูกบังคับสั่งการลงมาจากผู้บังคับบัญชา

คือ ต้องเห็นเป้าหมายร่วมกันว่า สิ่งที่ทำนี้มีคุณค่าต่อตนเอง และองค์กร ตลอดจนถึงเด็กนักเรียน..

น่าจะเน้น empowerment ต่อ "คุณกิจ" ของแต่ละ CoP

 - สพท. ตั้งทีมติดตามการเขียน บล็อก ลปรร. ของแต่ละ CoP   มีการกำหนดเกณฑ์รางวัล "บล็อก ติดดาว" และให้รางวัล "บล็อก ติดดาว แห่งเดือน" เรื่องนี้ปรึกษาคุณหญิงในรายละเอียดได้

 - แต่ละ CoP มีการนัด ประชุม ลปรร. F2F ครั้งที่ ๒   ควรภายในเดือน พค.    และมีการกำหนดประเด็นหรือหัวข้อที่จะ ลปรร.  สัก ๓ - ๔ หัวข้อ    ซึ่งก็น่าจะตาม ตารางแห่งอิสรภาพ ที่ได้ร่วมกันทำ

  ทีมแกนนำของ สพท. ได้ประชุม AAR การทำงานของตนหรือยังครับ    ถ้ายัง ต้องรีบทำโดยเร็ว ภายในสัปดาห์นี้ มิฉนั้นจะลืมหมด

  และทีมแกนนำควรร่วมกันกำหนดว่าตนจะทำอะไรบ้างในเดือน เมย. - พค.   โดยภารกิจของตนต้องเป็นแบบ ส่งเสริม   สนับสนุน   empowerment    ไม่ใช่บงการ บังคับ

วิจารณ์ พานิช

งานแรกที่แกนนำควรทำ คือเอาผลงานของ workshop ทั้ง ๒ ครั้ง ขึ้น web และ บล็อก  ผมยังไม่เห็นขึ้น บล็อก เลย   

หลัง workshop ครั้งแรก ผมไม่เห็นร่องรอยของการจัดการของทีมแกนนำ ในการ empowerment รร. ในเขต

ผมมองว่ากลุ่มคนที่ต้องเปลี่ยนแปลงมากที่สุดคือทีมแกนนำของ สพท.    และ ผอ. ประไพ ควรเป็นผู้วางกุศโลบาย ว่าจะให้ทีมแกนนำเปลี่ยนวิธีทำงานอย่างไร

ต้องตีความหมายของการทำงานแบบ empowerment ให้แตก    ให้ออกมาเป็น Do & Don't ของทีมแกนนำ  

ทีมแกนนำขอชื่นชมกรอบแนวคิดของท่านธเนศ ขำเกิด และได้กำหนดทิศทางเพื่อพัฒนางานโดยใช้กระบวนการ KM ของ สพท.นนทบุรี เขต 1 ให้มุ่งสู่ความสำเร็จในการยกระดับคุณภาพการศึกษา สู่ระดับ TOP TEN ให้จงได้