สังคมไทยเป็นสังคมมนุษย์กับมนุษย์ แต่สังคมสวีเดนเป็นสังคมมนุษย์กับรัฐ

        ขอต่อให้จบเลยครับพี่น้อง...

        ในด้านการศึกษาเด็กในอียูด้วยกันสามารถย้ายไปเรียนในประเทศสมาชิกได้ เช่น เด็กไทยจากสวีเดนไปเรียนอังกฤษได้เรียนฟรี แต่เด็กไทยที่เรียนในเมืองไทยไปเรียนอังกฤษเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก

        กฎหมายของอียูเป็นใหญ่ ประเทศใดในเครือออกกฎหมายใดที่ขัดแข้งต่อกฎหมายอียูจะใช้บังคับไม่ได้

อาจารย์เปิดโอกาสให้ถาม คุณสายสวรรค์...ถามเรื่องประกันชีวิตเพราะสงสัยว่าในเมื่อมีรัฐสวัสดิการค่อนข้างจะเพียบพร้อม แสดงว่าธุรกิจประกันก็ไม่ค่อยรุ่ง ใช่หรือไม่

อาจารย์ตอบว่าประกันชีวิตมีบ้างแต่ไม่มาก ประกันภัยสิ่งใดที่รัฐไม่มีก็สามารถซื้อประกันเพิ่มเติมได้

ปัญหาของสวีเดน เด็กไม่สนใจเรียนต่อ ขาดจิตสำนึก

คนหนุ่มสาวไม่ต้องการมีลูก แล้วพอเรียนจบเกรด ๙ เขาจะหยุดเรียน ๑ ปีเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

สังคมไทยเป็นสังคมมนุษย์กับมนุษย์  แต่สวีเดนเป็นสังคมรัฐกับมนุษย์ ไม่มีงานทำ ทะเลาะกันภายในครอบครัว  ก็ไปหารัฐ  ไม่มีการขอยืมเงินจากเพื่อนบ้านจ่ายค่าเช่าบ้าน ของเขาถ้าไปยืมเงินเพื่อจ่ายค่าเช่าบ้าน เขาจะบอกให้ไปหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปไม่ถูกเขาจะจดเบอร์โทรศัพท์ให้ ไม่เหมือนบ้านเรา ค่าเช่าบ้านไม่พอบางทีขอยืมเพื่อนบ้านได้ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมเพื่อน

ทำไมนอร์เวย์และสวิสเซอร์แลนด์ไม่เข้าอียู  สวิสฯถือว่าเขาเป็นกลางมาตลอดเขาอยู่ได้ด้วยตัวเอง นอร์เวย์ตีกันเองภายในประเทศ แต่เมื่อลงคะแนนแพ้นิดหน่อย สวีเดนชนะนิดหน่อยจึงเข้าอียู

ที่โน่นการรักษาสิ่งแวดล้อมรุนแรงมาก  การตัดต้นไม้ ๑ ต้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องติดป้ายบอกเหตุผลด้วย

การใช้พลังงานทดแทนมีมาก กังหันพลังลมใช้กันมาก

โกติ่ง ถามเรื่องรัฐสวัสดิการดี ถ้าทำทั่วโลกดีหรือไม่  

คำตอบ ดี การลาพักร้อนที่โน่นลาได้ ๕ สัปดาห์ แต่การเมืองต้องมั่นคง การจัดเก็บภาษีต้องจริง

อ.แหวว กับพี่แดง ถามเรื่องเด็กและการไร้สัญชาติ สวีเดนจะมีการตกหล่นไม่ได้จดทะเบียนของรัฐ มีได้หรือไม่  เช่น คนเอเชียเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้วเกิดท้องแล้วทำคลอดเอง..อาจารย์บอกว่าทุกคนที่เกิดในสวีเดนชอบด้วยกฎหมายจะมีเลข ๑๐ ตัว จะติดตัวไปจนตาย ทำอะไรไม่ได้เลย มีกรณีผู้ลี้ภัยมาก ถูกไล่กลับแล้วหนี จะมีขบวนการพาช่วยหลบหนี โบสถ์จะช่วย ๕-๑๐ ปี แล้วจะมีพาไปอยู่บ้าน ให้ปลูกผักปลูกหญ้า จัดโรงเรียนให้เด็ก แต่ตำรวจก็จะต้องตามล่า

