เมื่อวานผมได้ไปร่วมงาน "HR Innovation 2006"  ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)  เป็นงานที่จัดขึ้นโดยนักศึกษาปริญญาโทโครงการบัณฑิตศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ภายใต้การดูแลของท่าน ศ. ดร. ชาติชาย  ณ เชียงใหม่   ในงานนี้มีนักศึกษาคณาจารย์ ศิษย์เก่า และนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HR) ประมาณ 600 คน 

      เริ่มต้นเปิดงานด้วยการบรรยายเรื่อง "ประเด็นท้าทายของ HRD"  โดย ดร. จิระ  หงศ์ลดารมณ์  ตามด้วยการบรรยายเรื่อง "ทุนมนุษย์ (Human Capital)" โดย ดร. สุรพงษ์   มาลี (สำนักงาน ก.พ.)  และคุณเดือนเพ็ญ   ภวัครานนท์ (ธ. กสิกรไทย)   ซึ่งผมไม่ได้ฟังการบรรยายในช่วงเช้า  จึงไม่สามารถเล่าละเอียดได้

       ในตอนช่วงบ่ายผมได้ฟังการบรรยายของ 2 ท่าน คือ คุณสุรพงศ์  ศุภจรรยา  จากบริษัท เอ็น โอ เค พรีซิซั่น คอมโพเนนท์  จำกัด และคุณฉัตรพงษ์   วงศ์สุข    นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)    วันนี้จะขอนำบางส่วนจากการบรรยายของคุณฉัตรพงษ์มาแชร์ให้ฟังดังนี้ครับ...

      ในฐานะนายกสมาคม PMAT   คุณฉัตรพงษ์  ได้พูดถึงการพัฒนานัก HR  ว่ามี 3 ระดับ คือ

        1. ระดับ Practioner
        2. ระดับ Professional และ
        3. ระดับ Senior Professional

      ทาง PMAT  มีแผนที่จะ Certify นัก HR ระดับ 2 และ 3  อาจอยู่ในรูปของการให้ใบประกอบวิชาชีพ  นอกจากนั้นท่านยังได้พูดถึงขีดความสามารถ หรือ Competency ที่สำคัญของนัก HR ว่าแยกได้เป็น 2 หมวดใหญ่ คือ

      1. หมวดบริหารทั่วไป หรือ Generic/Management Copetency  ซึ่งในนั้นแบ่งเป็น 3 เรื่อง คือ Personal Effectiveness, Organization Effectiveness และ Business Effectiveness

      2. หมวด HR หรือ Human Resource Competency  ซึ่งประกอบด้วย 2 เรื่องใหญ่ คือ HR Management (HRM) และ HR Development (HRD)  ซึ่งสองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องไปคู่กันเสมอ

      หากย้อนกลับมาที่ Competency ในเรื่อง Personal Effectivness (ในหมวด 1) จะพบว่ามีขีดความสามารถที่สำคัญอย่างหนึ่งซึ่งก็คือ เรื่อง ภาวะผู้นำ (Leadership)  ซึ่งคุณฉัตรพงษ์  ได้พูดถึงคุณลักษณะ 7 ประการ ของการเป็นผู้นำ (ซึ่งผมนำมาเรียบเรียงใหม่เป็นภ่ษาไทยให้ฟังคล้องจอง) ว่าจะต้อง....

     1. มองการณ์ไกล (มี Vision)
     2. ให้คุณค่าสูงสุดแก่องค์กร (Maximzing Values)
     3. สอนงานเป็น (Mentoring)
     4. เน้นการรู้จักตน (Knowing Self)
     5. ค้นหาประสบการณ์ที่ท้าทาย (Challenging Experience)
     6. ใช้ประสบการณ์สร้างภูมิคุ้มกัน (Making Sense of  Experience)
     7. ขยันสร้างความเป็นปึกแผ่น (Building a Constitnency)

      ในช่วงสุดท้าย คุณฉัตรพงษ์ ยังได้ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์  ท่านได้พูดถึง "New Mindset" ว่าจะต้อง....

     1. มองไปข้างหน้า (Proactive)
     2. มองหายุทธศาสตร์ (Strategic)
     3. กล้าที่จะเสี่ยง (Willing to take risks)
     4. มุ่งเน้นผลลัพธ์ (Results-oriented)
     5. ชัดเรื่องมูลค่าเพิ่ม (Focused on adding Value)

       ... หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะพอมองเห็นประเด็นความรู้ด้าน HR ที่ผมเก็บเกี่ยวมาจากงานนี้นะครับ และต้องขอชมเชยนักศึกษานิด้าโครงการ HR ว่าจัดงานได้น่าประทับใจยิ่งครับ