หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ สงบลง  ก็ได้เดินทางเข้าสู่โรงเรียนการบิน โรงเรียนผลิตนักรบทางอากาศ  ตั้งอยู่ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม  สมัยนั้น ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน กำลังเริ่มก่อสร้าง  ตั้งอยู่ห่างจากถนนมาลัยแมนประมาณ ๑๐ กม. เป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง มีโรงพยาบาล  โรงหนัง  การจัดวางระบบผังเมืองดีมาก  ที่พักศิษย์การบิน แยกออกมาจากที่พักของข้าราชการต่างหาก  เป็นอาคาร ๒ ชั้น มีห้องพักประมาณ ๑๐๐ ห้อง ห้องน้ำรวม  ศิษย์การบินพักห้องละคน  การจัดครูการบิน ๑ คน รับผิดชอบศิษย์การบิน ๒ คน  ชีวิตแห่งความลำบากเริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากคิดว่าติดยศเป็นนายทหารแล้ว  มีคนบอกว่า ๒ ปีในโรงเรียนเตรียมทหาร ๕ ปีในโรงเรียนนายเรืออากาศ มิอาจเทียบได้เท่ากับ ๑ ปี ในโรงเรียนการบิน  คำเล่าลือต่าง ๆ เกี่ยวกับครูการบิน มิอาจเชื่อถือได้  ต้องมาทดลองเองจึงจะรู้  ความเป็นอยู่เริ่มจากเวลาตี ๕ ตื่นนอน วิ่งออกกำลังกาย  อาบน้ำแต่งตัว  ทานอาหารเช้า และต้องเดินทางไปยังห้องเตรียมบิน ที่ห่างจากที่พักประมาณ ๓๐๐ เมตร  ก่อนเวลา ๐๖๐๐  ในตอนแรก  ๆ ของศิษย์การบินชั้นประถม ต้องอบรมก่อนทำการบินประมาณ ๑ เดือน ทดสอบภาควิชาการ ผ่านแล้วจึงสามารถฝึกภาคอากาศได้  เครื่องบินที่ฝึกเป็นแบบ CT-4 A เครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก ๒ ที่นั่งเคียงกัน  การบินเบื้องต้นที่สำคัญในการคัดเลือกคนที่มีมาตรฐานคือ การฝึกบินปล่อยเดี่ยว ต้องสามารถตรวจสอบและบินเดี่ยวได้ภายใน ๙-๑๒ เที่ยวบิน หากไม่ผ่าน จะต้องตรวจสอบแก้ตัวในเที่ยวบินที่ ๑๓ หากไม่ผ่านอีก ก็เก็บของกลับบ้าน ไปทำงานตามที่ได้เรียนมา  การสอนของครูการบิน จะต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ การถูกเนื้อ ต้องตัวกัน ถือว่าเป็นธรรมดาในการฝึกบินทางทหาร  ที่ต้องสอนกันด้วยชีวิต และทุ่มเทให้รุ่นน้องสำเร็จการศึกษา โดยไม่ต้องไปประสบเหตุเสียชิวิต เมื่อจบการศึกษาไปเป็นนักบินแล้ว  เที่ยวบินที่อยู่ในความทรงจำคือการบินเดี่ยวเที่ยวแรกในชีวิต  สำหรับการฝึกบินก่อนบินเดี่ยว เป็นการฝึกให้บังคับเครื่องบินในท่าทางพื้นฐาน โดยเน้นหนักในการลงสนามให้ปลอดภัย  ในพื้นที่การฝึก ก็ฝึกบังคับเครื่องบินในท่าทางต่าง ๆ ท่าร่วงหล่นทั้งที่มีกำลังเครื่องยนต์ และไม่มีกำลังเครื่องยนต์  การฝึกลงสนามในวงจรปกติ  ในวันที่ตรวจสอบฝีมือบิน จะต้องบินกับครูการบินอาวุโส ที่ได้รับการแต่งตั้ง  จากการบินที่มีคนคอยกระตุ้น หรือสั่งสอนเราต่าง ๆ นานา มาเป็นครูที่ไม่พูดอะไรเลย   คอยจดหรือให้คะแนนตามที่เราทำได้  เราต้องทำด้วยตัวเราเองทั้งหมด  มาถึงจุดสำคัญคือการลงสนาม เราต้องลงสนามด้วยความปลอดภัยและมาตรฐานกันทั้ง ๓ เที่ยวที่ลงสนาม มิใชแบบผีเข้าผีออก จากนั้นอยู่ในดุลย์พินิจของผู้ตรวจสอบว่าจะให้ไปบินเดียวในวงจรหรือไม่  ในช่วงนี้เองที่เป็นห้วงเวลาแห่งความเครียด เพื่อน ๆแต่ละคนต่างหน้าดำคร่ำเครียด  มาลัยดอกไม้สดขายดีมาก บนบานกับสิ่งที่มองไม่เห็น สิ่งที่เครียดก็มีเรื่องสนุกสนานสำหรับคนที่ไม่คิดอะไร คือมาลัยดอกไม้สดที่ผ่านการบูชา เมื่อไม่รู้จะเอาไปเก็บหรือทิ้งที่ไหน ทุกคนก้เอามาแขวนไว้ที่ต้นฝรั่งหลังตึกที่พัก  ทำให้มีต้นฝรั่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับขอพรให้ตรวจสอบผ่านอีกที่หนึ่ง(ขอบอกว่าฝรั่งต้นนั้นอร่อยจริง ๆ) สำหรับผู้เขียนเองนั้นในส่วนลึก ๆ ไม่ได้ตั้งความหวังที่จะเป็นนักบิน ดังนั้นการฝึกต่าง ๆ จะเป็นไปอย่างธรรมชาติ ในวันที่ตรวจสอบ มีความรู้สึกในส่วนลึกว่าไม่ผ่านการตรวจสอบ การลงสนามยังไม่มีความแน่นอน  เมื่อกลับมาลงสนามยังเป็นแบบเดิม  ครูผู้ตรวจสอบไม่ว่าอะไร  เสร็จแล้วกลับเข้าลานจอดหมายความว่าไม่ผ่านการตรวจสอบ ครูถามว่าไม่บินเดี่ยวหรือ แล้วครูก็พาเครื่องไปที่หัวสนามบิน ลงจากเครื่อง แล้วปล่อยให้เราไปเดี่ยว  ทำทุกอย่างไปโดยอัตโนมัติ  มารู้สึกอีกทีว่าบินคนเดียวเมือหันมาดูสนามบินแล้ว ไม่มีครูนั่งข้าง ๆ จากขั้นตอนต่าง ๆที่เคยทำบ้าง ลืมบ้าง เที่ยวนี้เราทำโดยไมลืมเลยถึง ๒-๓ ครั้ง แล้วลงสนามได้นิ่มนวลมาก  ผ่านการปล่อยเดี่ยวแล้ว ความลำบากเพิ่งเริ่มต้น