สมัยที่ผมเรียนกิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 2 สนุกแบบงงๆครับ เพราะต้องเข้าเรียนวิชางานปั้นดินเผากับนักศึกษาอาชีวศึกษาแผนกงานปั้นดินเผา โชคดีมากครับเพราะทราบมาว่าหลังจากนั้นไม่มีนักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นใดไปเรียนอีกเลย อาจเป็นเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการจ้างอาจารย์พิเศษและอุปกรณ์เครื่องมือ-สถานที่ที่ต้องเรียนกันหนึ่งปีเต็ม เรียกได้ว่า ผมเข้าใจศาสตร์ของการปั้นดินเผาได้ดีระดับหนึ่ง เริ่มจากการทำดินขึ้นรูป การตกแต่งดินแบบต่างๆ การทำน้ำดิน การปั้นดินบนล้อหมุน การแกะสลักภาชนะดินเผา การเคลือบสี การอบดินเผาแบบต่างๆ ฯลฯ
พอเรียนรู้จนเป็น ดร. กิจกรรมบำบัด ความเข้าใจงานป้นดินเผาทำให้ผมมีความคิดที่จะอนุรักษ์ให้งานนี้คงไว้กับวิชาชีพกิจกรรมบำบัด เพราะเป็นสื่อการรักษาหนึ่งที่สามารถนำพาความหมายของกิจกรรมการใช้ฝีมือของคนแต่ละคนได้อย่างมีคุณค่า หลายคนคงไม่รู้ว่า งานป้นดินเผามีขั้นตอนที่สร้างสรรค์และจุดประกายทางจิตสังคมให้คนพัฒนาทักษะต่างๆ ในการทำกิจกรรมหลายรูปแบบ/ขั้นตอน ที่นักกิจกรรมบำบัดพึงใช้ความเชี่ยวชาญด้วยเหตุผลทางคลินิก สังเคราะห์และวิเคราะห์ขั้นตอนใดๆของการปั้นดินเผาให้ผู้ป่วยสามารถพัฒนาทักษะชีวิตได้มากมายในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทย ผมแทบจะไม่เห็นการนำงานปั้นดินเผามาสังเคราะห์และวิเคราะห์ตามกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด มีแต่ให้ครูอาชีวศึกษาสอนผู้ป่วยให้ทำในรูปแบบสอนคนทั่วๆไป แล้วอย่างนี้จะค้นหาประสิทธิผลทางกิจกรรมบำบัดได้อย่างไรกัน
ผมหนักใจไม่น้อย เพราะการของบประมาณของราชการในการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ที่มีรายละเอียดมากมายของการสร้างงานปั้นดินเผา ผมยอมลงทุนไปศูนย์หัตถกรรมงานปั้นดินเผา ณ เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้างเอกลักษณ์แห่งวิชาชีพด้วยการจัดการเรียนการสอนงานปั้นดินเผาให้นักศึกษากิจกรรมบำบัด ม. มหิดล ยอมรับว่ามีอะไรหลายอย่างที่ผมต้องเรียนรู้และรู้จักบริหารจัดการขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ต่างๆ เหนื่อยมากครับ เพราะตอนเรียน ดร. กิจกรรมบำบัด ไม่ทราบเรื่องราวเหล่านี้ แต่โชคดีที่กระบวนการเรียนรู้ที่ออสเตรเลียช่วยพัฒนาระบบความคิดของการบริหารงานกิจกรรมบำบัดจากสื่อ/สิ่งแวดล้อมในสังคมแบบนี้บ้าง
ยอมรับว่า ปัจจุบันผมทำงานบริหาร มีหลายเรื่องราวที่ต้องเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่อยากให้ได้ชื่อว่า ความรู้ท่วมหัวแล้วเอาตัวไม่รอด วันเวลาก็เร่งรีบเพราะโครงสร้างระบบราชการไม่เอื้อต่อการพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่ อาจารย์หนุ่มสาวแต่ละคนต้องขวนขวายเร่งเรียนเร่งสร้างงานจนคับข้องใจกันตามๆกัน ผมจบ ดร. กิจกรรมบำบัด แต่ไม่มีโอกาสได้มีเวลาสร้างวิชาการทางกิจกรรมบำบัดมากนัก ต้องมานั่งทำงานเอกสาร งานจัดซื้อจัดจ้าง งานธุรการ งานหาสปอนเซอร์ ฯลฯ เหนื่อยและอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ รู้สึกว่าคุณภาพชีวิตของตนเองแย่ไม่ต่างจากคนที่ไม่จบ ดร. เลย ทำไม ดร. สาขาอื่นๆ เขาสามารถทำงานธุรกิจมากมายอย่างประสบความสำเร็จและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ค่าตัว ดร. แบบระบบพนักงานมหาวิทยาลัย มีเพียงอุดมคติและค่าตอบแทนน้อยนิด ผมพยายามมองโลกในแง่ดีว่า ยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เพื่อหวังว่านักศึกษากิจกรรมบำบัด ม. มหิดล รุ่นแรกและรุ่นต่อๆไปจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและคนในสังคมไทยครับ
เมื่อมองโลกในแง่ดีและอดทนอย่างมีคติธรรม ทำให้ผมผ่อนคลายจิตใจอันเป็นอกุศลกรรมลงบ้างครับ
สู้ต่อไป ดร. กิจกรรมบำบัด ดร. ป๊อป
ปล. ผมเขียนหนังสือเล่มใหม่เสร็จแล้ว รอปลายเดือนนี้คงวางตลาดครับ แล้วท่านจะได้รู้ว่า กว่าจะเป็น ดร. กิจกรรมบำบัด งานที่มีแต่นามธรรมจะทำให้เป็นรูปธรรมต่อสังคมไทย เมื่อคนที่เรียนรู้ทางด้านนี้คิดอย่างสัจธรรม คุณธรรม และเปิดใจกว้างในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนครับผม
หนังสือเล่มใหม่เสร็จแล้ว รอปลายเดือนนี้คงวางตลาดจะรอไปซื้อมาอ่านค่ะ

ขอบพระคุณมากคุณ Sasinand ครับสำหรับภาพดอกไม้ที่เต็มไปด้วยกำลังใจและช่วยสนับสนุนงานหนังสือของผมครับ
Download
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากคุณ tony ครับ ส่งกำลังใจให้คุณ tony ประสบความสำเร็จในชีวิตเช่นกันครับ
ขอมอบกำลังใจให้พี่ ดร.ป๊อบ น่ะครับ
พี่ชายคนเก่ง
เพื่อเป็นกำลังสำคัญของ OT ครับผม
ขอบคุณมากครับน้องสุภัทร คนเก่งของ OT เช่นกันครับ
แล้วผมจะอ่านส่งมาให้ได้ไหมที่อังกฤษ เก็บเงินปลายทางก็ได้ ครับอาจารย์ป๊อบ
จะจัดส่งไปให้เอก น้องชายคนเก่งครับ ให้ด้วยความรักและคิดถึง ไม่ต้องเก็บเงินปลายทางครับ รักษาสุขภาพนะครับ
รุ่นหลังๆไม่ได้เรียนแบบนี้
คงจะสนุกน่าดูนะคะ
ขอบคุณครับน้อง OT รุ่นหลัง ถึงไม่ได้เรียนแต่เราสามารถจัดกิจกรรมการรักษาให้ผู้รับบริการเกิดความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อศิลปะที่เขาสนใจและมีแรงจูงใจได้นะครับ