พี่สีน้อย(ยังไม่ได้ถามว่าแอบเรียกป้า..โกรธหรือเปล่า อิอิ) ถามเรื่องการรับผู้ลี้ภัยของสวีเดน

อาจารย์บอกว่า เดิมเป็นการลี้ภัยเพราะความปลอดภัยของชีวิต เขาก็มักจะรับ แต่ปัจจุบันลี้ภัยเศรษฐกิจ พวกนี้จะไม่รับ

ยาเสพติดมียาเสพติด โรคเอดส์(มีไม่มาก) ผลสำรวจว่าติดมาจากประเทศไทย..อ้าว.....ที่โน่นคนเป็นเอดส์ไปร่วมประเวณีมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายหรือพยายามฆ่า (ความจริงเรื่องนี้ผมก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน เพราะในขณะที่เรายังไม่มีการรักษาให้หายได้ การที่หลอกให้ผู้อื่นร่วมประเวณีด้วยก็เพื่อให้เขาตายชัดๆ ก็น่าจะเป็นความผิดกฎหมายอาญา อ.แหวว ว่าไงครับ) วัยรุ่นสูบบุหรี่เยอะ

ลืมจดว่าใครถาม อิอิ...ถามว่ารายได้ของสวีเดนมาจากไหน

อ.บอกว่า รายได้จากอุตสาหกรรม รถยนต์ ภาคบริการ เหล็ก โทรคมนาคม (แต่ทำมือถือแล้วเจ๊ง)  การค้าอาวุธสงคราม ลูกค้ารายใหญ่ของสวีเดนคืออเมริกา

คุณ ชนาภา โสภณ ถามว่าการที่เด็กไม่เรียน มันขัดแย้งกับการวิจัยที่สวีเดนมีผลงานวิชาการด้านงานวิจัยเป็นแนวหน้าของโลกหรือ

อ.บุญส่งบอกว่าบอกไม่ขัดแย้งหรอก  ที่สวีเดนไม่ขึ้นเงินเดือนตามวุฒิ แต่ขึ้นตามงาน สวีเดนทุ่มเทงบประมาณในงานวิจัยสูงมาก ไม่ได้หมายความว่าคนไม่เรียนทั้งหมด แต่ก็ยังมีกลุ่มที่สนใจวิชาการและเรียนระดับสูง และกลุ่มพวกนี้แหละทำให้ผลงานวิจัยเขาดี

อ.อิสมาแอ.ถามว่า..จนสุดๆรวยสุดๆ เป็นอย่างไรมีหรือไม่  อ.บอกว่า ปัจจุบันมี home less ประมาณ ๓๐๐ คน ไปขอเงินรัฐแล้วมานอนในสวนสาธารณะ

บังยุบถาม ว่าคนที่ไปอยู่สวีเดน ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่มีความขัดแย้งกับประเทศนั้นๆจริงหรือไม่

อาจารย์บอกว่าไม่จริง คนที่ไปอยู่การศึกษาก็ไม่สูงมาก กลุ่มแรกพวกลูกท่านหลานเธอ สองพวกนักเรียนทุน ต่อมากลุ่มใหญ่คือผู้หญิงขายบริการ กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มนักเรียน  ที่อยากไปอยู่เมืองนอกไปหาแฟน

        เราสนุกที่ได้เรียนรู้เรื่องรัฐสวัสดิการ แต่ตราบใดที่สรรพากรยังตามเก็บภาษีจากแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวโดยไปนั่งนับชาม นั่งนับไม้สะเต๊ะว่าขายได้กี่อัน แต่คนซื้อขายหุ้นกันในตลาดหลักทรัพย์ไม่ต้องเสียภาษีละก้อ....ฝันไปเถิดประเทศไทย....อิอิ