รู้จักเห็นใจ....รู้จักความสุข
| |
 |
|
รู้จักเห็นใจ....รู้จักความสุข
โดย อุสตาซ อับดุศ เศาะมัด อัน-นัดวียฺ
“เมื่อท่านรู้จักเอาใจใส่ความรู้สึกเป็นทุกข์ของพี่น้อง และลงมือช่วยเหลืออย่างจริงใจ ท่านคือนักทำงานอิสลามที่มีประสิทธิภาพ” นี่เป็นการพูดถึงคุณสมบัติของนักดะวะฮฺแบบผ่านการพิสูจน์มาเรียบร้อยแล้ว
และแน่นอนว่านอกจากจะได้รับผลบุญแล้ว การทำดีต่อคนอื่นยังได้รับความสุขตอบแทน เป็นความสุขที่เกิดจากความเข้าอกเข้าใจ เสียสละให้คนอื่นโดยเฉพาะกับสิ่งซึ่งมีความจำเป็นต่อผู้ให้อยู่เช่นกัน ขอแจ้งต่อผู้ที่ถามหาความสุขมาชั่วชีวิตว่า มีเส้นทางไปสู่ความสุขสายหนึ่งซึ่งกว้างขวางมาก ไม่ต้องเบียดเสียดกันเดินนั่นคือ “การทำดีต่อสิ่งถูกสร้าง ด้วยหัวใจที่อิคลาสต่อผู้สร้าง” หะดีษเศาะฮีฮฺบทหนึ่งมีความว่า
อัลลอฮฺ ได้ตรัสแก่บ่าวคนหนึ่งในขณะที่พระองค์กำลังสอบสวนเขาอยู่ในวันกิยามะฮฺว่า “โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย ข้าหิวแต่เจ้าไม่ได้ให้อาหารแก่ข้า” ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าพระองค์ให้อาหารแก่พระองค์ได้เช่นไร ในเมื่อพระองค์คือผู้เป็นเจ้าแห่งโลกทั้งหลาย” อัลลอฮฺตรัสว่า “ เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าบ่าวของข้าคนหนึ่งคือนายนั้นบุตรของนายนั้น เขาหิวโหยแล้วเจ้าไม่ได้ให้เขากินอาหาร หากว่าเจ้าให้อาหารเขาในตอนนั้น เจ้าจะพบสิ่ง(ผลบุญจากการทำดี)นั้น ณ ที่ข้า
โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย ข้ากระหายน้ำแต่เจ้าไม่ได้ให้ข้าได้ดื่มน้ำ” ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าพระองค์ให้น้ำแก่พระองค์ได้เช่นไร ในเมื่อพระองค์คือผู้เป็นเจ้าแห่งโลกทั้งหลาย” อัลลอฮฺตรัสว่า “ เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าบ่าวของข้าคนหนึ่งคือนายนั้นบุตรของนายนั้น เขากระหายแล้วเจ้าไม่ได้ให้เขาดื่มน้ำ หากว่าเจ้าให้น้ำเขาในตอนนั้น เจ้าจะพบสิ่งนั้น ณ ที่ข้า
โอ้ลูกของอาดัมเอ๋ย ข้าป่วยแต่เจ้าไม่ได้มาเยี่ยมข้า” ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าพระองค์จะเยี่ยมพระองค์ได้เช่นไร ในเมื่อพระองค์คือผู้เป็นเจ้าแห่งโลกทั้งหลาย” อัลลอฮฺตรัสว่า “ เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าบ่าวของข้าคนหนึ่งคือนายนั้นบุตรของนายนั้น เขาป่วยแล้วเจ้าไม่ได้ไปเยี่ยมเขา หากว่าเจ้าไปเยี่ยมเขาในตอนนั้น เจ้าจะพบข้าอยู่ ณ ที่เขา(คนป่วย)”
หะดีษนี้มีประเด็นที่แยกแยะออกเป็นสามเรื่อง สองเรื่องแรกคือคนหิวและคนกระหายน้ำ อัลลอฮฺตรัสว่า หากเจ้าให้อาหารหรือให้น้ำแก่บ่าวของข้าในตอนนั้น เจ้าจะพบสิ่งนั้น ณ ที่ข้า (คือในวันกิยามะฮฺจะได้รับผลตอบแทน) แต่กับกรณีคนป่วย นั้นอัลลอฮฺกลับตรัสว่า “หากเจ้าไปเยี่ยมเขา เจ้าจะพบข้า ณ ที่เขา”
นี่เป็นการให้น้ำหนักกับการเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ซึ่งตกอยู่ในภาวะหัวใจสลายและบอบบางอย่างยิ่ง ดังเช่นคนเจ็บป่วย
เศาะฮาบะฮฺถามท่านนบี ด้วยความประหลาดใจว่า “การทำดีต่อสัตว์ได้ผลบุญด้วยหรือ?” คำตอบคือ
في كل كبد رطبة أجر
การทำดีต่อทุกสิ่งที่ตับยังสดอยู่(สิ่งมีชีวิต) มีผลรางวัล
