กฎหมายบำเหน็จดำรงชีพ

กรมบัญชีกลาง  รายงาน  ได้ยืนยันแก้ไขร่างกฎกระทรวง ให้ผู้รับบำนาญ อายุ 65 ปีขึ้นไป ได้รับเงินบำเหน็จดำรงชีพ  จากบำนาญ 15 เท่า  ไม่เกิน 200,000 บาท  เพิ่มเป็นไม่เกิน 400,000 บาท  ให้ ครม. พิจารณาแล้ว  คาดว่าจะประกาศกฎกระทรวงฯ  เพื่อให้มีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้   และรายงานความคืบหน้า การแก้ไขกฎหมายให้นำเงินบำเหน็จตกทอดไปค้ำประกันการกู้  ด้วย

  นายมนัส  แจ่มเวหา  รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง  ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง  เปิดเผยว่า      การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับการขยายเพดานเงินบำเหน็จดำรงชีพให้แก่ผู้รับบำนาญ   ที่มีอายุตั้งแต่    65  ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป เพิ่มขึ้นจากเดิมอัตรา 15  เท่า  ของบำนาญรายเดือนแต่ไม่เกิน   200,000 บาท  เป็น   15 เท่าของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000 บาท   คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจร่างกฎกระทรวงฯ เรียบร้อยแล้วซึ่งกรมบัญชีกลาง
ได้พิจารณายืนยันเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ และแจ้งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีทราบแล้ว   เมื่อวันที่ 25  กรกฎาคม 2551  เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา   หากเห็นชอบจะส่งกลับมาให้กระทรวงการคลัง เพื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามในประกาศกฎกระทรวง  และส่งไปประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ต่อไป  ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้โดยเร็วนี้  หลังจากนั้น  ผู้รับบำนาญ    ผู้มีสิทธิ  ก็สามารถยื่นขอรับเงินบำเหน็จดำรงชีพเพิ่มเติมส่วนที่เกิน 200,000 บาท ที่ได้รับไปแล้ว  แต่เมื่อรวมกันแล้ว  ต้องไม่เกิน 400,000 บาท  

นายมนัส  แจ่มเวหา  กล่าวเพิ่มเติม   สำหรับการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการนำเงินบำเหน็จ    ตกทอดค้ำประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน  นั้น   ต้องดำเนินการแก้ไข กฎหมาย 2 ฉบับ  คือ  พรบ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ  และพรบ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  เพื่อให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิรับบำนาญในระบบราชการ   ซึ่งขณะนี้  ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551  ขั้นตอนต่อไปของการบัญญัติกฎหมาย    ก็จะนำเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภา เพื่อพิจารณาต่อไป   ในส่วนนี้อาจต้องใช้เวลาในการพิจารณาระยะหนึ่ง   ซึ่งจะได้แจ้งผลให้ทราบเป็นระยะ ๆ ต่อไป