ผลิตไบโอดีเซลระดับชุมชน

การสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการการศึกษาและสาธิตการทดลองผลิตไบโอดีเซลระดับชุมชน จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2551 ณ โรงแรมดิเอมเมอรัล

การสัมมนาดังกล่าวมีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้

1.  โครงการมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและพัฒนากระบวนการผลิต
ไบโอดีเซล โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล

2.  ที่ตั้งของโครงการ คือ ศูนย์ทดลองทางวิชาการพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ติดตั้งเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลของโครงการเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และเผยแพร่การผลิตไบโอดีเซล

3.  เครื่องต้นแบบการผลิตไบโอดีเซลที่ วว. ใช้ในโครงการนี้ได้พัฒนาจากเครื่องต้นแบบเดิมซึ่งมีขนาดกำลังการผลิต 150 ลิตรต่อวัน ทำปฏิกิริยา 1 ขั้นตอน วัตถุดิบที่ใช้คือน้ำมันปาล์มดิบ
มีปริมาณกรดไขมันอิสระ 5% เป็นเครื่องต้นแบบที่มี่ขนาดกำลังการผลิต 1,000 ลิตรต่อวัน แบบต่อเนื่อง ทำปฏิกิริยา 2 ขั้นตอน มีระบบแยกเมทานอลนำกลับมาใช้ใหม่ ควบคุมการผลิตแบบอัตโนมัติ ใช้พื้นที่ในการติดตั้งประมาณ 100 ตารางเมตร ได้ปริมาณ
yield ประมาณ 80% โดยน้ำหนัก มีความบริสุทธิ์ 98% ปริมาณเมทานอลที่แยกกลับคืนได้คิดเป็น 45% โดยประมาณของเมทานอลส่วนเกิน ปริมาณ
การใช้ไฟฟ้าในระหว่างการผลิต 26.2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

4.  ต้นทุนของเครื่องผลิตไบโอดีเซลขนาด 1,000 ลิตรต่อวัน ประมาณ 5,500,000 บาท (ต้นทุน ณ ปี 2548) ต้นทุนในการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มประมาณ 49 บาทต่อลิตร (จากการ ศึกษาการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านการเงินและการลงทุน)

5.  ผลการศึกษาการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ด้านการเงินและการลงทุน พบว่า จะมีระยะเวลาของการคืนทุน 8 ปี ภายในเงื่อนไขการวิเคราะห์ คือ กำลังการผลิต 1,000 ลิตรต่อวัน จำนวน
วันผลิต 330 วันต่อปี ราคาน้ำมันปาล์มดิบ 34.92 บาทต่อลิตร อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1
: 1 ราคาขาย
ไบโอดีเซล 52 บาทต่อลิตร และเงินลงทุนรวมทั้งโครงการ 9.89 ล้านบาท

6.   การศึกษาด้านการตลาด มีประเด็นการศึกษาดังนี้

6.1  โครงการมีปริมาณการใช้วัตถุดิบน้ำมันปาล์ม 1.3 ตันต่อวัน มีโรงงานสกัด
น้ำมันปาล์มในพื้นที่
สามารถขายให้กับโครงการได้ 2,632 ตันต่อปี ซึ่งมีความเพียงพอต่อการผลิต
ไบโอดีเซลแบบต่อเนื่อง สำหรับราคาน้ำมันปาล์ม ที่มีผลต่อต้นทุนการผลิตนั้นมีความผันผวนตามราคาของตลาด ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านผลผลิตและคุณภาพของปาล์มในตลาด สภาพภูมิอากาศและราคาน้ำมันปาล์มดิบของประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตจำเป็นจะต้องหาแหล่งวัตถุดิบจากจังหวัดใกล้เคียง คือ จังหวัดสตูล และจังหวัดตรัง การขยายพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันของจังหวัดสงขลาด้วย สำหรับสภาวะของน้ำมันใช้แล้วในพื้นที่โครงการนั้น ซึ่งสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซลได้ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาน้ำมันปาล์มดิบได้ตามปริมาณที่ต้องการ จังหวัดสงขลามีปริมาณน้ำมันใช้แล้วประมาณ 3,491,388 ลิตรต่อปี และราคาน้ำมันใช้แล้วประมาณ 16 บาทต่อกิโลกรัม (ราคารับซื้อบางจาก ณ เดือนมกราคม 2550)

