เมื่อวานกับวันนี้โรงเรียนเราจัดการอบรมให้แก่ครู เรื่อง การจัดการความรู้ เป็นการอบรมที่เป็นมิตรที่สุด ระหว่าง 2 โรงเรียน คือโรงเรียนสองคอนวิทยาคม และโรงเรียนวังม่วงวิทยาคม เข้ากับได้ดีระหว่างผู้บริหารคือท่าน ผอ.รัก ธนสัตย์สถิตย์ และ ผอ.บุญสม ภู่เจริญ และครูทุกท่าน สนุกกับการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการอบรมค่ะ
สำหรับวิทยากรล้วนแล้วแต่มืออาชีพทั้ง 3 ท่าน ท่านแรกคือ ศน.มนูญ ปิยะคิม หัวหน้าทีม หนุ่มใหญ่ไฟแรง ศน.อรวรรณ เทียนคำศรี อาจารย์เราเองตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยมใส่คอซอง และสุดท้าย คือศน.ปฐมาภรณ์ แก้วทอน ศน.เก่าแก่แต่ไม่แก่เจอทีไรก็ยังเป็นผู้นำด้านแฟชั่นเสมอ ซึ่งทั้งสามท่านเป็นผู้นำกระบวนการ KM มานำเสนอให้เราได้รับความรู้กันอย่างสนุกสนานมากๆๆ
ครั้งแรกที่รู้จัก KM ซึ่งรู้มานานแล้วตั้งแต่เรียน ป.โท แต่ไม่เคยได้รับการอบรมที่ไหน เพิ่งจะได้เรียนรู้ก็ตอนนี้รายละเอียดมากมายค่ะ เริ่มเลยนะ
ประเภทของความรู้
1.ความรู้เด่นชัด(Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือวิชาการ อยู่ในตำรา คู่มือการปฏิบัติงาน
2.ความรู้ซ่อนเร้น(Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคนเป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานเป็นภูมิปัญญา
การอบรมวิทยากรนำโมเดลปลาทูของ สคส.มานำเสนอ ที่เปรียบการจัดการความรู้ เหมือนกับปลาทูหนึ่งตัวที่มี 3 ส่วน คือ
1. ส่วน “หัวปลา” (Knowledge Vision- KV) หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า “เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย “หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คุณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ
2.ส่วน “ตัวปลา” (Knowledge Sharing-KS) เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ซึ่ง “คุณอำนวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ” พร้อมอำนวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม ให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้ และเกิดนวัตกรรม
3.ส่วน “หางปลา” (Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ICT ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด นำไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ พร้อมยกระดับต่อไป
คนสำคัญที่ดำเนินการจัดการความรู้
1. ผู้บริหารสูงสุด (CEO)
ถ้าผู้บริหารต้องเห็นคุณค่าและดำเนินการผลักดัน KM ผู้บริหารสูงสุดควรเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมจัดการความรู้ โดยกำหนดตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่ “คุณเอื้อ (ระบบ)” ของ KM
2.คุณเอื้อ (Chief Knowledge Officer-CKO) “คุณเอื้อ” หา “คุณอำนวย” และร่วมกับ “คุณอำนวย” จัดให้มีการกำหนด “เป้าหมาย/ หัวปลา” ในระดับย่อยๆ ของ “คุณกิจ/ ผู้ปฏิบัติงาน”, คอยเชื่อมโยง “หัวปลา” เข้ากับ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ขององค์กร, จัดบรรยากาศทักษะในการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดสรรทรัพยากรสำหรับใช้ในกิจกรรมจัดการความรู้ พร้อมคอยเชื่อมโยงการจัดการความรู้เข้ากับกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ทั้งภายในและนอกองค์กร ติดตามความเคลื่อนไหวของการดำเนินการ ให้คำแนะนำบางเรื่อง และชื่นชมในความสำเร็จ อาจจัดให้มีการยกย่องในผลสำเร็จและให้รางวัลที่อาจไม่เน้นสิ่งของ แต่เน้นการสร้างความภาคภูมิใจในความสำเร็จ
