เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำหนดให้ผู้พิพากษาเข้ามามีบทบาททางการเมือง อย่างที่เรียกกันว่า “ตุลาการภิวัฒน์” จึงทำให้การเมืองไทยเกิดความลำเอียง ไม่มีความมั่นคง แบ่งพรรคแบ่งพวกทำเพื่อพรรคพวกของตนเองเสียมากกว่าที่จะทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม วันดีคืนดีบุคคลเหล่านี้ก็กลับไปตัดสินคดีความ เมื่อเป็นดังนี้คิดหรือว่าจะมีความเป็นธรรมทางการเมือง ในเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเช่นนี้ผู้ที่รับเคราะห์และน่าสงสารที่สุดก็คือประชาชนตาสีตาสาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คิดแต่เพียงว่า“ผู้แทนที่ตนเองเลือกเป็นคนดีมีความสามารถ ทำเพื่อประเทศชาติ เหมือนดังนโยบายที่กล่าวไว้ในตอนหาเสียง”

กระบวนทัศน์ทางการเมือง

วราลี นิลนนท์

คำว่า  ผู้แทนราษฎร  หมายถึง  ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนให้ทำหน้าที่แทนในสภานิติบัญญัติ          

นับตั้งแต่ประเทศไทยมี คมช. เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของบ้านเมือง โดยมีข้ออ้างว่าจะเข้ามาจัดการความวุ่นวายทางการเมืองจากการปกครองของอดีตนายก พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร โดยการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข  โดยการปฏิรูปการปกครอง  ถ้าจะบอกว่าเป็นรัฐประหารก็คงได้  ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการเมืองไทยที่จะมาเริ่มต้นใหม่ให้ดี  จึงทำให้ภาพพจน์ของประเทศไทยเสื่อมเสีย  ชาวต่างชาติมองประเทศไทยว่าขาดเสถียรภาพความมั่นคงเศรษฐกิจของไทยจึงตกต่ำ  เพราะนักลงทุนขาดความมั่นใจ  เพราะมัวแต่มาทะเลาะเบาะแว้งกัน น่าจะมีความสามัคคีในการแก้ไขปัญหากันเสียมากกว่า  เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี  2550  กำหนดให้ผู้พิพากษาเข้ามามีบทบาททางการเมือง  อย่างที่เรียกกันว่า  ตุลาการภิวัฒน์  จึงทำให้การเมืองไทยเกิดความลำเอียง  ไม่มีความมั่นคง  แบ่งพรรคแบ่งพวกทำเพื่อพรรคพวกของตนเองเสียมากกว่าที่จะทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม  วันดีคืนดีบุคคลเหล่านี้ก็กลับไปตัดสินคดีความ  เมื่อเป็นดังนี้คิดหรือว่าจะมีความเป็นธรรมทางการเมือง  ในเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเช่นนี้ผู้ที่รับเคราะห์และน่าสงสารที่สุดก็คือประชาชนตาสีตาสาที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คิดแต่เพียงว่าผู้แทนที่ตนเองเลือกเป็นคนดีมีความสามารถ  ทำเพื่อประเทศชาติ  เหมือนดังนโยบายที่กล่าวไว้ในตอนหาเสียง  เหตุการณ์กลับตาลปัตรเกิดการแย่งชิงอำนาจทะเลาะวิวาทกัน  ต่างฝ่ายต่างยื้อแย่งเพื่อให้ตนเป็นฝ่ายชนะและมีอำนาจ  ประชาชนเลือกเข้าไปแล้วแทนที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  กลับไปทะเลาะกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก  การเมืองจึงล่มสลายเพราะนักการเมืองไม่ปฏิบัติตามกฎกติกาทางการเมือง  ใครอยากได้อยากมีอะไรก็แห่กันไปประท้วงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ  เศรษฐกิจตกต่ำประชาชนอดอยาก  ถ้ามั่งมีศรีสุขอย่างคุณท่านทั้งหลายก็ไม่เดือดร้อน  แต่หาเช้ากินค่ำอย่างตาสีตาสาก็ต้องลำบากเป็นอย่างมากที่เดียว  ถ้าจะเปรียบเปรยคงจะต้องยืมคำว่า  เคราะห์ซ้ำกรรมซัด   มาใช้   สถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางดีมากน้อยแค่ไหน จะแก้ปัญหาได้ทั้งในระยะยาวและระยะสั้นได้หรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ มุมมองและความเข้าใจสถานการณ์ของนักการเมืองเป็นสำคัญ

 

อย่างไรก็ตามขอให้ท่านทั้งหลายได้ทราบความปรารถนาที่แท้จริงของประชาชน หากพวกท่านปฏิเสธไม่สะท้อนความคิดเห็นหรือดำเนินการใดๆ ก็ย่อมแสดงว่า ท่านไม่อยู่ในฐานะตำแหน่งที่จะเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญนี้ ท่านอาจจะคิดว่าประชาชนจะเลือกตั้งท่านเข้ามาอีก แต่วิถีแห่งอำนาจของประชาชนไม่ได้มีเฉพาะการเลือกหรือไม่เลือกใครในการเลือกตั้งเท่านั้น ฉะนั้นควรทำหน้าที่ของท่านให้เต็มความสามารถอย่างดีที่สุด จะได้เป็นการสนองบุญคุณแก่แผ่นดินและแสดงความเคารพต่อสิทธิอำนาจของมหาชนทั้งปวง

เอกสารอ้างอิงและขอบคุณที่เอื้อเฟื้อภาพ

tdsmagazine.blogspot.com/2007/10/blog-post.html

www.oknation.net