เรื่องการพัฒนา “ผู้นำ” ขององค์กรซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ ที่แทบทุกหน่วยงาน ต่างปวดเศียรเวียนเกล้า เล่าว่ายากหนักหนากระนั้นก็ดี

แม้ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญแต่ต่างเห็นว่าเป็นประเด็นที่ต้องทำ เพราะองค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันตระหนักถึงความสำคัญของผู้นำต่อความสำเร็จขององค์กร จะรุ่งหรือจะริ่งจะวิ่งถึงเส้นชัย หรือไม่ติดแม้รอบแรกจะมีทีมที่พร้อมจะ “แตกต่างแต่ไม่ แตกแยกหรือ ตบตีกันเองเรื่อยไป...ขึ้นกับผู้นำทั้งสิ้นจากการหารือกับผู้นำกลุ่มนี้ เราสรุปกันได้ว่ามีปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาผู้นำ ปัจจัยนี้เป็นได้ทั้งอุปสรรคที่ดักอยู่ เป็นศัตรูตัวฉกาจ หรือเป็นพลังผักดัน เป็นตัวสร้างสรรค์ ส่งให้การพัฒนาผู้นำทำได้ดังใจปัจจัยนั้นคืออะไร

ใจผู้นำเอง

ในการพัฒนาผู้นำ หากเจ้าตัวไม่เอาด้วย ไม่เห็นความสำคัญ มีอัตตาสูง...ฉันไม่เก่งอย่างนี้มีหรือจะอยู่ตรงหัวแถวได้ ทำตนเป็นน้ำเต็มแก้ว รินเพิ่มเท่าไรมีแต่จะล้นเอ่อหากผู้นำเปิดใจ กระหาย ใคร่รู้ อยากดูว่าคนอื่นเขาทำอย่างไรหนอ เราจะพอเรียนรู้จากเขาได้บ้างไหม มันน่าจะมีวิธีใหม่ๆ ให้ลองบ้าง เรียนรู้ที่จะมองตัวเองแบบขำๆ ยอมรับว่าผิดได้ ผิดเป็นไม่เห็นแปลกบางครั้งเราเรียนรู้จากความล้มเหลวได้มากกว่าจากความสำเร็จเสียด้วยซ้ำ หากผู้นำผ่านด่านแรก โดยพร้อมเปิดใจ พร้อมเปิดมุมมอง ลองเล็งตัวเองจากมุมซ้าย มุมขวาเพื่อหาที่พัฒนา ผู้นำท่านนั้นจึงจะเริ่มมีโอกาสในการสร้างหรือเสริมภาวะผู้นำของตนเองอย่าพึงหวังว่าจะนำหรือเอาชนะใจใครได้ หากตัวเองยังไม่สามารถชนะใจตัวเองได้เป็นลำดับแรกด่านนี้จึงยากสุดพวกเราในห้องสัมมนาจึงร้องอ๋อ! มิน่าเล่า...เราไม่ควรกลั้นใจเฝ้ารอให้ผู้นำหรือนายๆ ของเราพัฒนาภาวะผู้นำในเร็ววัน เนื่องจากเราอาจตายได้เพราะต้องกลั้นใจนาน-น...มากท่านหลวงปู่ชาได้สอนว่าเราต้องระวัง "ความคิด" เพราะความคิดของเราจะส่งผลกับพฤติกรรม พฤติกรรมเมื่อทำซ้ำๆ ก็จะกลายเป็นความเคยชิน ความเคยชินนั้น นานๆ เข้าก็จะกลายเป็นนิสัย ซึ่งในที่สุดเป็นปัจจัยบ่งชี้ถึงชะตาชีวิตของเราDr. Peter Drucker หนึ่งในนักวิชาการชั้นนำของโลก พูดเรื่องภาวะผู้นำและการบริหารจัดการว่า “You are what you think” - ท่านเป็นในสิ่งที่ท่านคิดRene Descartes ปราชญ์ชาวฝรั่งเศส บอกว่า “Je pense, donc je suis” - I think, therefore I am - ฉันคิด ฉันจึงเป็น

ทั้งหมดเริ่มจากทัศนคติ จากมุมคิด มุมมอง จาก ใจทั้งสิ้น หากจิตปิดเสียตั้งแต่แรก...เรียกว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีเลยในมุมมองของผู้บริหารกลุ่มนี้ ขั้นต่อไปของการพัฒนาผู้นำคือการขวนขวายเรียนรู้แนวทางและวิธีการใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเอง การมีใจและทัศนคติที่ดีในการพัฒนา ส่งผลให้ผู้นำไขว่คว้า หาความรู้ การเรียนรู้เรื่องภาวะผู้นำ ทำได้อย่างน้อย 2 รูปแบบคือ

