เจ้าของรางวัลแข่งขันคณิตศาสตร์แบบซากาโมโตชิงแชมป์โลก

 

PR.NEWS :เผยเคล็ดลับ 2 เด็กไทย และ 1 สาวน้อยเกาหลี เจ้าของรางวัลแข่งขันคณิตศาสตร์แบบซากาโมโตชิงแชมป์โลก

เผยเคล็ดลับ  2 เด็กไทย และ 1 สาวน้อยเกาหลี

เจ้าของรางวัลแข่งขันคณิตศาสตร์แบบซากาโมโตชิงแชมป์โลก

 

เสร็จสิ้นไปแล้วกับการแข่งขัน  World Mathematics Competition 2007 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยในปีนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโดยการดำเนินการของ บริษัท เอ็ดดูเคชั่นเน็ทเวิร์ค จำกัด   ผู้ดำเนินการศูนย์การเรียนการสอนคณิตศาสตร์แบบซากาโมโต้ในประเทศไทย ร่วมกับ Sakamoto Educational Systems Pte Ltd. เจ้าของลิขสิทธิ์จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในการแข่งขันในครั้งนี้ เยาวชนระดับหัวกะทิระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จาก 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย เข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนทั้งสิ้น 86 คน 

ผลการแข่งขัน ปรากฏว่าเยาวชนจากเกาหลีใต้สามารถคว้าแชมป์ด้วยการทำคะแนนทดสอบสูงสุดได้ถึง 3 ระดับ ตามมาด้วยอินโดนีเซีย  ส่วนเด็กไทยก็ไม่น้อยหน้า สามารถคว้ารางวัลในการทำคะแนนติดกลุ่มสูงสุด และคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้ถึง 7 เหรียญ ได้แก่  1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

  ด.ช. ศิรภพ จิตรมีศิลป์

 วันนี้เราจะพามาพูดคุยกับเยาวชนคนเก่งที่ได้รับรางวัลถึงความรู้สึก การเตรียมพร้อม และที่สำคัญกลเม็ดเคล็ดลับของน้องๆ ในการเป็นคนเก่งคณิตศาสตร์ เผื่อน้องๆ ที่อ่านอยู่จะนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนคณิตศาสตร์ หรือพัฒนาความสามารถของตัวเองได้บ้าง

เริ่มกันที่ ด.ช. ศิรภพ จิตรมีศิลป์ หรือ น้องภพ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนสาธิต ฝ่ายประถม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร  ซึ่งเป็นเด็กไทยที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองเพียงคนเดียวมาให้คนไทยได้ชื่นชมกัน 

ผมรู้จักการแข่งขันนี้ มา 3 ปีแล้วครับ เพราะว่าได้เข้ามาเรียนคณิตศาสตร์โดยวิธีคิดแบบซากาโมโต้ครับ ตอนแรกผมมีปัญหาเกี่ยวกับการคิดโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ คิดโจทย์ที่มีเฉพาะตัวเลขได้ แต่ถ้าเจอโจทย์ปัญหาที่เป็นประโยคยาวๆ ที่ยุ่งยากหลายชั้นก็จะทำไม่ค่อยได้ คุณแม่เลยพามาเรียนรู้วิธีคิดแบบซากาโมโต้ ที่สอนวิธีคิดโจทย์ปัญหา พอเรียนได้สักพักก็ทำโจทย์ปัญหาได้ดีขึ้นครับ ทำคะแนนในห้องได้ดี พอมีสมัครตัวแทนประเทศไทย ก็เลยลองสอบดู แล้วโชคดีที่ชนะได้เป็นตัวแทนมาแข่ง ซึ่งปีนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ

น้องภพเล่าถึงความรู้สึกของการแข่งขันตั้งแต่ต้นจนจบให้เราฟังว่า ด้วยความที่ปีนี้ตั้งใจซ้อมมาเต็มที่ พอเห็นข้อสอบส่วนใหญ่ ก็เลยค่อนข้างจะทำได้ แต่ก็ยังไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะได้รางวัล เพราะดูท่าทางเด็กจากประเทศอื่นๆ เก่งกันทั้งนั้น ซึ่งพอได้ยินประกาศชื่อว่าตัวเองได้เหรียญทองแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลยทีเดียว

