วิธีปฏิบัติที่ดี ( Best Practice) : การสรรหาและเลือกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

...การวางแผนและเตรียมประสานงาน..ให้พร้อม

ความเป็นมา
   สพฐ.กำหนดให้มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ ให้คำปรึกษา
ส่งเสริม  สนับสนุน  ช่วยเหลือและร่วมระดมทรัพยากรแก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการดำเนินการ
ให้สอดคล้องกับนโยบาย เป้าหมายของรัฐบาล  โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี   
เมื่อใดที่คณะกรรมการชุดเดิมจะครบวาระ  สพฐ.จะออกประกาศเกี่ยวกับ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา ฯ
เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่ดำเนินการสรรหาและเลือกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาชุดใหม่   
รายงาน สพฐ.แต่งตั้งตามระยะเวลาที่กำหนดต่อไป
   การสรรหาและเลือกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาในปี 2551 นี้  เป็นการสรรหาและเลือก
คณะกรรมการ ฯ ชุดที่ 3  มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ
 1. กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธาน
กรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
พ.ศ.2546  ให้สรรหาและเลือกคณะกรรมการ จำนวน 15 คน  ( ผอ.สพท.เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง)
 2. พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550  กำหนดให้ออกระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา
เอกชน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้รับใบอนุญาตและผู้แทนครู เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเพิ่มขึ้นอีก 2 คน
 และเนื่องจากระเบียบในข้อที่ 2 อยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  สพฐ.จึงให้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการ จำนวน 15 คน ไปก่อน
วิธีดำเนินงาน
    หลังจากศึกษารายละเอียดการสั่งการของ สพฐ.แล้ว  ในฐานะเจ้าของเรื่องได้กำหนดปฏิทินดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับระยะเวลาที่ สพฐ.กำหนด  และจัดทำประกาศเกี่ยวกับการสรรหา ฯ ของสำนักงาน  รวมถึงการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
   เพื่อให้การปฏิบัติงานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยจึงแยกการสรรหาและเลือกคณะกรรมการ
เป็น 2 ชุด  คือ ผู้แทนองค์กร / สมาคม  และผู้ทรงคุณวุฒิ

ผู้แทนองค์กร / สมาคม จำนวน 7  คน  ได้แก่ ผู้แทนองค์กรชุมชน , ผู้แทนองค์กรเอกชน
ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( ที่เป็นเทศบาล 1 คน และ อปท.อื่น 1 คน) ,ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู , ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา , ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู 
การได้มาซึ่งผู้แทนกลุ่มนี้  ใช้วิธีการประสานแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ทางระบบส่งหนังสือราชการ E Office
และทางไปรษณีย์ (กรณีเป็นหน่วยงานภายนอกสำนักงาน )   เพื่อให้ส่งหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  
(กรณีที่กลุ่มใดไม่เสนอชื่อผู้แทน  ต้องไปประสานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อขอรับการเสนอชื่อ)   เมื่อได้รับหลักฐานต่าง ๆ แล้ว  ต้องส่งให้คณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัติพิจารณา  หลังจากนั้นจึงประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน  และให้ผู้แทนแต่ละกลุ่ม (กรณีมีมากกว่า 1 คน)  ไปประชุมเพื่อเลือกกันเองให้ได้ตามจำนวนที่กำหนด  เสร็จแล้วจึงจัดทำประกาศผลการสรรหาและเลือกผู้แทนกลุ่มนี้  แจ้งให้โรงเรียน /บุคคล / หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ  พร้อมกับรายงาน สพฐ.เพื่อแต่งตั้งต่อไป

ผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน 7 คน  (ต้องเลือกไว้ 14 คน เพื่อให้ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แต่งตั้งเหลือเพียง 7 คน)   การได้มาซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิใช้วิธีการประกาศรับสมัคร   หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว  จึงส่งข้อมูล เอกสารต่าง ๆ ให้คณะกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน 9 คน      (มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัด ,ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ,ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มละ 1 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อหรือเลือกกันเองแล้ว และผู้แทนองค์กร/สมาคม  ข้างต้นอีก 5 คน ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรชุมชน ,ผู้แทนองค์กรเอกชน ,ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู ,ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา ,ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู)  พิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติ ให้เหลือจำนวน 14 คน  เสร็จแล้วจึงจัดทำประกาศรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ แจ้งโรงเรียน / บุคคล ที่เกี่ยวข้องรับทราบ พร้อมรายงาน สพฐ.เพื่อแต่งตั้งต่อไป
    การดำเนินงานครั้งนี้  สพฐ.กำหนดให้ส่งข้อมูลของกรรมการแต่ละคนทางเวบไซด์

http://203.172.242.218/person/  เมื่อดำเนินการได้ครบถ้วนแล้ว  และให้ส่งเอกสารต่าง ๆ ทางไปรษณีย์ด้วย

ผลการดำเนินงาน 
   การดำเนินงานครั้งนี้ในฐานะเจ้าของเรื่องได้พยายามวางแผนและเตรียมประสานงานทั้งด้านบุคคลและเอกสารให้พร้อมดำเนินการทันทีเมื่อรับทราบผลการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน จึงทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ดังนี้
  1. การเลือกผู้แทนองค์กร / สมาคม   สามารถรายงาน สพฐ.ได้ในวันที่ 3 มิถุนายน 2551
(สพฐ.กำหนดไว้ภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2551)
  2. การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ  สามารถรายงาน สพฐ.ได้ในวันที่ 18 มิถุนายน 2551
(สพฐ. กำหนดไว้ภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2551)
และเมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว  ได้จัดประชุมคณะกรรมการทั้งหมด เพื่อเลือกประธานกรรมการจากผู้ทรงคุณวุฒิคนใดคนหนึ่ง  ในวันที่ 19 สิงหาคม 2551  เสร็จแล้วจึงจัดทำประกาศแจ้งโรงเรียนและรายงาน สพฐ.เพื่อแต่งตั้ง  ในวันที่ 19 สิงหาคม 2551
   ทั้งนี้ สพฐ.ได้แต่งตั้งประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1  
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 ซึ่งได้แก่ นายสมพงศ์  อรุณโรจน์ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนทำงาน



ความเห็น (0)