“ความเครียด เกิดได้ ก็หายได้”

เก็บมาฝาก ความเครียด  เกิดได้        ก็หายได้  มีโอกาสได้เข้ารับการฝึกอบรม.....หนึ่งในวิชานั้น....มีเนื้อหาที่น่าสนใจ....คิดถึงพวกพี่ ๆ  เลยเก็บเอามาฝาก  เพื่อที่จะได้เข้าใจ....สามารถนำไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีชึ้นกับตัวเราเองหรือผู้อื่นก็ได้  เนื่องจากสภาวะของโลกร้อน....สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ  และเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ ไม่ว่าจะในครอบครัวหรือในสังคมล้วนแล้วแต่จะทำให้เรา ๆ ท่านๆ  เกิดความเครียด  ขึ้นมาก็เป็นได้  ตามไปดูครับ....

ท่านอาจารย์สุพรรณี  ภู่กำชัย  ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 8  ท่านเป็นวิทยากรสอนให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรม  จำนวน  105  ท่าน ผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น.นั่งฟังอาจารย์ท่านสอนแล้ว พอจับใจความได้ว่า

ความเครียด  แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของจิตใจที่เกิดจากความตื่นตัวเพื่อเตรียมรับเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่น่าพึงพอใจและเป็นเรื่องที่เราคิดว่าหนักหนาสาหัส  เกินกำลังที่จะสามารถแก้ไขได้  ทำให้เกิดความรู้สึกนักใจ  และพลอยทำให้เกิดอาการผิดปกติทางร่างกายขึ้นด้วย  (ถ้าหากความเครียดนั้นมี่จำนวนมากและอยู่กับตัวของเราเป็นเวลานาน ๆ) 

อีกมุมหนึ่งครับ....ถ้าหากมีความเครียดที่ไม่มากนัก  จะเป็นแรงกระตุ้นให้เราเกิดแรงมุมานะที่จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้....(เป็นสัจจะธรรมครับ....สิ่งใดมีคุณ....สิ่งนั้นก็ย่อมมีโทษ....ครับผม)

จะเห็นได้ว่า....คนที่มีความรับผิดชอบสูงจึงมักหนีความเครียดไปไม่พ้น  แต่ถ้าหากคนเราไม่รู้จักผ่อนคลายความเครียดลงไปบ้าง  มีแต่จะสะสมให้มากขึ้น  มากขึ้น  จนในที่สุดก็อาจจะมีปัญหาความผิดปกติเกิดขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจตามมา  เป็นผลให้ชีวิตไร้สุข  ครอบครัวมีปัญหาและการทำงานก็ด้อยลง

อาจารย์ท่านกล่าวว่า ความเครียด  เกิดจากสาเหตุสำคัญสองประการ  คือ  หนึ่งเกิดจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต  และ สอง เกิดจากการคิดและการประเมินสถานการณ์ของบุคคล  พวกพี่ ๆ  มีอาการเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ครับ  เพราะทั้งสองอาการนี้มันจะส่งผลให้เกิดความผิดปกติทั้งสามทาง  ได้แก่  หนึ่งความผิดปกติทางร่างกาย  สอง ความผิดปกติทางจิตใจ  และ สาม ความผิดปกติทางพฤติกรรม  ถ้าหากเราเกิดความเครียดแล้วเราควรจะทำอย่างไร!!!!  ไม่ยากอย่างที่คิดครับท่าน....เพราะแนวทางในการจัดการกับความเครียดนั้นมีดังนี้ครับ  หนึ่ง หมั่นสังเกตความผิดปกติทางร่างกาย  จิตใจ  และพฤติกรรมที่เกิดจากความเครียด  ว่ามีหรือไม่ในตัวของเรา  สอง รู้ตัวว่าเราเครียดจากปัญหาใด  ให้พยายามแก้ปัญหานั้นให้ได้โดยเร็ว  สาม เราจะต้องเรียนรู้การปรับเปลี่ยนความคิดจากแง่ลบให้เป็นบวก (มองโลกในแง่ดีนะครับเจ้านาย)  สี่ เราจะต้องมีการผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีคุ้นเคย (ดูหนัง พังเพลง เต้นรำ ลีลาศ ฯลฯ)  ห้า ใช้เทคนิคเฉพาะในการคลายเครียด (นวดคลายเครียดไม่ใช่นวดเพื่อให้เครียดนะครับ  นั่งสมาธิ  การจินตนาการ  ฯลฯ)  แล้วแต่ถนัดและจัดสรรหามาก็แล้วกัน  เพื่อให้หายเครียด....

ขอแถมอีกนิดครับ....ถ้าหากเรามีปัญหา...จงละเว้นการแก้ปัญหาแบบต่าง ๆ ต่อไปนี้

                อย่า !  แก้ปัญหาแบบวู่วาม  (ใช้อารมณ์เป็นใหญ่)

            อย่า !  หนีปัญหา

            อย่า !  คิดแต่จะพึ่งพาผู้อื่นอยู่ร่ำไป

            อย่า !  เอาแต่ลงโทษตัวเอง

            อย่า !  โยนความผิดให้คนอื่น 

    แต่จงแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ  ใช้เหตุผลและใช้ความคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน  โดย

            1.  คิดหาสาเหตุของปัญหาด้วยใจที่เป็นธรรม  ไม่เข้าข้างตัวเอง  ไม่โทษคนอื่น

            2.  คิดหาวิธีแก้ปัญหาหลาย ๆ วิธี  ถ้าคิดเองไม่ออกอาจปรึกษาผู้ใกล้ชิด  หรือผู้มีประสบการณ์

            3.  แก้ปัญหาตามวิธีที่คิดไว้  อาจต้องใช้ความกล้าหาญ อดทน  หรือต้องใช้เวลาบ้าง  อย่าได้ท้อถอยไปเสียก่อน

            4.  ประเมินผลดูว่าวิธีที่ใช้ได้ผลหรือไม่  ถ้าไม่ได้ผลก็เปลี่ยนไปใช้วิธีอื่น ๆ ที่เตรียมไว้ จนกว่าจะได้ผล

วิธีคิดที่เหมาะสม  ลองดูครับ

            1.  คิดในแง่ยืดหยุ่นให้มากขึ้น

            2.  คิดอย่างมีเหตุผล

            3.  คิดหลาย ๆ แง่มุม

            4.  คิดแต่เรื่องดี ๆ

            5.  คิดถึงคนอื่นบ้าง 

เป็นอย่างไรบ้างครับ....เราจะเห็นได้ว่าเมื่อเราแก้ปัญหาได้  เราก็จะหายเครียด  และเราก็เกิดความภาคภูมิใจในตัวเองด้วย”  สุดยอดครับพี่น้อง..............       

                 ในการฝึกอบรมครังนี้...ขอขอบพระคุณท่านเทิดไท  ทิพย์ศิโรเวฐน์  ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ 2   คุณยุพา  ประภาสะโนบล  คุณอาภัสสิริ  สาระโกเศศ  และคุณอัษฎางค์  นาคบรรพ์ (อาจารย์ตวง  ขวัญใจผู้เข้ารับการฝึกอบรม)  ที่ท่านได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจเพื่อที่จะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้อย่างเต็มที่และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างดียิ่ง

                ด้วยความปรารถนาดี....จาก        ต้นน้ำ