GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

MPEG-1 และ MPEG-2

MPEG ย่อมาจาก Moving Picture Experts Group เป็นมาตรฐานการบีบอัดสัญญาณภาพและเสียงของภาพเคลื่อนไหวโดยการใช้ระบบ DCT หรือ Discrete Cosine Transform ซึ่งเป็นการแทนค่าตัวแปลของสัญญาณต่าง ๆ ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งก็คล้ายกับขั้นตอนการเข้ารหัสภาพนิ่งแบบ JPEG แต่จะลดจำนวนข้อมูลที่ซ้ำ ๆ กันของภาพต่อ ๆ ไป

ความหมายของ MPEG-1 และ MPEG-2MPEG ย่อมาจาก Moving Picture Experts Groupเป็นมาตรฐานการบีบอัดสัญญาณภาพและเสียงของภาพเคลื่อนไหวโดยการใช้ระบบ DCT หรือ Discrete CosineTransform ซึ่งเป็นการแทนค่าตัวแปลของสัญญาณต่าง ๆ ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ซึ่งก็คล้ายกับขั้นตอนการเข้ารหัสภาพนิ่งแบบ JPEG แต่จะลดจำนวนข้อมูลที่ซ้ำ ๆ กันของภาพต่อ ๆ ไปเพราะขั้นตอนในการเข้ารหัสเพื่อบีบอัดสัญญาณวีดีโอจะนานกว่าขั้นตอนการถอดรหัสข้อมูลออกไปเป็นภาพและเสียง

MPEG1 ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับสัญญาณวีดีโอระดับ VHS ที่ใช้อัตราส่งผ่านข้อมูลเพียง 1.5 Mbpsซึ่งสามารถใช้กับเครื่องเล่น CD ทั่วไปได้ อ่านหรือเขียนข้อมูลสัญญาณลงบนแผ่น CD ได้แต่บางครั้งเมื่อเล่นแผ่นจะเห็นสัญญาณสีเป็นปื้น ๆ เลอะเป็นแห่ง ๆ เพราะว่าการถอดรหัสสีของระบบ MPEG1ยังค่อนข้างหยาบ ทำให้การให้สัญญาณสีที่จุดนั้น ๆ ไม่สามารถกำหนดเป็นสีที่ถูกต้องได้ ถ้าเป็นระบบที่ใช้ฮาร์ดแวร์ ช่วยในการถอดรหัส ก็จะแสดงผลได้เต็มจอ แต่ถ้าใช้ซอร์ฟแวร์หรือโปรแกรมในการถอดรหัสก็จะเล่นได้ชัดแค่ประมาณครึ่งจอ ซึ่งหลาย ๆท่านที่เคยใช้ CPU ระดับ 486 คงพอจะจำการแสดงผลของมันได้อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน CPU รุ่นใหม่สามารถถอดรหัส MPEG ได้แบบเต็มจออย่างไม่มีปัญหา

MPEG2 เป็นระบบบีบอัดข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยเฉพาะความแตกต่างอยู่ที่การเข้ารหัส/บีบอัดแบบนี้ ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะคำนวณผลเพื่อแทนค่าจุดสีต่าง ๆในการบีบอัดข้อมูล คอมพิวเตอร์จะแบ่งภาพบนหน้าจอออกเป็นส่วน ๆและจะไม่ทำการคำนวณเพื่อบีบอัดข้อมูลจากภาพเพียงภาพเดียว แต่จะดูล่วงหน้าไปอีกหลาย ๆ ภาพเป็นกรุ๊ป ๆ ไปกรุ๊ปของภาพชุดหนึ่ง Group of Picture หรือเรียกสั้น ๆ ว่า GOP เป็นการมองภาพครั้งละ 8-24 ภาพโดยจะดูจากภาพที่หนึ่งของกรุ๊ปเป็นหลัก จากนั้นก็ทำการเข้ารหัสภาพแล้วมองไปที่ภาพต่อไปว่ามีความแตกต่างจากภาพแรกที่ไหนจากนั้นก็ทำการเปรียบเทียบแล้วเก็บเฉพาะข้อมูลที่แตกต่างของภาพไว้เฉพาะในเฟรมนั้น และในภาพต่อ ๆไปก็จะทำการเปรียบเทียบกับภาพที่ชิดกันแล้วเก็บส่วนต่างเอาไว้ ทำให้ลดจำนวนข้อมูลที่ต้องการเก็บการส่งถ่าย และถอดรหัสลงไปได้มาก

บทความ  :  http://www.cm-dv.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 20709
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลนี้