การใช้ชีวิตกลางแจ้ง

การใช้ชีวิตกลางแจ้ง

               การอยู่ค่ายพักแรม หมายถึง การไปพักแรมคืนในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่บ้านหรือที่พักของตนเอง เช่น การไปพักแรมในค่ายลูกเสือ ตามป่าเขาต่าง ๆ ในการอยู่ค่ายพักแรมของลูกเสือ - เนตรนารี ทุกคนจะต้องรู้จักการช่วยเหลือตนเองในทุก ๆ เรื่องต้องมีความพยายาม มีมานะและความอดทน มีความเชื่อมั่นในตนเอง และรู้จักการแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าโดยใช้หลักเหตุผลช่วยในการตัดสินใจ


การวางผังกางเต็นท์


              ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งค่ายพักแรม ลูกเสือ - เนตรนารี จะต้องทำการสำรวจคาดคะเนความเหมาะสมของพื้นที่แหล่งน้ำ เส้นทางคมนาคม เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมา


การเลือกสถานที่ตั้งค่ายและกางเต็นท์ควรมีลักษณะดังนี้


๑. เป็นสถานที่กว้างโล่ง พอสำหรับการตั้งค่ายและเหมาะสำหรับที่จะจัดกิจกรรมระหว่างการอยู่ค่าย
๒. พื้นดินบริเวณที่ตั้งค่ายควรจะเป็นดินปนทราย เป็นดินที่พื้นเป็นที่เรียบ ไม่มีน้ำขัง
๓. อยู่ใกล้แหล่งน้ำสะอาด ปลอดภัย
๔. อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากกิ่งไม้หล่นลงมาทับ
๕. ทิศทางของลมเพื่อใช้พิจารณาในการตั้งเต็นท์ที่พัก
๖. สามารถหาเชื้อไฟ เช่น ฟืน เศษไม้ สำหรับหุงต้มได้สะดวก
๗. การคมนาคมสะดวก ใกล้กับ โรงพยาบาล หรือ อนามัย ใกล้กับสถานตำรวจ
๘. ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ก่อนจะตั้งค่ายพักแรม


เต็นท์กระแบะ หรือเต็นท์ ๕ ชาย
อุปกรณ์และส่วนประกอบ

                ในการใช้เต็นท์สำหรับอยู่ค่ายพักแรม จะใช้เต็นท์ ๕ ชาย ซึ่งเหมาะสำหรับลูกเสือ – เนตรนารี จำนวน ๒ คน ซึ่งจะใช้พื้นที่ในการกางเต็นท์ไม่มากนักและวิธีกางไม่ยุ่งยาก ส่วนประกอบของเต็นท์ ๕ ชาย มีดังนี้
๑. ผ้าเต็นท์ ๒ ผืน
๒. เสาเต็นท์ ๒ ชุด ( ๒ เสา ) ชุดละ ๓ ท่อน ( ๓ ท่อนต่อ กันเป็น ๑ ชุด )
๓. สมอบก ๑๐ ตัว ( หัวท้าย ๒ ตัว ชายด้านล้างด้านละ ๓ ตัว ประตูหน้า ๑ ตัว และหลัง ๑ ตัว )
๔. เชือกยึดสมอบก ๑๐ เส้น (เชือกยาวใช้รั้งหัวท้ายเต็นท์ ๒ เส้น เชือกสั้นใช้ยึดชายเต็นท์ ๖ เส้น และประตูหน้า - หลัง ๒ เส้น )


การกางเต็นท์
การกางเต็นท์ ๕ ชายนั้นมีวิธีการดังต่อไปนี้


๑. ติดกระดุมทั้ง๒ผืนเข้าด้วยกัน
๒. ตั้งเสาเต็นท์ทั้ง ๒ เสา
๓. ผูกเชือกรั้งหัวท้ายกับสมอบก
๔. ตอกสมอบกยึดชายเต็นท์


การรื้อเต็นท์ที่พักแรม


๑. แก้เชือกที่รั้งหัวท้ายกับสมอบกออก
๒. ล้มเสาเต็นท์ทั้ง ๒ เสาลง
๓. ถอนสมอบกที่ยึดชายเต็นท์และที่ใช้รั้งหัวท้ายเต็น
๔. แกะกระดุมเพื่อแยกให้เต็นท์เป็น ๒ ผืน
๕. ทำความสะอาด เก็บพับให้เรียบร้อย
๖. นำผ้าเต็นท์และอุปกรณ์เก็บรวมไว้เป็นที่เดียวกัน