1. การฝึกอบรม เข้าสัมมนา เรียนรู้จากห้องเรียน หรือตำรา

2. การศึกษาแนวทางตัวอย่าง หรือต้นแบบของการเป็นผู้นำจากสถานการณ์จริง เหตุการณ์จริง คิด ทำ ตัดสินใจโดยผู้นำตัวเป็นๆ เห็นๆ กันอยู่ ยิ่งตอนนี้ยิ่งมีให้ดูมากในบ้านเมืองเรา ดูว่าเขาทำอย่างไร อะไรดีเก็บไว้ อะไรร้าย ก็ไม่ต้องใส่ใจมาก

ทั้ง 2 วิธีมีส่วนช่วยให้เรามีมุมมองใหม่ๆ ได้ขยายกรอบความคิด ยืดโลกทัศน์ หัดมองและคิดวิเคราะห์ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเองเมื่อได้มุมมองใหม่ๆ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการนำไปลองทำ ลองปฏิบัติจริง

ท่านผู้บริหารกลุ่มนี้มีความคิดตรงกันว่า ความรู้หากมีท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ถือว่ารู้ไม่จริง ไม่รู้ดีกว่า เสียเวลา เสียสมองอาทิ ได้เรียนรู้จากตำราฝรั่งว่าผู้นำต้องรู้จักสร้างขวัญกำลังใจทีมงาน การชมผู้ที่มีผลงานดี ถือเป็นวิธีหนึ่งเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ตลอดจนเติมขวัญกำลังใจให้ลูกน้องเมื่อผู้บริหารเรียนรู้แนวทางในการชม แต่ไม่เคยใช้ ก็เหมือนไม่ได้เรียนเพราะนอกจากจะลืมหมดจดในอีกไม่นาน ความเชี่ยวชาญซึ่งเกิดจากการปฏิบัติ จะขาดไปแน่นอน เมื่อจะเริ่มชมก็ขัดๆ เขินๆ ไม่มั่นใจเดี๋ยวใครจะว่ายังงู้น ยังงี้...ไม่ทำดีกว่าดังนั้นการพัฒนาภาวะผู้นำ ต้องลองทำจริง เมื่อทำแล้วจะได้ปรับแต่งให้พอเหมาะพอดีกับองค์กรกับสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมของหน่วยงาน

ตัวอย่างเช่น ในสังคมไทยๆ ในหลายหน่วยงาน ชมใครแบบโจ๋งครึ่มเกินไปก็ใช่ว่าดี ใครๆ ก็มักมีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ เจ้าผืนเสื่อขี้อิจฉา มักก่อเรื่องรวน...ก็นายเขาชมว่าเก่ง คงไม่ต้องให้พวกเราช่วยนี่...เก่งนักพี่ก็ทำเองดีไหม ก็ผมไม่เก่งอย่างพี่ไงครับหากไม่ได้ลองใช้ทักษะของความเป็นผู้นำ เช่นการชมลูกน้อง ก็จะบอกไม่ได้ว่าจะปรับ จะแก้ จะเพิ่ม หรือเสริมส่วนไหนจะได้พอเหมาะลงตัวนั่นคืออีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาตัวเองในการเป็นผู้นำ คือการมองสะท้อนย้อนกลับเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เพื่อดูว่าสิ่งที่ทำไปใช้ได้หรือไม่ ผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามเป้าที่วางไว้ไหม ถ้าได้เป็นเพราะทำอะไรถูกแล้ว ครั้งถัดไปจะได้ทำอีก หากไม่เป็นไปตามคาดหมาย ต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่ใด ครั้งใหม่ต้องปรับตรงไหน ต้องลด ต้องเพิ่ม ต้องเติมอะไรมืออาชีพต่างกับมือสมัครเล่นตรงนี้มืออาชีพ พันธุ์แท้จะจดจำและเรียนรู้จากความสำเร็จปรับปรุง ขจัดจุดอ่อนจากความล้มเหลว มิได้เอาแต่เดินจ้ำอ้าว ไม่เว้นจังหวะหา “Lessons Learned” หรือบทเรียนทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น