ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาจากประสบการณ์ของผมเอง ในฐานะที่เคยเป็นทั้งลูกน้องและเคยเป็นทั้งนาย จึงขอนำประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง แต่ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวก่อนว่าเขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ ดังนั้นจึงไม่สามารถยืนยันความถูกต้องตามหลักวิชาการได้ ดังนี้ครับ
1. มองนาย
คนเป็นลูกน้องก่อนอื่นต้องศึกษานายครับว่านายเป็นคนแบบไหน ทั้งลักษณะการทำงาน นิสัยใจคอ ประวัติส่วนตัว เพื่อที่จะทำงานได้ตรงกับความต้องการของนาย ทั้งรูปแบบและเนื้อหา
ลูกน้องบางคน ไม่สนใจนายครับ เป็นประเภทเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของตัวเองเป็นหลัก ลูกน้องประเภทนี้มักจะมีปัญหากับนายครับ
2. ขายความคิด
คนเป็นลูกน้องส่วนใหญ่ก็ต้องรับคำสั่งหรือรับนโยบายการทำงานจากนาย แต่บางครั้ง ต้องมีจุดยืนเป็นตัวของตัวเอง นั่นคือต้องเสนองานหรือแนวคิดใหม่ๆ ในการทำงานบ้าง เพื่อแสดงความรู้ความสามารถที่มีอยู่ให้ปรากฏออกมา ให้เป็นที่ยอมรับ
ลูกน้องบางคนไม่ชอบคิดหรือไม่ชอบเสนองานใหม่ครับ มักจะชอบทำงานตามสั่งจนเคยชิน จนขาดความเป็นตัวของตัวเองไป
3. ถูกผิดอยู่ที่นาย
ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ เพราะการทำงานในองค์กร การตัดสินใจขึ้นอยู่กับนายครับ ผู้เป็นลูกน้องก็มีหน้าที่เสนองานไป แล้วก็รอการตัดสินใจจากนาย ถ้านายโอเคก็ลุยงานไปได้เลยให้เต็มที่ แต่ถ้านายเซโน ก็ต้องถอยครับ ห้ามคิดแทนนายหรือดึงดันจะต้องทำให้ได้ เพราะถ้านายตัดสินใจ จะถูกหรือผิดก็อยู่ที่นาย นายเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบเองครับ
ลูกน้องบางคนคิดว่างานนี้เป็นงานของตัวเอง เมื่อจะทำแล้วก็ต้องทำให้ได้ โดยไม่สนใจการตัดสินใจของนาย และลืมคิดไปว่าองค์กรนี้มีนายเป็นผู้ตัดสินใจ บางครั้งเมื่อนายปฏิเสธงานที่เสนอไป ก็ไม่พอใจ เอาไปต่อว่าลับหลังเสียๆหายๆ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องครับ
ก็ขอฝากเทคนิค “ มองนาย ขายความคิด ถูกผิดอยู่ที่นาย” ไว้เป็นข้อคิดในการทำงานของคนเป็นลูกน้อง ซึ่งผมไม่ขอยืนยันในความถูกต้องตามทฤษฎี แต่ผมเขียนขึ้นมาจากประสบการณ์จริงที่นำไปใช้แล้วได้ผล
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่าน ผอ...
สำหรับผู้เขียน...
ขอบคุณค่ะท่าน...ดีด้วย ก็จะดีตอบค่ะ
เป็นความคิดเห็นที่สะท้อน "นาย" ออกมาได้ดีมากครับ
ช่วยกระตุ้นต่อมคนเป็นนายได้เป็นอย่างดี
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ก็เห็นด้วยนะคะกับประสบการณ์ของท่าน แต่เมื่อเป็นนายแล้วนอกจากจะให้ลูกน้องศึกษานายแล้ว นายน่าจะศึกษาลูกน้องด้วยนะคะ เพราะลูกน้องบางคนอยากทำงานให้เต็มที่ค่ะ แต่สังคมนั้นๆมักจะมองว่า.....ขานายค่ะ หรือการเปิดโอกาสให้กับคนไม่เก่งและไปกระตุ้นเขาให้เดินไปให้ถูกทางตามวิถีขององค์กรที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามกระแสต่างๆ ไม่ว่าจะนายเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน แนวทางการดำเนินงานภายในองค์กรเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน กระแสสังคมเปลี่ยน หรืออะไรอีกมากมาย แต่คนบางคนยังยืนอยู่ที่เดิม ถ้าคุณเป็นนายคุณควรช่วยเขาให้หลุดจากปลักตรงนั้นมาให้ได้ .....
