วันนี้เหลือบเห็น " ปฏิทินยาเสี่ยง "ในตึกผู้ป่วยใน ซึ่งจัดทำโดยทีม PTC ตั้งแต่ ปี 2549 รูปเล่มน่ารักมาก น่าจับน่าอ่าน เคลือบอย่างดี

       คำนำ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะวิชาชีพพยาบาลได้รับข้อมูลยาเสี่ยง เพื่อใช้ในการติดตามประเมินซ้ำและเฝ้าระวังความเสี่ยงซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ โดยจะเน้นยาที่มีผลต่อระบบหัวใจและการหายใจเป็นสำคัญ

         โดยเนื้อหาประกอบด้วย

         ข้อมูลการบริหารยาที่ควรระมัดระวัง

         ผลข้างเคียงและอาการของการเกิดพิษที่สำคัญ

         อาการสำคัญที่ควรติดตามเฝ้าระวังหลังจากให้ย้า

         ข้อมูลยากลุ่มเสี่ยง 17  รายการ ดังนี้

        1. adrenaline inj     

        2.atropine inj

        3.amiodarone inj

        4.adenosine inj

        5.calcium gluconate inj

        6.diazepam inj

        7.digoxin inj

        8.dextran

        9.lidocaine inj

        10.KCL inj

        11.MgSO4 inj

        12.dopamine inj

        13.morphine inj

        14.pethidine inj

        15.propofol inj

        16.  3% NSS

       17.Succinyl inj

      ซึ่งจะเห็นว่ามีมากมาย ในแต่ละโรงพยาบาลจะมีการจัดการขึ้นบัญชียากลุ่มเสี่ยง แตกต่างกันบ้าง แล้วแต่นโยบายการใช้ยา  แต่ในหลักการเดียวกันคือ การบริหารยาด้วยความปลอดภัย

     ตัวอย่างที่เห็นใน case วันนี้มีปัญหา hyponatemia แพทย์สั่งให้ 3% NSS rate 20 cc/hr ใน order พยาบาลหรือเภสัชกรเบิกยา พร้อมมีใบสีเขียวสะท้อนแสงติดมาด้วยในแนบหรือติดไว้หน้าชาร์ทผู้ป่วย เพื่อเฝ้าระวัง โดยมีข้อว่า

     ***  ชื่อ - สกุล .........................เตียง.............

            วันที่ให้ยา............

           3% NSS    ...... cc ( 513mEq/500 c.c ) iv infusion ........ c.c /hr

           (ขนาดสูงสุดไม่เกิน 1 mEq/kg/hr )

         รายงานแพทย์เมื่อ plasma Na มากกว่า 145 mEq/L ;RR น้อยกว่า 12 ครั้ง/นาที

         อาการพิษ ; กล้ามเนื้อกระตุก,อาการขาดน้ำ,ชัก,คลื่นไส้,อาเจียน ,ปวดท้องหรือท้องเสีย

   เป็นข้อเตือนใจให้พยาบาลบริหารยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย 

 

           รายละเอียดในปฏิทินยาเสี่ยง จะระบุ 

- เรื่องการบริหารยา เช่น iv infusion เท่านั้นและใช้ยา infusion pump ไม่ควรเกิน 100 ml/hr

- อาการข้างเคียง/อาการพิษของยา เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสียปวดท้อง ,hypocalcemia ,hypokalemia,hypernatremia 

       *** แก้ไขภาวะ hypernatremia โดยใช้ diuretic และ ให้ free water แทน

              osmotic pantime myelinolysis (ภาวะสมองบวม กดบริเวณศูนย์ควบคุมการหายใจ มักไม่ค่อยพบในเด็ก )

- อาการที่ต้องรายงานแพทย์

   *ระดับโซเดียม มากกว่า 145 ,โปแตสเซียม น้อยกว่า 3.5

  * cl มากกว่า 106 และ bicarbonate น้อยกว่า 14

   *ภาวะโปแตสเซียมต่ำ คือ เพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนแรง ตะคริว ไม่มี reflex (กรณีต่ำมาก ๆ)

   * หายใจช้าลง ( RR น้อยกว่า 12/min )

     ภาวะแคลเซียมต่ำ คือ อ่อนแรง แขน ขาชาเป็นตะคริว เกร็ง กระตุก ชัก มือจีบ หรือซึม

     ภาวะโซเดียมสูง คือ มีอาการขาดน้ำ กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ในเด็กอาจพบว่า มีไข้สูง

นี้เป็นเพียงตัวอย่างที่บริหารความเสี่ยงทางยาชนิดหนึ่งใน 17 ตัวที่กล่าวมา  

      เห็นอย่างนี้ก็มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในเรื่องยา

                                     *************************