ตลอดชีวิตของ "ตาปา" มราบรีผู้สูงวัย ยังคิดและไฝ่ฝันที่จะกลับไปอยู่ป่า แม้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีป่า ถึงมีป่าก้อยู่ไม่ได้ เพราะเป็นห่วงลูกหลาน ไม่มีอาหารกิน ไม่มียา ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หนาว....
แบ่งปัน เท่ากัน
อาหารที่ล่าได้ แบ่งปันอย่างเท่าเทียม วันนี้ อาหารที่มีผู้ใจดียิบยื่นให้และนำมาฝาก ก็ยังแบ่งปันอย่างเท่าเทียม เช่นเดิม
ขนมกรบกรอบ เด็กมาบรีรู้จักมากกว่าหัวมันที่ตาปาเคยกิน
วันหนึ่ง ตาปา พาเด็กๆ เข้าไปเดินป่า
ตาปา เล่าชีวิตที่อยู่ป่า เด็กฟังอย่างมีจินตนาการ (ตามที่เคยเห็นในทีวี....)
ตาปาเล่าตอนที่ตกต้นไม้ ผึ้งต่อย หูฉีก ด้วยท่าทางและความจริงจัง "เด็กงง! "
อนิจจา....มราบรี....มรา แปลว่า คน บรี แปลว่า ป่า.....
ป่าเป็นมากกว่าปัจจัยสี่ แต่มันเป็นบ่อเกิดของวิถีชีวิตมราบรี
สภาพแวดล้อม เป็นตัวกำหนดวัฒนธรรมของคน ในทางกลับกัน คนก็สร้างวัฒนธรรมไปรักษาสิ่งแวดล้อม ต่างฝ่ายต่างแบ่งปันรู้รักษากัน
ผมคิดต่อไปว่า มันหมายความว่า ในวัฒนธรรมทุกรูปแบบล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับป่า กับสิ่งแวดล้อมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพียงแต่เราจะโยงมันถึงหรือเปล่าเท่านั้น ซึ่งถ้าโยงถึง เราจะเห็นป่าที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมวัยรุ่น เห็นป่าสัมพันธ์กับสื่อโฆษณา เห็นป่าในโทรศัพท์มือถือ
แวะมาทักทาย ให้กำลังใจครับ อย่าลืมไปเยี่ยมบล็อกผมบ้างนะครับ (ทั้ง 3 บล็อก)
อ้อ วัฒนธรรมบางอย่าง ก็อาจจะไปทำร้ายธรรมชาติโดยไม่รู้ตัวก็มีนะครับ
ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง อาจจะช่วยให้มราบรีมีชีวิตที่ดีขึ้นในสภาพการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
การถากป่าให้มากๆ เพื่อจะได้ปลูกข้าวโพดให้ได้เยอะๆ ไม่ดีเสมอไป ป่าเสียหาย บางปีข้าวโพดราคาตก ขาดทุน กู้ เป็นหนี้
จะคอยติดตามนะครับ อ.สุเรียน
ขอบคุณครับ คุณปึมปื้อ.....
มาตรา 63 ของรับธรรมนูญ พี่น้องมราบรียังรู้จักมากกว่าทฤฎีพอเพียง ครับผม
ขอบคุณคะที่มีเรื่องเล่าดี ๆให้ฟังคะ
แวะมาทักทายพี่สุเรียนจ๊าาาาา....
จำน้องสาว นู๋นงค์ได้ไหม
ตอนนี้อยู่อัยการสูงสุดนะจ๊ะ เป็นสาว กทม.ไปแว้ว
แต่ก็คิดถึงคนเมืองน่านตลอดเวลาจ๊าาาา
แวะไปเที่ยวที่ สสจ.บ้างเวลากลับค่ะ
ว่างๆ ก็โทรมาทักทายกันได้นะคะ 081-0335798 ที่ทำงานก็ 02-5154169
คิดถึงพี่สุเรียนจ๊าาา....................
นู๋นงค์