เต็นท์สำเร็จรูป

            เต็นท์สำเร็จรูปใช้เป็นที่พักสำหรับลูกเสือทั้งหมู่ ( ๑ หมู่ ) เป็นเต็นท์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเต็นท์กระแบะ มีน้ำหนักมากกว่าเต็นท์กระแบะสามารถพกพาไปได้สะดวก พื้นที่ที่ใช้กางเต็นท์จะมีบริเวณกว้างพอสมควร ส่วนวิธีกางเต็นท์ไม่ยุ่งยากมีลูกเสือช่วยกันเพียง ๒ คน ก็สามารถกางเต็นท์ได้

ส่วนประกอบของเต็นท์สำเร็จรูป มีดังนี้


๑. ผ้าเต็นท์ ๑ ชุด
๒. เสาเต็นท์ ๒ ชุด ( ๒ เสา ) ชุดละ ๓ ท่อน ( ๓ ท่อนต่อกันเป็น ๑ ชุด หรือ ๑ เสา )
๓. สมอบก ๑๒ ตัว (ยึดมุมพื้น ๔ ตัว ยึดชายหลังคา ๖ ตัว หัว ๑ ตัว ท้าย ๑ ตัว )
๔. เชือกยึดสมอบก ๘ เส้น ทุกเส้นมัดติดกับแผ่นเหล็กสำหรับปรับ ความตึงหย่อนของเชือก ( เชือกสั้น ๖ เส้นใช้ยึดชายหลังคา เชือกยาว ๒ เส้นใช้รั้งหัวท้ายเต็นท์ )

วิธีกางเต็นท์สำเร็จรูป ปฏิบัติดังนี้


๑. ยึดพื้นของเต็นท์ทั้ง ๔ มุมด้วยสมอบก ๔ ตัว
๒. นำเสาชุดที่ ๑ ( ต่อ ๓ ท่อนเข้าด้วยกัน ) มาเสียบที่รูหลังคาเต็นท์ ให้คนที่ ๑ จับไว้
๓. ให้คนที่ ๒ ใช้เชือกยาว ๑ เส้น ยึดจากหัวเสา (หรือห่วง) ไปยังสมอบกด้านหน้า (โดยผูกด้วยเงื่อนตะกรุดเบ็ด หรือผูกเงื่อน กระหวัดไม้ ไม่ต้องใช้เงื่อนผู้รั้งเพราะเป็นแผ่นปรับความตึงอยู่ แล้ว) แล้วใช้เชือกสั้น ๒ เส้น ยึดชายเต็นท์เข้ากับสมอบกให้เต็นท์กางออกเป็นรูปหน้าจั่ว
๔. ให้คนที่ ๒ เดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งต่อเสาที่ ๒ เสียบเข้ารูหลังคา เต็นท์อีกด้านหนึ่งแล้วจับเสาไว้ ให้คนที่ ๑ ปล่อยมือจากเสาที่ ๑ แล้วนำเชือกยาวเส้นที่ ๒ ยึดจากหัวเสาที่ ๒ ไปยังสมอบกด้านหลัง
๕. ให้คนที่ ๒ ปล่อยมือจากเสาที่ ๒ ได้ เต็นท์จะไม่ล้ม ทั้งสองคน ช่วยกันใช้เชือกยึดชายหลังคาเต็นท์ ( จุดที่เหลือ ) ให้เข้ากับสมอบกแล้วปรับความตึงหย่อนของเต็นท์ให้เรียบร้อย หมายเหตุ เต็นท์ สำเร็จรูปมีหลายแบบ มีรูปทรงไม่เหมือนกับ บางแบบคล้ายเต็นท์กระแบะ เป็นต้น ใช้สะดวกและเบามากแต่บอบบาง

ข้อควรระวังในการกางเต็นท์


              เมื่อต้องการกางเต็นท์หลายหลังเป็นแนวเดียวกัน ขั้นแรกเล็งให้สมอบกตัวที่อยู่ด้านหน้าสุดและเสาต้นแรกของทุกเต็นท์อยู่ในแนวเดียวกันการกางเต็นท์แต่ละหลังให้เล็งสมอบกตัวแรก เสาแรก เสาหลัง และสมอบกตัวหลังทั้ง 4 จุด อยู่ในแนวเดียวกันเสาทุกต้นที่ยึดเต็นท์จะต้องตั้งฉากกับพื้นเสมอหลังคาเต็นท์จะต้องไม่มีรอยย่น สมอบกด้านข้างของเต็นท์แต่ละหลัง จะต้องเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ถ้าเต็นท์ตึงไปอาจจะขาดได้ หรือ ถ้าหย่อนเกินไปก็จะกันฝนไม่ได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้น้ำซึมได้ง่ายและถ้าหากลมพัดแรง อาจทำให้เต็นท์ขาดได้การผูกเต็นท์ควรใช้เงื่อนผูกรั้ง เพราะสามารถปรับให้ตึงหย่อนได้ ตามต้องการ