6.2  ราคาน้ำมันไบโอดีเซล B5 และ B10 เปรียบเทียบกับราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่โครงการ พบว่า เมื่อรวมค่าภาษีและเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะมีราคาสูงกว่าน้ำมันดีเซล ประมาณ 0.5 และ 2.06 บาทต่อลิตร แต่ถ้าไม่รวมค่าภาษีและเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะทำให้น้ำมันไบโอดีเซลถูกกว่าน้ำมันดีเซลประมาณ 2.31 และ 0.74 บาทต่อลิตร (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2551) สรุปได้ว่าถ้าไม่มีการเก็บภาษีและกองทุนน้ำมันจะทำให้น้ำมันไบโอดีเซลถูกกว่าน้ำมันดีเซล ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่ทำให้มีการตัดสินใจในการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B5 และ B10 ทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล

6.3    การสำรวจความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับไบโอดีเซลของผู้ที่อยู่ในกลุ่มวัตถุดิบสำหรับผลิตไบโอดีเซล

กลุ่มตัวอย่างจากเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จำนวน 68 แห่ง พบว่าปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่จัดสรรพืชน้ำมันเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล คือ การส่งเสริมตลาดรองรับและสร้างความเชื่อมั่นด้านราคาพืชน้ำมัน ปัจจัยที่ทำให้ไบโอดีเซลประสบผลสำเร็จทางการตลาด คือ ปัจจัยด้านราคาต้องถูกกว่าน้ำมันดีเซล

กลุ่มตัวอย่างจากผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม พบว่า ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจให้เป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลต่อยอดจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่มีอยู่ คือ การออกมาตรการบังคับใช้ไบโอดีเซล นโยบายด้านพลังงานที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน รัฐบาลประกันราคาผลผลิตและวัตถุดิบเพื่อให้แข่งขันกับน้ำมันดีเซลได้ สำหรับปัจจัยที่เป็นอุปสรรค คือ ความเชื่อมั่นของผู้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล ความเสี่ยงในการลงทุน ราคาวัตถุดิบที่มีความผันผวน และความรู้ด้านการบริหารจัดการ

6.4  การสำรวจความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับไบโอดีเซลของกลุ่มผู้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล กลุ่มตัวอย่างจาก อบต. จำนวน 10 แห่ง ของอำเภอคลองหอยโข่ง และผู้ประกอบการรถร่วมบริการ จำนวน 43 ราย พบว่าปัจจัยที่จะทำให้การใช้ไบโอดีเซลในชุมชนประสบความสำเร็จ คือ รัฐบาลควรประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนได้รู้จักและทดลองใช้จริง การจัดตั้งศูนย์สาธิตและทดลองผลิตไบโอดีเซล
และราคาต้องถูกกว่าน้ำมันดีเซล

6.5  ผลการศึกษาด้านการตลาดสามารถสรุปแนวทางสนับสนุนการผลิตไบโอดีเซล
ในชุมชนเป็น 2 แนวทาง คือ

1)  แนวทางสนับสนุนด้านวัตถุดิบ สนับสนุนให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบเป็นผู้ผลิตไบโอดีเซลในชุมชน และสนับสนุนให้มีการรวบรวมน้ำมันใช้แล้วในชุมชน เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ
ในการผลิตไบโอดีเซล

2)  แนวทางสนับสนุนด้านการตลาด โดยการสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของ
ไบโอดีเซลจำเป็นจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงนโยบายของรัฐและการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล โดยเริ่มต้นจากการใช้กับรถยนต์ของหน่วยงานราชการในพื้นที่