รายงาน การพัฒนาและการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ชื่อ นายโอกาส ลือคำงาม
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา
โรงเรียน บ้านคลองศรีเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
ปีการศึกษา 2550
บทคัดย่อ
การพัฒนาและการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านคลองศรีเมือง ปีการศึกษา 2550 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านคลองศรีเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 ศึกษาดัชนีประสิทธิผลในการเรียนของนักเรียนจากหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ เพื่อเปรียบเทียบผลผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน เรื่อง โรคติดต่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ เนื้อหาที่นำมาจัดทำในครั้งนี้ได้มาจากการวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและสาระการเรียนรู้ การคัดเลือกสาระการเรียนรู้ที่นำมาจัดทำ จำนวน 10 เล่ม ดังนี้ (1) โรคอหิวาตกโรค (2) โรคไข้กลับซ้ำ (3) โรคไข้รากสาดใหญ่ (4) โรคกาฬโรค (5) โรคเอดส์ (6) โรคกาฬหลังแอ่น (7) โรคไวรัสตับอักเสบ เอ (8) โรคทรพิษ (ฝีดาษ) (9) โรคบาดทะยัก(10) โรคไข้เหลือง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที 6 โรงเรียนบ้านคลองศรีเมือง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 17 คน คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่ทำแบบทดสอบย่อยและแบบทดสอบหลังเรียน มีค่า 80.50 และ 16.37 ตามลำดับ และเมื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยร้อยละ พบว่า ค่า E1 / E2 เท่ากับ 80.57/81.79 ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หนังสืออ่านเพิ่มเติมที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ผู้รายงานกำหนดไว้ จึงนำไปใช้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่อไป
ผลการรายงาน พบว่า
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติมหลังเรียนหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ สูงกว่าก่อนเรียนหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง โรคติดต่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน โดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47 เมื่อพิจารณาแต่ละรายการ พบว่า ข้อ 15 มีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนทำให้ทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของตนเอง ข้อ 3 เข้าใจสาระการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 4.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49 และข้อ 1 มีสาระการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.47
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