3. คุณอำนวย (Knowledge Facilitator-KF)
เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกในการจัดการความรู้ ความสำคัญของ “คุณอำนวย” อยู่ที่การร่วมกับ “คุณเอื้อ” จัดให้มีการกำหนด “หัวปลา” ของ “คุณกิจ” อาจจัด “มหกรรม หัวปลา” เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ “หัวปลา” จัดตลาดนัดความรู้ เพื่อให้ “คุณกิจ” นำความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดความรู้ออกมาจากวิธีทำงานที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้น เพื่อการบรรลุ “หัวปลา”
จัดการดูงาน หรือกิจกรรม “เชิญเพื่อนมาช่วย” (Peer Assist) เพื่อให้บรรลุ “หัวปลา” ได้ง่าย หรือเร็วขึ้น โดยที่ผู้นั้นจะอยู่ภายในหรือนอกองค์กรก็ได้ เรียนรู้วิธีทำงานจากเขา เชิญเขามาเล่า หรือสาธิต
จัดพื้นที่เสมือนสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสำหรับเก็บรวบรวม ขุมความรู้ที่ได้ เช่น ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ ซึ่งรวมทั้งเว็บไซต์ เว็บบอร์ด เว็บบล็อก อินทราเน็ต จดหมายข่าว เป็นต้น และส่งเสริมให้เกิด ชุมชนแนวปฏิบัติ (Cop – Community of Practice) ในเรื่องที่เป็นความรู้ หรือเป็นหัวใจในการบรรลุเป้าหมายหลักขององค์กร เชื่อมโยงการดำเนินการจัดการความรู้ขององค์กร กับกิจกรรมจัดการความรู้ภายนอก เพื่อสร้างความคึกคัก และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับภายนอก
4. คุณกิจ (Knowledge Practitioner-a KP)
“คุณกิจ” หรือผู้ปฏิบัติงาน เป็นพระเอก หรือนางเอกตัวจริงของการจัดการความรู้ เพราะเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมจัดการความรู้ประมาณร้อยละ 90 – 95 ของทั้งหมด “คุณกิจ” เป็นเจ้าของ “หัวปลา” โดยแท้จริง และเป็นผู้ที่มีความรู้ (Explicit Knowledge & Tacit Knowledge) และเป็นผู้ที่ต้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใช้ หา สร้าง แปลง ความรู้เพื่อการปฏิบัติให้บรรลุถึง “เป้าหมาย/ หัวปลา" ที่ตั้งไว้
5. คุณประสาน (Network Manager)
เป็นผู้ที่คอยประสานเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างหน่วยงาน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงที่กว้างขึ้น เกิดพลังร่วมมือทางเครือข่ายในการเรียนรู้และยกระดับความรู้แบบทวีคูณ
ทั้งหมดนี้ทั้งหลายทั้งปวงต้องยกประโยชน์ให้กับ ศน.ที่นำเอกสารการอบรมดีๆ มาให้เราได้ศึกษาเราก็เลยสรุปให้ผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียนเราได้ความรู้บ้าง โดยไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน (ขำ ๆๆ)
สรุปว่าการจัดการความรู้ จะต้องรู้ถึงเรื่องที่จะจัดให้ชัดเจน หากคิดหัวปลาผิดการดำเนินการก็จะผิดไปคนละทิศละทาง และแก้ปัญหาไม่ได้เลยนะจะบอกให้ ความหมายและความสำคัญของบุคคลทั้ง 5 ข้อ นับว่าจะต้องประสานกัน ขอใช้ความว่าประสานกันด้วยความจริงใจนะ จึงจะสู่เป้าหมายของกระบวนการ KM นะ และที่สำคัญใครจัดอบรมให้เราแล้วอย่าทอดทิ้งนะขอบอก ต้องมานิเทศติดตามและพาเราไปดูงานเกี่ยวกับการจัดการความรู้มาก ๆ
เก่งมาก ขอชื่นชม สิ่งที่ครูตุ๊กได้เรียนรู้บรรจงร้อยออกมาได้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาเราทำ KM มาโดยตลอดแต่เป็นการจัดการในสไตล์ของเราเอง พิสูจน์ได้จากจาก KA ของโรงเรียน
เก่งมาก ขอชื่นชม สิ่งที่ครูตุ๊กได้เรียนรู้บรรจงร้อยออกมาได้อย่างชัดเจน ที่ผ่านมาเราทำ KM มาโดยตลอดแต่เป็นการจัดการในสไตล์ของเราเอง พิสูจน์ได้จากจาก KA ของโรงเรียน