อัลลอฮฺ มีความเมตตาปราณีอย่างมากล้น พระองค์ทรงเอ็นดูเมตตาเป็นพิเศษต่อบ่าวที่รู้จักสงสารบ่าวด้วยกัน พึงรู้ไว้เถิดว่า อัลลอฮฺได้ให้หญิงโสเภณีชาวบนีอิสรออีลคนหนึ่งเข้าสวรรค์ เพียงเพราะนางเอาน้ำให้สุนัขที่กำลังกระหายดื่มด้วยความเวทนามัน แล้วรางวัลจะเป็นอย่างไรเล่า ถ้าผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติอิบาดะฮฺฟัรฎูได้อย่างครบถ้วน รู้จักเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยการให้อาหารและน้ำแก่คนหิวโซ รู้จักปลดภาระความทุกข์ยากของพี่น้องที่ขัดสนและคับแค้นใจ
การให้ความช่วยเหลือแก่คนยากไร้ การเป็นที่พึ่งแก่คนอ่อนแอ รวมทั้งพี่น้องที่ไม่ใช่มุสลิม เป็นวิธีการทำงานอิสลามที่ได้ผล และให้ความสุขทั้งผู้ดะวะฮฺ และผู้ถูกดะวะฮฺ นักปราชญ์ในอดีตเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้
ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุล มุบารอก มีเพื่อนบ้านเป็นชาวยิว ท่านได้แบ่งอาหารให้เพื่อนบ้านคนนี้ก่อนจะให้ลูกๆของท่านกินเสมอ มีเสื้อผ้าใหม่ท่านจะมอบให้ชาวยิวคนนี้ก่อนลูกๆของท่านเช่นกัน วันหนึ่งมีคนขอซื้อบ้านชาวยิวคนนี้ เขาตอบว่า “บ้านของฉันราคา สองพันดีนาร(ซึ่งถือว่าแพงลิบลิ่วในสมัยนั้น) หนึ่งพันดีนารคือราคาจริงของบ้าน อีกหนึ่งพันดีนารคือราคาของการที่จะได้เป็นเพื่อนบ้านกับท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุล มุบารอก” และไม่นานชาวยิวก็เข้ารับอิสลาม
อีกครั้งหนึ่งเมื่อท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุล มุบารอก เดินทางไปทำฮัจญ์กับสหายของท่าน ท่านได้เห็นหญิงคนหนึ่งเก็บซากอีกา ท่านจึงสั่งให้คนของท่านตามไปถามนางว่าทำไมกินซากนก นางตอบว่า “ เรา(นางและลูกๆ)ไม่มีอะไรกินมาสามวันแล้ว จึงต้องเอาสิ่งนี้(ซากนก)ลงท้อง” คำพูดนี้ถึงกับทำให้ท่านอับดุลลอฮฺหลั่งน้ำตา จากนั้นท่านได้ให้แบ่งเสบียงและของมีค่าให้แก่หญิงคนนี้ และเดินทางกลับโดยไม่ไปทำฮัจญ์ในปีนั้น ในตอนที่หลับท่านได้ฝันว่าตัวเองพูดว่า
حج مبرور وسعي مشكور وذنب مغفور
ฮัจญ์ที่ถูกรับ ความอุตสาหะที่ถูกขอบคุณ บาปที่ถูกอภัย
คุณลักษณะที่น่ายกย่องเช่นนี้อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า
وَيُؤْثِرُونَ عَلَى أَنفُسِهِمْ وَلَوْ كَانَ بِهِمْ خَصَاصَةٌ وَمَن يُوقَ شُحَّ نَفْسِهِ فَأُوْلَئِكَ هُمُ الْمُفْلِحُونَ
และให้สิทธิผู้อื่นก่อนตัวของพวกเขาเอง ถึงแม้ว่าพวกเขายังมีความต้องการอยู่มากก็ตาม และผู้ใดได้รับการปกป้องจากความตระหนี่ที่อยู่ในตัวของเขา ชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ (อัลหัชรฺ อายะฮฺที่ 9)
กวีอาหรับท่านหนึ่งได้กล่าวถึง จิตใจที่เอื้อเฟื้อ ปรารถนาที่ช่วยเหลือสหายโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีความว่า
แม้ตัวฉันจะอยู่ห่างไกลจากเพื่อน จากแผ่นดินของเขา ฉันยังตั้งใจเสมอว่าจะช่วยเหลือและปลดเปลื้องความทุกข์ยากของเขา จะตอบรับคำเชิญและเสียงเรียกหาของเขา เมื่อเขาสวมเสื้อผ้าอันสวยงามฉันจะไม่พูดว่า โอ้ท่านเอย จงมอบตัวที่เหลือให้ฉันเถิด
ช่างงดงามสำหรับความสุขที่เกิดจากความไม่เห็นแก่ตัว เกิดจากการได้ช่วยเหลือพี่น้องโดยไม่หวังผลประโยชน์ เกิดจากแบ่งบันที่ยิ่งให้ก็มีแต่จะยิ่งเพิ่ม
ดังนั้น จงอย่าเสียใจหากท่านเป็นคนสรุ่ยสุร่ายในการทำความดี เพราะความเสียใจที่แท้จริงนั้นอยู่กับการทำบาป แม้จะเป็นการทำเพียงหนเดียวก็ตาม
ดูบทความอื่น ๆ ในคอลัมภ์ อัล-มินฮาจญ์ ...
|