ตอนแรกก็งงๆ ครับว่าใช่เราหรือเปล่าเพราะมีชื่อ ศิรภพ 2 คน แต่พอใช่เราก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ ที่เราได้เหรียญทองมาให้คุณแม่ และคนไทยได้ ไม่เสียทีที่เป็นเจ้าภาพด้วยครับ ก็ต้องขอขอบคุณคุณแม่ที่สนับสนุนผมมาตลอด แล้วก็ขอบคุณอาจารย์ที่โรงเรียน และที่ซากาโมโต้ ที่ช่วยฝึกสอนผมในการแข่งขันครั้งนี้ครับ

น้องภพเล่าให้ฟังถึงการเตรียมตัวว่า ที่จริงแล้วถือว่ามีการเตรียมตัวมาตลอด 3 ปี เพราะตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก็มีการฝึกการทำโจทย์มาโดยตลอด แต่จะเน้นหนักตอนที่พอใกล้การแข่งขันจะทำโจทย์ที่ยากๆ และมีการจับเวลา โดยคุณแม่จะเป็นคนจับเวลาให้ รวมทั้งการทำข้อสอบที่ทั้งยากและง่ายสลับกันไป ข้อไหนที่ทำไม่ได้หรือไม่เข้าใจ ก็จะพยายามทำความเข้าใจให้ได้ ไม่ปล่อยให้ผ่านไป เพราะไม่แน่ว่าข้อที่เราไม่เข้าใจอาจจะมาโผล่ในข้อสอบแข่งขันก็เป็นได้

ต้องแบ่งเวลาค่อนข้างมากครับ ทั้งส่วนของการเรียนในห้อง กับส่วนของการซ้อมทำข้อสอบ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผมจะใช้เวลาเสาร์อาทิตย์ในการเตรียมตัว ส่วนจันทร์ถึงศุกร์ก็ตั้งใจเรียนในห้องให้เต็มที่ ก็เลยทำให้ไม่เสียการเรียนครับ

เชื่อแล้วว่าไม่เสียการเรียนจริงๆ เพราะล่าสุด น้องภพก็ยังมีผลการเรียนที่ดี จนได้รับเกียรติบัตรเรียนดีจากโรงเรียนอีกด้วย รวมทั้งยังเป็นนักล่ารางวัลด้านคณิตศาสตร์จนได้โล่มาประดับไว้เต็มบ้านแล้ว

 ด.ญ. ปิยาภา ปิ่นเจริญ

 

มากันที่สาวน้อยตัวเล็ก น้องนุชสุดท้องในการแข่งขัน อย่างน้องพิน หรือ ด.ญ. ปิยาภา ปิ่นเจริญ นักเรียนชั้น ป. 1 โรงเรียน.สาธิต ฝ่ายประถม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ที่สามารถคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ ทั้งๆ ที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในการแข่งขันเท่านั้น

ดีใจมากค่ะที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกของหนูที่เข้าร่วมการแข่งขัน แล้วก็ตกใจด้วยเพราะคิดว่าไม่น่าจะได้รางวัล เพราะเรายังเด็กมาก และเพิ่งเริ่มเรียนการคิดโจทย์ปัญหาแบบซากาโมโต้ได้แค่ไม่กี่เดือน แต่คิดว่าน่าจะเป็นการเตรียมพร้อม แล้วก็ความชอบเรียนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ทำได้ดีค่ะ

น้องพินเล่าถึงบรรยากาศการแข่งขันว่า สนุกมากเพราะในการแข่งขันครั้งนี้ น้องพินสนุกกับการที่ได้เจอเพื่อนใหม่ และกิจกรรมมากมาย จนไม่ค่อยได้เครียดกับการสอบเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้เจอเพื่อนจากต่างประเทศ แต่ละคนก็พูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้แต่ก็สามารถสื่อสารกันได้ด้วยภาษามือ นอกจากนี้ยังได้เล่นเกมร่วมกัน  แล้วก็ได้ไปเที่ยวในที่ต่างๆ อย่างเมืองจำลอง ซึ่งน้องพินไม่เคยไป และประทับใจสุดๆ

ด.ญ. พาร์ค นา ยอน

หันไปคุยกับตัวแทนจากต่างประเทศกันบ้าง กับสาวน้อยตัวเล็ก ด.ญ. พาร์ค นา ยอน นักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 จากประเทศสุดฮิตอินเทรนด์อย่างเกาหลี  ที่ความสามารถของเธอไม่เล็กตามตัวเลย เพราะเธอคว้ารางวัลแชมเปี้ยนคะแนนสูงสุดในระดับ ป.3 ไปครองได้สำเร็จ

เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 แล้วค่ะ ปีที่แล้วในระดับประถม 2 ก็ได้รับเหรียญเงิน ซึ่งพอเริ่มมีประสบการณ์ก็เลยฟิตมาอย่างหนักในปีนี้ ซึ่งพอได้รางวัลก็ดีใจและภูมิใจมากค่ะ ที่ความตั้งใจและความพยายามมาทั้งปี ทำให้เราชนะการแข่งขันได้

วิธีการในการเตรียมตัวของเธอคือความขยันในการทำข้อสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอจะไม่ทำข้อสอบในระดับเดียวเท่านั้น แต่จะฝึกทำทั้งที่ง่ายกว่า ในระดับ ป. 1 2 และที่ยากกว่าในระดับ ป. 4 5  ซึ่งช่วยทำให้การทำข้อสอบมีผลดีมากขึ้น นอกจากนั้นเธอยังชอบคิดเลขแบบอื่นๆ นอกจากโจทย์ปัญหา ด้วยการใช้การวาดภาพซึ่งก็เป็นการฝึกฝนตลอดเวลาไปพร้อมๆ กัน  

มาประเทศไทยครั้งนี้เป็นครั้งแรกค่ะ ถึงแม้อากาศจะร้อนแต่สนุกดี เพราะเด็กไทยเป็นกันเอง พูดกันไม่ค่อยได้แต่ก็จะยิ้มไว้ก่อน ซึ่งทำให้เราไม่เกร็ง และที่ชอบอีกอย่างคือได้ไปเที่ยวสถานที่แปลกๆ อย่างเมืองจำลอง หรือ การดูโขนเด็ก ซึ่งสวยมากๆ ก็รู้สึกประทับใจกับการมาเมืองไทยครั้งนี้มากค่ะ พาร์ค นา ยอน กล่าว

ก่อนจบการพูดคุย น้องๆ ทั้ง 3 คน  แนะนำเคล็ดลับการเรียนคณิตศาสตร์กันมาเพื่อให้เพื่อนๆ ลองนำไปใช้กัน เริ่มที่น้องเล็กอย่างน้องพิน บอกว่า สำคัญที่สุดคือการฟังและตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้มากที่สุด ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามคุณครู คุณพ่อคุณแม่ หรือเพื่อนที่เขาเข้าใจ และลองทำให้ได้ ถ้าไม่ได้วิธีนี้ ก็ลองคิดวิธีอื่นๆ ดู เพราะไม่แน่เราอาจจะทำได้ด้วยวิธีไม่เหมือนคนอื่นก็ได้

ส่วน พาร์ค นา ยอน จากเกาหลี บอกว่า การฝึกทำโจทย์บ่อยๆ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เราเข้าใจโจทย์ในหลายๆ รูปแบบ และพอเห็นโจทย์ก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ พอเรียนเสร็จแล้ว กลับบ้านถ้ามีเวลา ก็อาจนำมาทบทวนทำความเข้าใจอีกครั้ง เพราะเป็นการย้ำความเข้าใจของเราให้มีมากขึ้น  

ปิดท้ายกันที่ น้องภพ ที่แนะนำเพื่อนๆว่า บางทีการเรียนคณิตศาสตร์ คนส่วนใหญ่จะท้อ หรือไม่ชอบเวลาเห็นโจทย์ยากๆ  เราจะต้องรู้จักวิธีคิดแบบใหม่ๆ ที่นอกจากวิธีคิดแบบเดิมๆ อย่างน้องภพที่ใช้วิธีวาดภาพ หรือวาดไดอะแกรมซากาโมโต้  มาช่วยในการแก้ปัญหาก็ช่วยให้เราทำโจทย์ได้ พอทำได้ก็จะไม่กลัวคณิตศาสตร์ และสนุกกับคณิตศาสตร์มากขึ้น

เห็นน้องๆ ทั้ง 3 คน แล้ว ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกที่จะทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับน้องๆเด็กไทย ที่มองว่าคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่ยาก และไม่ชอบ หากหันลองมาใส่ใจ ทำใจให้รู้สึกสนุกไปด้วยอย่างที่น้องๆทั้ง 3 คนแนะนำแล้ว เชื่อว่าการเรียนคณิตศาสตร์ของน้องๆ อาจดีขึ้น และอาจจะเก่งกาจถึงขั้นทำชื่อเสียงให้กับครอบครัว ประเทศชาติ อย่างน้องเหล่านี้ก็เป็นได้

 

 

 

 

 

*****************************************************************************************

 

http://www.one2onecenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=413538&Ntype=6