สวัสดีครับท่าน ผอ ...
ผมชื่อนายนัทธี ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ... ผมได้อ่านบันทึกนี้แล้วชอบครับ โดยเฉพาะข้อที่ 2. ขายความคิด
จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมนะครับ ผมเคยพบและเคยเห็นครับว่า ... การที่เราเป็นเพียงแค่พนักงานเท่านั้น ขอย้ำว่า “เป็นเพียงแค่พนักงาน” ห้ามทำงานเกินคำว่าพนักงาน พนักงานควรทำงานมีขอบเขต ห้ามเสนอแนวคิด หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าห้ามทับเส้น แต่ในเมื่อพนักงานท่านนั้นมีจุดยืนเป็นตัวของตัวเอง อย่างที่ ผอ. ได้สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ ต้องเสนองานหรือแนวคิดใหม่ ๆในการทำงานบ้าง เพื่อแสดงความรู้ความสามารถที่มีอยู่ให้ปรากฏออกมาให้เป็นที่ยอมรับ
ดังนั้นแล้วจะทำอย่างไรดีในเมื่อโดยตีกรอบทางความคิด....เอาไว้
ขออนุญาตมอบพวงมาลัยคล้องมือให้กับท่านผอ. ครับ
ด้วยความเคารพ
นัทธี สติปัญญาเข-ลา
29/8/51
ครับ มันเป็นธรรมชาติของคนครับ
เข้าใจธรรมชาติของคน ก็จะนำพางานไปได้
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณครูแว่นตา
บันทึกนี้ ผมเขียนในมุมมองของลูกน้องครับ
ส่วนที่คุณครูแว่นตาเขียนมา เป็นมุมมองของคนที่เป็นนายครับ
คุณครูแว่นตาไม่ลองเขียนประเด็นของคนที่เป็นนายบ้างหรือครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณนัทธี
จากประสบการณ์ของผม คนเป็นนายชอบลูกน้องที่มีความคิดความอ่านเป็นตัวของตัวเองครับ
แต่ก่อนที่จะ "ขายความคิด" อะไรออกไป ต้องให้นายเขา "ไว้ใจ" เราก่อนครับ
และการที่จะให้นายเขาไว้ใจ ก็คงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองให้นายเห็นครับ
อย่าเพิ่งใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป ค่อยเรียนรู้ ค่อยพัฒนาตัวเอง ค่อยแสดงผลงาน เมื่อมีผลงานในระดับที่นายพอใจแล้ว นายก็จะไว้ใจครับ
เมื่อนายไว้ใจ เราจึงค่อย "ขายความคิด"
ขอบคุณครับ
ในฐานะที่เป็นลูกน้อง การมองนาย ศึกษานายเห็นสมควรอยู่มาก และถ้าหากเรามองแล้วพบว่านายที่เราทำงานด้วยชอบให้ลุกน้องขายความคิดออกมา แต่ละคนก็เสนอความคิดของตนออกไป ซึ่งไม่ตรงเลยกับนายคิดเอาไว้ พอนายบอกว่าฉันมีแนวคิดเรื่องนี้เป็นอย่างนี้ทุกคนจะว่าอย่างไรและอยากให้แนวคิดนี้เป็นนโยบาย....สรุป....
สวัสดีครับ ครูแว่นตา
การขายความคิด ก็เหมือนกับเราเป็นเซลแมนไปขายของครับ
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่เราจะขายความคิดได้
เหมือนกับขายความคิดให้ "นาย" ก็เป็นเรื่องที่ยากไม่แพ้กัน
ผมเอง ก็ใช่ว่าจะขายความคิดเก่งนะครับ
นานๆที ผมถึงจะขายได้สักความคิด
หรือนายบางคน ผมขายความคิดไม่ได้เลยก็มี
บางครั้งก็ต้อง "ทำใจ" ครับ
เพราะ "นโยบาย" (นาย) ย่อมเหนือ "เหตุผล"(ลูกน้อง)
ขอบคุณครับ
ท่านอธิบายได้ชัดเจน เห็นสัจธรรม และจริงที่สุด...ขอบคุณมากค่ะ ที่เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สุดท้ายนี้ขออ้างถึงอำนาจแห่งพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ครอบครัว และสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเพื่อตอบแทนคุณของแผ่นดิน ตราบเท่าที่ท่านจะสามารถทำต่อไปได้ทั้งในปัจจุบันนี้และในอนาคต...ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
ขอขอบคุณคุณครูแว่นตาอีกครั้งครับ