ปราสาทตาเมือนธม.....ความขัดแย้งไทย-เขมรที่หาวันจบยาก

 

ปราสาทตาเมือนธม ความงามในดงระเบิด

       กลุ่มปราสาทตาเมือนธม อยู่ในเขตหมู่บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็นเขตของกัมพูชา พื้นที่ของหมู่บ้านไพรเวงและบ้านกู่ ตำบลโคกมอญ อำเภอบันเตียอำปึล

จังหวัดอุดรมีชัย 

       กลุ่มปราสาทตาเมือนธม มีโบราณสถาน 4 แห่ง คือ บ้านมีไฟ หรือบ้านพักคนเดินทาง ตาเมือนโต้จ หรืออโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล ตัวปราสาทตาเมือนธม และสะพานขอม  สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ส่วนใหญ่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระมหากษัตริย์ขอมโบราณ ปกครองอาณาจักรพระนคร ระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 ศูนย์การปกครองอยู่ที่นครธม ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

      พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ผู้เกรียงไกร สามารถรบชนะกองทัพจาม สร้างปราสาทบายน แล้วจำหลักภาพชีวิตชาวบ้านในสมัยของพระองค์ไว้ที่กำแพงรอบๆ องค์ปราสาท และมีจารึกกล่าวถึงพระองค์มากมาย

เฉพาะตัวปราสาทตาเมือนธม น่าจะสร้างก่อนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพราะศิลาจารึกตาเมืองธมระบุปีที่จารึกตรงกับ พ.ศ.1536 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1

      ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ตัวปราสาทตาเมือนธม เป็นเทวสถานสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ส่วนอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล กับ บ้านมีไฟนั้นสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

      กลุ่มปราสาทตาเมือนธม รายเรียงจากเส้นทางเข้าไปเยือน โบราณสถานแห่งแรกคือบ้านมีไฟ หลังนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก หลังนี้เป็นหนึ่งในจำนวน 121 แห่งที่สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

      พระองค์โปรดให้สร้างรายเรียงกัน ตั้งแต่ปราสาทพระขรรค์ อาณาจักรพระนคร เรื่อยไปจนถึงปราสาทหินพิมาย เท่ากับเป็นหลักฐานยืนยันเส้นทางโบราณตามจารึกของพระองค์

     โบราณสถานหลังที่ 2 ชาวบ้านเรียกตาเมือนโต้จ แปลว่า ตาไก่เล็ก นักวิชาการเรียก อโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล นับเป็น 1 ใน 102 แห่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างไว้ เพื่อช่วยเหลืออาณาประชาราษฎร์

ดังข้อความในจารึกของพระองค์ที่พบในประเทศไทยหลักหนึ่ง ระบุว่า...

ทุกข์ของประชาราษฎร์ คือทุกข์ในพระองค์...

ตัวปราสาทที่เหลืออยู่เชื่อว่า เป็นที่ประดิษฐานไภษัชชยคุรุไวฑูรยประภา ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในลัทธิมหายาน

ปราสาทตาเมือนธม มีศิลาจารึกจารเมื่อ พ.ศ.1563 ตรงกับรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 แห่งอาณาจักรพระนคร เนื้อหากล่าวถึงการแต่งตั้งข้าราชการ ข้าทาส และการให้สิ่งของ ช่วงท้ายของจารึกกล่าวถึงพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ประทานเงินทองไว้ที่ฐานของพระศิวะ และสาปแช่งผู้ทำลายฐานว่าให้ตกนรกจนสิ้นกาลมหาโกฏิ

ปัจจุบันพระศิวะไม่เหลือให้เห็น ข้าวของเงินทองที่บรรจุก็ไม่เหลือร่องรอย ทิ้งไว้แต่องค์ปราสาทอันเปล่าเปลี่ยวเท่านั้น

สำหรับปราสาทตาเมือนธมเป็นปราสาทที่ใหญ่กว่าโบราณสถานทั้งสอง คำว่า ตาเมือนธม เป็นภาษาเขมรแปลว่า ตาไก่ใหญ่ นอกจากเป็นที่สักการะของประชาชนชาวไทยในพื้นที่แล้ว ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกัมพูชาอีกด้วย เห็นได้จากช่วงวันสงกรานต์ของทุกๆปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะเปิดโอกาสทองให้ชาวกัมพูชาเข้ามาเยี่ยมชมได้อย่างเสรี

ปีนี้ชาวกัมพูชาหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมถึง 37,000 คน

 

ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดในกลุ่ม เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ศิลปะขอมสมัยบาปวน อายุพุทธศตวรรษที่ 16 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 17 ประกอบด้วยปราสาทประธานหันหน้าไปทางทิศใต้ ปราสาทบริวาร 2 องค์ บรรณาลัย 2 หลัง ระเบียงคด และสระน้ำด้านข้าง  ลวดลายประดับปราสาทถูกทำลายไปมาก อย่างทวารบาล เหลือแต่ท่อนล่างนางอัปสราถูกมือร้ายแกะออกไปอย่างน่าเสียดาย โคหมอบในองค์ปราสาทประธานถูกเซาะด้านบนไป เหลือฐานเบื้องล่างไว้ให้เห็นต่างหน้า

ปัญหาของปราสาทตาเมือนธมคล้ายกับกรณีเขาพระวิหารคือ เกิดข้อขัดแย้งกันเพราะเส้นเขตแดนที่ยังไม่ชัดเจน

เมื่อใดที่กลืนข้าวฝืดคอ เพียงแต่เราปันน้ำใจให้กันและกัน รอยยิ้มระหว่างกันย่อมสาดฉายความปีติ.